วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

"วัฒนรักษ์" แนะ "ประยุทธ์" คิดนอกกรอบ ออกจากระบอบรัฐราชการ


ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลที่เปราะบาง ถ้ารัฐบาลจับตรงไหนก็มักจะเกิดข้อสงสัยตามมาว่าจะสามารถนำพาประเทศไทยไปรอดหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อกลุ่มนายทุนหรือไม่ ใช้งบประมาณได้ตรงจุดหรือเปล่า หรือจะเป็น ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ที่รัฐบาลตั้งงบไว้ 3.3 ล้านล้านบาท ที่นักวิชาการและนักธุรกิจจำนวนมากถึงกับต้องเอะใจว่า ร่างงบประมาณนั้นอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจได้ เรื่องล่าสุดที่แดงขึ้นมาคงหนีไม่พ้นแขกพิเศษหรือ VIP ที่เข้าประเทศไทยได้รับมาตรการยกเว้นและไม่ต้องปฏิบัติตามกฎของพื้นที่กักตัวแห่งรัฐ (State Quarantine) เหมือนกับคนทั่วไป จนทำให้ภาคธุรกิจและประชาชนในหลายพื้นที่วิตกกังวล นี่คือการเลือกปฏิบัติหรือไม่ ในเมื่อกฎหมายไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างเสมอภาคกับทุกคน ทั้งนี้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยตัวเลขไตรมาส 1/2563 พบว่าคนไทยเสี่ยงตกงานจากพิษโควิด-19 และภัยแล้งสูงถึง 14.4 ล้านคน ประชากรไทยมีจำนวน 69.43 ล้านคน จึงหมายความว่าหากเราเดินไปตามถนน แล้วเจอคนไทย 5 คน จะมีคนตกงานอยู่ 1 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่ากลัวมาก เพราะหากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่มียุทธศาสตร์และแผนการใช้งบประมาณที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ก็ยากที่ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้นได้

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ จนทำให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลแห่งความไม่ไว้ใจ (Untrust Government) ยิ่งมีโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ที่สุดในรอบเกือบ 100 ปี นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 หรือยุค Great Depression เราทราบดีว่าเศรษฐกิจไทยส่วนใหญ่พึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงโควิด-19 เครื่องมือทั้ง 2 ส่วนนี้ก็ตกต่ำเป็นอย่างมาก ตนจึงขอเสนอยุทธศาสตร์เพิ่มพลังให้กับทุกชีวิตและเสริมสร้างกลยุทธ์ให้กับทุกธุรกิจ (To Empower Every Life and Businesses Strategy)

1. รัฐบาลควรร่วมมือสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกับทุกภาคส่วน ภาครัฐ ภาคเอกชน (SMEs) และกลุ่มเห็นต่าง โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าสินค้า ให้สินค้าและการบริการที่มีมาตรฐานสูง เพื่อการแข่งขันในยุค Now Normal

2. รัฐบาลควรส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคให้มากขึ้น เพราะหลังโควิด-19 การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization) จะเข้มข้นมากขึ้น และถ้าหากประชาคมอาเซียนแข็งแรง ไทยย่อมได้ประโยชน์

3. รัฐบาลควรส่งเสริมให้คนไทยมีทักษะความสามารถและร่วมกันขับเคลื่อนด้วยการทำงานแบบ Agile (กระบวนการที่จะช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น)

4. รัฐบาลควรพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ให้ปฎิบัติงานได้ถูกต้องควบคู่กับการเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) โดยไม่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน

5. รัฐบาลควรยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านไซเบอร์ มีเสถียรภาพและสร้างเครือข่ายไอทีที่รวดเร็ว เพื่อสร้างให้ประเทศไทยเป็นซิลิคอนวัลเลย์แห่งเอเชีย (Silicon Valley of Asia)

คงถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ต้องคิดแบบไม่มีกรอบ ออกจากการบริหารงานแบบระบอบรัฐราชการ เพราะถ้าหากรัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ คิดแบบเดิม ทำแบบเดิม นักลงทุนที่มีอยู่ก็พร้อมย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น นักลงทุนรายใหม่ก็ไม่กล้าเข้ามา อาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสเงินหมุนเวียนอีกหลายแสนล้านบาท หากเป็นเช่นนี้คนไทยจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างไร

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น