วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564

"เพื่อไทย" โพสต์ 5 ครั้ง แจงปม "สิระ" รับจะสอบสวนและมีมติพรรคต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย โพสต์แถลงการณ์ซ้ำเป็นครั้งที่ 5 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ (1) พรรคเพื่อไทย โพสต์แถลง เรื่องมาตรการลงโทษ ต่อกรณี ส.ส. พรรค ที่ถอนรายชื่อในการยื่นถอดถอน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นการโพสต์ต่อจากโพสต์ (2) เนื้อหาการแถลงของ นางอนุรักษ์ บุญกุศล ส.ส.สกลนคร และนางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ร่วมกันชี้แจงปมถอดถอน นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ หลังจากที่ (3) พรรคเพื่อไทย โพสต์แชร์เนื้อหาการแถลงของ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ออกมาตำหนิ กรณีลงลายมือชื่อขอวินิจฉัยคุณสมบัตินายสิระ เจนจาคะ ซึ่งเป็นการโพสต์ต่อจากที่ (4) เผยแพร่เนื้อหา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีดังกล่าวเป็นครั้งแรก รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง 

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย 

กรณี ส.ส. ในพรรคเพื่อไทยบางท่านได้ถอนรายชื่อจากการขอวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็น ส.ส. ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ตามกรณีที่เป็นข่าวนั้น จากกระบวนการสอบสวน พรรคเพื่อไทยพบว่าการร่วมเข้าชื่อครั้งนี้มาจากคำเชิญของสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้ ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นรายบุคคล จำนวนรวม 62 ท่าน  โดยเป็น ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย 24 ท่านร่วมลงชื่อ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาสมาชิกภาพของ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ

การตรวจสอบข้อเท็จจริงของพรรค พบว่ามีข้อมูลและเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่า ส.ส. ของพรรคที่มิได้ร่วมลงชื่อ 1 คนกระทำการโน้มน้าว ส.ส. ในพรรค เป็นรายบุคคลให้ถอนรายชื่อจากคำขอฯ การกระทำการดังกล่าวของ ส.ส. ผู้นี้ย่อมเป็นการกระทำที่เล็งผลได้ว่าจะทำให้รายชื่อไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อผลการสอบสวนเป็นที่ยุติอย่างเป็นทางการพรรค จะพิจารณาลงโทษ ส.ส. ผู้นี้อย่างเด็ดขาด

ส่วนกรณี ส.ส. จำนวน 12 ท่านที่ถอนรายชื่อออกนั้น พรรคพบว่า ส.ส. หลายท่านเข้าใจว่าการร่วมลงชื่อเป็นการให้ความร่วมมือเป็นรายบุคคล และเป็นไปด้วยความสมัครใจโดยมีจำนวนรายชื่อมากกว่าจำนวนขั้นต่ำเป็นจำนวนพอสมควร โดยไม่ทราบว่าการถอนรายชื่อของตนจะมีผลให้มีจำนวนไม่ครบตามกฎหมาย และในทันทีที่ทราบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีรายชื่อไม่ครบก็ได้พยายามขอแก้ไขยกเลิกการถอนรายชื่อแต่ไม่เป็นผล ดังนั้น ส.ส. ที่ถอนรายชื่อหากมีความบริสุทธิ์ใจย่อมจะได้รับความเป็นธรรม แต่หากพบว่าเป็นไปโดยประสงค์ผลให้จำนวนรายชื่อไม่เพียงพอ ย่อมเป็นความผิดที่พรรคจะพิจารณาโทษต่อไป และทางพรรคจะดำเนินการสอบสวนให้เป็นที่ยุติโดยเร็วที่สุด

พรรคจะดำเนินการให้เป็นมติให้ ส.ส. ของพรรคเข้าร่วมยื่นรายชื่อเพื่อยื่นถอนถอนอีกครั้งโดยเร็วที่สุด หาก ส.ส. ของพรรค ไม่ดำเนินการตามมติพรรคก็ย่อมมีมาตรการลงโทษอย่างแน่นอน



ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น