วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

"สุรชาติ" ติงรัฐขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กระทบเศรษฐกิจ-หวังคุมอำนาจ


นายสุรชาติ เทียนทอง  อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร  ในฐานะรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า  จากมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาล ส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับเดือดร้อน ไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ แม้รัฐบาลจะคลายล็อค แต่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้เช่นเดิม เพราะรัฐบาลสร้างความกลัวให้กับประชาชน ออกมาขู่ประชาชนผ่านหน่วยงานของรัฐถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่หมดไป  การทำงานของรัฐบาลเพื่อเป้าหมายในการขยายความหวาดกลัวให้มากขึ้น โดยมีเป้าประสงค์คือ หวังคุมอำนาจกดหัวประชาชนไปอีกนาน

จากสถานการณ์ในปัจจุบันประชาชนกลัวอดตายมากกว่ากลัวไวรัสโควิด-19  เพราะหากอยู่เฉยไม่ให้ทำอะไรเลย ก็ไม่มีรายได้มาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง จุนเจือครอบครัว  เด็กเล็กไม่มีนมกินเพราะแม่ไม่มีเงินซื้อนม ผู้มีอำนาจไม่เคยลงไปสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการรัฐมากแค่ไหน  ในขณะเดียวกันการเยียวยาก็ไม่ทั่วถึง คนที่เข้าถึงเทคโนโลยีเท่านั้นที่จะได้รับการเยียวยา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดมาตั้งแต่ต้น เพราะสุดท้ายผลที่ออกมาคือคนไม่เดือดร้อนได้รับการเยียวยา การแต่คนที่เดือดร้อนจริงๆกลับไม่ได้รับการเยียว การทำงานของรัฐบาลสร้างความเหลื่อมล้ำในหมู่ประชาชน   ทั้งๆที่การเยียวยาประชาชนต้องไม่มีเงื่อนไข ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงการเยียวยา และเพียงพอต่อการดำรงชีพ

  นายสุรชาติ กล่าวด้วยว่า การขยายพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ  พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาลทำลายระบบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขายอาหารริมทางเดินในช่วงเวลากลางคืน พ่อค้าแม่ค้า ไม่สามารถขายสินค้าได้ รัฐกำลังทำลายวัฒนธรรมและทำลายวิถีชีวิตของประชาชน แนะนำว่าเมื่อรัฐดูแลประชาชนได้ไม่ดีพอ  ก็ควรปล่อยให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ หรือ ออกมาตรการและวิธีปฎิบัติตนให้กับประชาชน ในช่วงที่ยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ รัฐไม่ควรจำกัดสิทธิเสรีภาพในการทำมาหากินของประชาชน ควรเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสามารถทำมาหากินเพื่อดำรงชีพได้ ดีกว่ามารอความช่วยจากรัฐบาลที่ไม่ทั่วถึงและไม่เท่าเทียม  ”นายสุรชาติ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น