วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

"สุดารัตน์" ปลุกประยุทธ์ตื่น เตือนเรือดำน้ำ-รถถังสู้เชื้อโรคไม่ได้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


#งบกลาโหมห้ามแตะ

ภัยคุกคามของโลก ได้เปลี่ยนไปแล้ว
แต่มติ ครม.ของประเทศไทยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในการอนุมัติงบประมาณปี 64 ยังคงวนเวียนอยู่ในกรอบเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ..!!

นอกจากงบประมาณปีนี้ที่นายกฯ ยังไม่ยอมสั่งให้ทุกกระทรวงตัดงบที่ไม่จำเป็น อย่างการซื้ออาวุธ, การสร้างตึกใหม่, ซื้อรถใหม่ ฯลฯ เรื่องที่น่าเป็นห่วง และชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ผู้นำคือ มติ ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกฯ ยังไฟเขียว กรอบงบประมาณปี 64 โดยตัดงบกระทรวงกลาโหมแบบขอไปทีเพียง 0.1% (คงเหลือไว้ 99.9%)

เมื่อวานดิฉันได้เสนอมาตรการที่ควรทำเร่งด่วนลำดับแรก เมื่อรัฐบาลตัดสินใจประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือเรื่องการแก้ปัญหาอุปกรณ์การแพทย์ขาดแคลนให้กับนักรบด่านหน้า ทั้งแพทย์, พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอื่นๆ โดยเร่งจ่ายงบกลางที่กองอยู่ที่นายกฯ เป็นแสนล้าน กระจายให้ทุกโรงพยาบาล

วันนี้เป็นวันที่ 5 ของการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว ขอย้ำอีกครั้ง..!!

“นายกฯ ต้องใช้อำนาจล้นฟ้าที่มี แก้ไขปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ได้” ค่ะ

จะรออะไรอีกคะ เงินก็มี อำนาจก็มาก

ทุกคนได้ยิน IO ของรัฐบาลในทุกช่องทาง ที่พยายามจะบอกให้ประชาชนเชื่อว่า “อุปกรณ์เพียงพอ” แต่ข้อเท็จจริงคือ แต่ละโรงพยาบาลต่างออกมาเรียกร้องว่าอุปกรณ์การแพทย์ขาดแคลน และต้องขอรับบริจาคกันแทบทุกโรงพยาบาล

ถ้าเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์แค่นี้ นายกไทยแก้ไขอะไรไม่ได้ แล้วจะรวบอำนาจไว้กับตัวเพื่ออะไร? หรือพูดง่ายๆชัดๆว่า #เราจะมีนายกไว้ทำอะไร? นายกไม่คิดจะใช้อำนาจที่มีมาแก้ปัญหาให้หมอและประชาชนบ้างหรือ ??

ขณะนี้ ภัยคุกคามของโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว มนุษย์ทั้งโลกรวมถึงคนไทยทั้งประเทศ กำลังถูกคุกคามและเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส เชื้อโรคตัวเล็กๆ ที่ใช้รถถัง หรือเรือดำน้ำไปปราบไม่ได้

#นายกตื่นได้แล้ว

ผู้นำประเทศ ควรเข้าใจว่า วิกฤตโควิด และ AfterShock ของมันนั้น จะกระทบชีวิตและเศรษฐกิจไทยอย่างแสนสาหัส การตั้งงบประมาณประเทศ ต้องสอดคล้องกับวิกฤตสำคัญที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น งบประมาณปี 63 และปี 64 ควรตัดงบที่ไม่จำเป็นทั้งหมด และนำเงินมาใช้ในส่วนที่จะแก้ผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตโควิด โดยต้องช่วยพยุงเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนให้ได้เป็นลำดับแรก

นายกฯ ควรเร่งพิจารณาข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ในการปรับเปลี่ยนงบประมาณปี 63, 64 ใหม่ อย่างเร่งด่วน

1. งบกลางที่กองอยู่ในมือนายกฯ เป็นแสนล้าน รีบนำมาใช้ในการระงับการระบาดของ COVID-19 อย่างเร่งด่วนที่สุด อย่าปล่อยให้มีการติดเชื้อวันละเป็นร้อยคนเช่นนี้อีกต่อไป และกระจายงบและกระจายอำนาจการจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ไปให้ทุกโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

2. ตัดงบประมาณปี 63 ของทุกกระทรวงที่มีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยกว่าการแก้ปัญหาโควิด-19 โดยให้เลื่อนการใช้เงินออกไปก่อน ตั้งเป้าตัดให้ได้ 10% เพื่อนำมาใช้ในการแก้ปัญหาCOVID-19 อย่างบูรณาการ และนำเงินส่วนที่เหลือมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ COVID-19 ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้ เบื้องต้น 5000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ทั้งลูกจ้าง, พ่อค้าแม่ค้า, อาชีพอิสระอื่นๆ ตามข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย

3. ขอให้นายกฯ นำกรอบการพิจารณางบปี 64 เข้าไปพิจารณาในครม.ใหม่ เพื่อปรับลดงบที่ไม่จำเป็นทุกกระทรวงออก ตั้งเป้าอย่างน้อยกระทรวงละ 10-15% เพื่อนำเงินมาแก้ผลกระทบทางเศรษฐกิจของ COVID-19 ในปีหน้า

ส่วนเรื่องเงินกู้ที่รัฐบาลกำลังจะออกกฎหมายมากู้เงิน ขอให้ใจเย็นๆ ต้องกู้แน่ค่ะ
แต่ต้องกู้มาเพื่อใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังการระบาดของ COVID-19 ซึ่งต้องใช้เงินอีกหลายแสนล้านค่ะ ตอนนี้เร่งใช้งบกลางและเร่งตัดงบปี 63,64 ที่ไม่จำเป็นออกก่อนค่ะ

ขอย้ำว่า ยุทโธปกรณ์เพื่อใช้ในการสู้รบราคาแพงทั้งหลาย เรือดำน้ำ, รถถัง ไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคที่กำลังเป็นภัยคุกคามประเทศไทยของเราได้ อาจเทียบไม่ได้กับแมสเพียงแผ่นเดียว หรือชุด PPE เพียงชุดเดียว ให้กับคุณหมอของเราในเวลานี้ค่ะ

ปรับปรุงการใช้งบประมาณเสียใหม่ ใช้เงินให้ตรงกับความจำเป็นเร่งด่วน แก้ไขวิกฤตประเทศให้ได้ พี่น้องประชาชนตลอดจนพรรคฝ่ายค้าน จะสนับสนุนให้ท่านทำงานค่ะ พลเอกประยุทธ์ !!

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น