วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"เพื่อไทย" เทียบม็อบเยาวชน "ผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ"


ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษา ได้ออกมาแสดงพลัง ณ บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันที่ 18 ก.ค. 63 และภายใน 24 ช.ม.ต่อจากนั้น #เยาวชนปลดแอก ก็ถูกดันขึ้นจนมีสถิติถูกพูดถึงมากกว่า 10 ล้านทวีต ถือว่าเป็นแฮชแท็กที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในทวิตเตอร์ไทย แรงกระเพื่อมนี้ทำให้กลุ่มนักศึกษาและผู้มีแนวคิดทำนองเดียวกันลุกฮือกันทั่วประเทศ ตามทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก (Butterfly Effect) ที่ว่า การกระทำสิ่งเล็ก ๆ สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ ม็อบที่พวกเราได้เห็นกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คงเปรียบเหมือนผีเสื้อที่ได้เริ่มขยับปีกแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงเมินเฉยไม่ได้อีกต่อไป ควรรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม และปฏิบัติตามอย่างจริงใจ เพราะการแสดงออกของประชาชนถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงมีตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ค้างคาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา จึงมีข้อเสนอ ดังนี้

1. ขอให้หยุดคุกคามประชาชน หน้าที่ของรัฐบาล คือการดูแลชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เพราะเงินที่รัฐบาลใช้อยู่ก็มาจากเงินภาษีประชาชน สิ่งที่รัฐบาลควรตระหนักถึงตลอดเวลา คือ การทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อตนเอง และต้องปฎิบัติการตามเจตนารมณ์ของปวงชน (General Will)

2. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน คืนอำนาจให้ประชาชนอีกครั้ง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยใช้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นแล้วในการร่าง “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 40” พล.อ.ประยุทธ์ ควรใจกว้างพอที่จะเปิดโอกาสให้ สสร.ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ หากสำเร็จเราจะสร้างประวัติศาสตร์ที่มีรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีที่มาจากความเห็นชอบของประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนควรกำหนดอนาคตของประเทศด้วยตัวของพวกเขาเอง

3. ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทันที เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่ประเทศไทยปลอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จากในประเทศ ประเทศไทยจึงไม่มีเหตุผลที่จะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจของประชาชน ประเทศขาดความน่าเชื่อถือจากนักลงทุน จนทำให้ประชาชนอดคิดไม่ได้ว่าการที่รัฐบาลจะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น เป็นเพราะเพื่อปิดปากประชาชนหรือไม่ จึงขอเน้นย้ำว่าตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นโดยเสรีปราศจากความรุนแรง การต่ออายุนี้นอกจากจะทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในประเทศของเราแล้ว ก็ยังจะสร้างแรงปะทุในหมู่ผู้ชุมนุมให้รุนแรงขึ้นอีกด้วย

4. คำถามที่เกิดขึ้นตามมาจากการปรับ ครม.ครั้งนี้ คือ คนไทยได้ประโยชน์อะไร เพราะ โผ ครม.ใหม่ที่ออกมา มีแต่รายชื่อเด็กของ  พล.อ.ประยุทธ์  พล.อ.ประวิตร แบ่งกันคนละครึ่ง เศรษฐกิจไทยที่ดิ่งลงเหวมาเรื่อยๆ ตลอด 6 ปีเป็นวิกฤตที่ทุกคนเจอ และต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาแก้ไข ไม่ใช่เด็กของท่าน ๆ ตามบัญชีโควต้า หากจริงตามข่าวคนไทยจะเสียเวลาและโอกาสแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ และคงต้องทนทุกข์กับปัญหาเรื้อรังที่ไม่มีรัฐมนตรีน้ำดีมาแก้ไขต่อไป

5. ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาที่ พล.อ.ประยุทธ์และ ครม.ได้บริหารประเทศ ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้จริง แม้จะมีทั้งเวลา อำนาจ และมาตรา 44 อยู่ในมือ ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังคงอยู่ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เพิ่มมากขึ้น หรือแท้ที่จริงแล้ว จะเป็นเพราะรัฐบาลเลือกที่จะไม่สนใจแก้ปัญหา นักศึกษาจึงต้องออกมาขยับเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับตัว และไม่ลอยตัวเหนือปัญหาที่ประชาชนเจอในชีวิตประจำวัน

การตัดสินใจแก้ไขวิกฤตในครั้งนี้ จะเป็นตัวชี้วัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกบันทึกชื่อในฐานะวีรบุรุษ หรือบุรุษแห่งอำนาจนิยม  เพราะหาก พล.อ.ประยุทธ์เข้าใจถึงทฤษฎีความอลวน (Chaos Theory) ซึ่งมีวลีที่ว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” หรือ “ผีเสื้อขยับปีกทำให้เกิดพายุ” ทั้งสองวลีนี้จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้ากับรัฐบาลชุดนี้ หากรัฐบาลปิดหูปิดตาไม่รับฟังความต้องการของม็อบเยาวชนปลดแอก และจะต้องรับมือกับไฟที่จะลามทุ่งต่อไปเรื่อยๆ แน่นอน เพราะหากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ คิดจะอยู่ต่ออนาคตของประเทศไทยคงเหลือแค่ 3 คำ คือ “เศร้า มืดมน และสิ้นหวัง” เท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น