วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2564

ประชาชนการ์ดไม่ตก รัฐบกพร่อง ทำไมประชาชนต้องรับเคราะห์? ร่วมหาทางออกกับพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยจัดฟอรั่มพิเศษ “ประชาชนการ์ดไม่ตก รัฐบกพร่อง ทำไมประชาชนต้องรับเคราะห์? ร่วมหาทางออกกับพรรคเพื่อไทย” เพื่อวิเคราะห์ต้นเหตุ – เสนอทางออก ในการระบาดของโรคโควิด-19 

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลต้องควบคุมการระบาดของโรคอย่างระมัดระวังและรอบคอบ ไม่อย่างนั้นจะเกิดความหายนะใน 4 ด้าน ภาคประชาชน , ภาคธุรกิจรายเล็ก-ใหญ่ , ภาคธนาคารพาณิชย์ที่มีบทบาทกับเสถียรภาพอ่อนแอ และการคลังของประเทศ หากจัดการไม่ดีเพียงพอจะทำให้ประเทศเผชิญกับภาวะความเสี่ยงต่อการละลายทางการคลังได้ รัฐบาลต้องช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดกิจการ หรือธุรกิจโดยทันทีและทั่วถึง โดยต้องพักชำระหนี้รายจ่ายจำเป็นของประชาชน ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงทีกว่าการระบาดครั้งก่อน โดยต้องปรับแก้เงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อ เช่น ยกเว้นหลักประกันในการกู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าขึ้น และรัฐบาลต้องทบทวนการใช้จ่ายในปีงบประมาณปี 2564 รายการใดที่ไม่จำเป็นต้องตัดออก เพื่อนำงบประมาณส่วนนั้นมาดูแลประชาชนกลุ่มที่ต้องดูแลเร่งด่วน และต้องทบทวนการใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2565 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การระบาดในระลอก 2 นี้ด้วย หากรัฐบาลล็อกดาวน์เหวี่ยงแหเหมือนการระบาดในระลอกแรก ที่รัฐบาลเคยประเมินว่าจะทำให้มีผู้ว่างงาน 3.7 แสนคน อาจกระทบให้เกิดการว่างงานถึง 7 แสนราย และยังมีตัวเลขของผู้เสมือนว่างงาน ซึ่งเป็นแรงงานที่มีชั่วโมงทำงานน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน จากที่อาจจะมีจำนวน 2 ล้านคน อาจเพิ่มเป็น 5.4 ล้านคนได้

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การระบาดทั้งระลอกแรกและระลอกที่ 2 ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากแหล่งอบายมุขและการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลกลับโยนความผิดให้ประชาชน ทั้งที่ประชาชนการ์ดไม่ตก แต่รัฐบาลการ์ดตกเองทั้งสิ้น การระบาดระลอกแรกในช่วงต้นปี 2563 เกิดขึ้นที่สนามมวยลุมพินีในการดูแลของกองทัพบก ระลอกที่ 2 เกิดขึ้นจากความหละหลวมการทำงานของฝ่ายความมั่นคง ที่ปล่อยให้แรงงานต่างชาติเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย และยังมีการระบาดในบ่อนการพนันที่จังหวัดระยองและชลบุรีทั้งที่รู้ว่าการระบาดของโควิด-19 เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังปล่อยให้การระบาดกระจายไปทั่วประเทศ ในสถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลต้องใช้องคาพยพทั้งหมดมาแก้ปัญหาทุกกระทรวง ไม่ใช่โยนหน้าที่ให้ ศบค. โดยสิ่งแรกที่รัฐบาลต้องทำคือ ตัดวงจรผลประโยชน์ที่เอื้อให้มีแรงงานผิดกฎหมายเข้าประเทศ ฝ่ายความมั่นคงซึ่งมีหน้าที่ดูแลชายแดนไทย ไม่ควรปล่อยให้มีการจ่ายสินบน 3,000-9,000 บาทเพื่อเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายอย่างที่เป็นข่าว การจัดการบ่อนการพนันที่มีอยู่ทั่วประเทศ เมื่อมีการระบาดที่จังหวัดระยองและชลบุรี เจ้าหน้าที่มุ่งเน้นจัดการเฉพาะสองจุดที่เป็นข่าวเท่านั้น แต่ในพื้นที่อื่นยังมีจำนวนมาก เช่น ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งตนเองเคยอภิปรายเรื่องการจัดบ่อนในพื้นที่ แต่รัฐบาลกลับนิ่งเฉย แม้ในช่วงปีใหม่ยังเปิดบ่อนการพนันโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ดังนั้นรัฐบาลต้องปราบปราบปรามแหล่งอบายมุขและแหล่งมั่วสุมโดยเด็ดขาด และที่สำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนโดยเร่งด่วน ทั้งหมดต้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องแสดงภาวะความเป็นผู้นำของประเทศ ต้องลงโทษผู้ประทำผิดขั้นเด็ดขาด

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ในครั้งนี้ เป็นการระบาดระลอกที่ 2 ตามหลักสากล แต่ขอให้ประชาชนอย่าหวาดกลัว เนื่องจากความรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์นี้น้อยกว่าสายพันธุ์ที่ระบาดเมื่อต้นปี 2563 จากอัตราการเสียชีวิตต่ออัตราผู้ติดเชื้อที่น้อยลง โดยในการระบาดระลอกแรกอัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนผู้ติดเชื้อที่อู่ฮั่นอยู่ที่ร้อยละ 5-6 ในยุโรปอยู่ที่ร้อยละ 8-10 ในไทยอยู่ที่ร้อยละ 2 แต่ในการระบาดรอบนี้อัตราการเสียชีวิตน้อยลงมาก เช่น สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อ 58,000 คน เสียชีวิต 29 คน คิดเป็นร้อยละ 0.05 หรือมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อ 1 แสนคน เสียชีวิต 340 คน หรือร้อยละ 0.03 ลดลงจากรอบแรก 5 เท่า ส่วนในด้านของการรับมือในส่วนของการรักษาในการระบาดรอบนี้ก็ดีขึ้น โดยมียาหรือวัคซีนที่สามารถรักษาโรคได้แล้ว การเตรียมพร้อมของไทยเองมีเจ้าหน้าที่ อสม. กว่าล้านคน มีเตียงและการตรวจคัดกรองที่เพียงพอ จึงเห็นด้วยที่รัฐบาลล็อกดาวน์เป็นจุด อย่าหว่านแหทั้งประเทศเหมือนครั้งก่อนซึ่งไม่มีประโยชน์ในด้านระบาดวิทยา และสิ่งที่ต้องทำทันทีคือการจัดการแรงงานต่างชาติ และบ่อนการพนัน เมื่อเกิดการระบาดที่จังหวัดระยองแล้วต้องควานหาบ่อนในพื้นที่อื่นๆ ที่เป็นจุดเสี่ยงด้วย ส่วนของประชาชนต้องตั้งการ์ดสูงด้วยการใส่หน้ากากอนามัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุและเด็กให้หลีกเลี่ยงไปในที่แออัด ส่วนประชาชนทั่วไปขอให้เลือกเดินทางไปในที่ๆ ผู้คนใส่หน้ากาก 100% หากเลี่ยงไม่ได้ต้องใส่หน้ากากอนามัยและเฟซชิลด์พร้อมกัน หมั่นล้างมือบ่อยๆ จะช่วยป้องกันโรคได้

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น