วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"วัฒนรักษ์" แนะ 5 มาตรการแก้ฝุ่น PM2.5

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 6 ปี ที่ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เกิดขึ้นและนับวันจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สังคมอดสงสัยไม่ได้ว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำอะไรอยู่ ทำไมถึงไม่แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่มีผลต่อสุขภาพโดยตรงกับประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมการนโยบาย พรรคเพื่อไทย ณ วันที่ 21 ธ.ค. ได้วิเคราะห์แล้วพบว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลชุดนี้เกี่ยวกับปัญหาฝุ่นพิษยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และคงเป็นไปได้ยาก จากข้อความของเฟซบุ๊กในนามว่า “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayuth Chan O Cha” ซึ่งได้กล่าวถึงปัญหา PM2.5  ที่ว่า ช่วงนี้ของทุกปีประเทศไทยจะเข้าสู่วังวนปัญหาฝุ่นละออง PM10 และ PM2.5 ซึ่งเกิดจากไอเสียรถยนต์ การเผาขยะ เผาเศษวัสดุภาคเกษตรกรรม และควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ เราได้ยินกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นการดำเนินการแก้ไขใดๆ ที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน และเราคนไทยจะต้องทนกับปัญหานี้ไปอีกนานเท่าไร

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทย มีความเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นกรณีเร่งด่วน เราขอเสนอยุทธวิธีแก้ไขดังนี้

1. แจกหน้ากาก N95 ให้ใช้เพียงพอกับชีวิตประจำวัน ของผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และเด็ก เพราะถือเป็นกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และเด็ก เพราะคนกลุ่มนี้มีความจำเป็นที่ต้องใช้ และคนจำนวนมากก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้

2. ติดตั้งหอฟอกอากาศที่ได้มาตรฐานตามจุดที่มีค่ามลพิษเกินมาตรฐานและสถานที่มีคนสัญจรจำนวนมาก ซึ่งหอฟอกอากาศที่ได้มาตรฐานนั้น ก็จะสามารถช่วยลดปัญหาฝุ่นในบริเวณใกล้เคียงได้ทันที

3. ดำเนินการเช่ารถโดยสารประจำทาง 5,000 คัน ที่เป็นรถไฟฟ้า (EV) เพราะปัจจุบัน ขสมก. มีจำนวนสาย 108 เส้นทาง และผู้โดยสารกว่า 3 ล้านคนต่อวัน รถที่มีอยู่จำนวน 3,509 คัน ใช้งานได้จริงเพียง 2,715 คัน ซึ่งไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่ใช้ และยังเป็นการเพิ่มมลพิษทางอากาศอีกด้วย เพราะรถโดยส่วนใหญ่เก่า ซึ่งเครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์ ขับทั้งวัน จะยิ่งทำให้เพิ่มปริมาณมลพิษให้กับคนกรุงเทพฯ 

4. ส่งเสริมให้คนไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษทางอากาศ โดยรัฐบาลควรมีนโยบายไม่เก็บภาษีรถประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและสร้างที่ชาร์จแบตรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศให้ได้ 10,000 จุด ภายในระยะเวลา 3 ปี และปรับลดค่าทางด่วนให้กับรถยนต์ไฟฟ้าในอัตราที่เหมาะสม

5. จัดการโรงงานไฟฟ้าถ่านหินให้หมดจากประเทศไทยภายในระยะเวลา 5 ปี เพื่อลดมลพิษ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดทุกรูปแบบ ส่งเสริมการลงทุ่นร่วมกับต่างชาติ

คนส่วนใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้วใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพราะระบบ Feeder ของเค้าสมบูรณ์ สามารถเดินทางได้สะดวก ซึ่งหากรัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหามลพิษ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจังและชัดเจน แต่ ณ เวลานี้ คนไทยกลับต้องกลับมาพบเจอกับปัญหาโควิด-19 รอบสอง เพราะรัฐบาลบกพร่องการดูแลพื้นที่ด้านพรมแดนหรือไม่ หากรัฐบาลการ์ดตกแบบนี้ จะไปดูแลใครได้ หากพล.อ.ประยุทธ์ เข้าใจถึงปัญหา และมีความจริงใจแก้ไขเรื่องนี้ คนไทยคงไม่ต้องเผชิญกับ 3 ปัญหาที่น่ากลัว คือ 1.ฝุ่นพิษ PM2.5 2.โควิด-19 และ 3.วิกฤตเศรษฐกิจ และนี่หรือคือของขวัญปีใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มอบให้กับประชาชน

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น