วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2563

"จาตุรนต์" ชี้จุดแข็งม็อบนักศึกษา คือสันติวิธี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สโมสรนิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ  จัดเสวนา What is to be done? ก้าวต่อไปของนักเรียน นิสิตนักศึกษา ประชาชน "เราจะทำอะไรดี?” โดยสรุปบทเรียนจากอดีต วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของเยาวชน นิสิตนักศึกษาและประชาชนในปัจจุบันเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกันในสังคม โดยมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ร่วมเสวนาด้วย 

นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า ตั้งแต่อดีตที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ 14 ต.ค. 2516 เป็นต้นมา ทำไมประชาธิปไตยประเทศไทยจึงไม่ยั่งยืน ถ้าเราจะทำให้เป็นประชาธิปไตยต้องทำให้หลายฝ่ายเข้าร่วมและเห็นปัญหาจนต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปัญหาคือถ้าเปลี่ยนแปลงแล้วประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร ทำอย่างไรให้เปลี่ยนแปลงแล้วมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนและพัฒนาต่อไป ทั้งนี้ตนได้ข้อสรุปว่าปัญหาพื้นฐานของประเทศนี้คือความไม่เป็นประชาธิปไตย และมีความพยายามดึงประเทศกลับไปเป็นเผด็จการ และเป็นเรื่องที่ยังไม่โยงกับพลังของนักศึกษา ทำให้การเคลื่อนไหวยังไม่เกิดพลัง หลังรัฐประหาร 1-2 ปี มีคนมาถามตนว่าเป็นเผด็จการอย่างนี้แล้วจะเปลี่ยนเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร ตนตอบว่ายังไม่เห็นพลังที่ต่อสู้ทางการเมืองก่อนการรัฐประหารจะมีศักยภาพ แต่เมื่อเกิดปัญหาที่สะสมจากระบอบเผด็จการ คนเดือดร้อนมากขึ้นก็คงจะมีพลังใหม่เกิดขึ้นมา แต่ก็ยังนึกไม่ออก จนวันนี้กลายเป็นว่าสิ่งที่นึกไม่ออกก็คือพลังของนักเรียนนักศึกษาและประชาชนที่อยากให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องแปลกใหม่ไม่เหมือนในอดีต นักเรียน นักศึกษาปัจจุบันมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ ความคิดทางการเมืองค่อนข้างมาก

“ความขัดแย้งทางสังคมและการเคลื่อนไหวของนักศึกษาคงไม่จบเร็วๆนี้ แต่ต้องรักษาแนวทางสันติวิธี ที่ผ่านก็เห็นแล้วว่าการบุกทำเนียบ ปิดสนามบิน เป็นเรื่องที่ทุกคนรับไม่ได้ ยิ่งกว่าการสาดสีใส่ตำรวจ แต่สิ่งที่เรียกร้องของนักศึกษาคงต้องใช้เวลาเผื่อเวลาไว้เพื่อรอดูผลการเรียกร้อง เช่น เรื่องการตั้ง ส.ส.ร.  ส่วนรัฐบาลและรัฐสภา ต้องเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนความเห็น ให้ประชาชนมีเสรีในความคิดเห็นหากใครที่จะรัฐประหาร คนที่เสียหายคือผู้ที่เสนอให้มีการยึดอำนาจเสียเอง” นายจาตุรนต์ กล่าว












ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น