วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2563

กมธ.ต่างประเทศ ติงรัฐทำงานไม่บูรณาการ กระทบคนไทยในต่างประเทศ

กรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฏร แนะรัฐบาลเห็นความสำคัญของคนไทยในต่างประเทศ ชี้เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องอำนวยความสะดวก ไม่ใช่ออกกฎเพิ่มภาระให้กับประชาชน


นายศราวุธ เพชรพนมพร ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้รับการร้องเรียนจากคนไทยในต่างประเทศที่มีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงนี้ ได้รับผลกระทบจากประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) วันที่ 19 มีนาคม 2563 กรณีแนวทางปฏิบัติในการเดินทางเข้าประเทศไทยระบุว่า ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) และหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทย ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศ

จากประกาศดังกล่าว มีผลให้คนไทยในต่างประเทศได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เช่น

 1. การออกใบรับรองแพทย์ในต่างประเทศมีความเคร่งครัดมาก มีราคาสูง และบางแห่งต้องใช้เวลาหลายวัน ไม่ทันต่อกำหนดการเดินทางที่กำหนดไว้แล้ว
 2. บางเมืองในบางประเทศไม่มีสถานทูต หรือสถานกงสุลตั้งอยู่
 3. การประกาศเช่นนี้เป็นการบังคับให้ประชาชนต้องไปรวมกันอยู่ในจุดเดียว ขัดต่อหลักการควบคุมการแพร่ไวรัส
 4. ใบรับรองแพทย์ที่ได้รับ ก็ไม่สามารถเป็นตัวรับประกันได้เลยว่าผู้นั้นไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19
 5. ไม่มีการทำงานอย่างบูรณาการ เพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการในสถานทูต สถานกงสุล

ในฐานะประธานกรรมาธิการการต่างประเทศได้สอบถามข้อเท็จจริงไปทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้รับคำชี้แจงว่า กรณีนี้เกิดปัญหาตามมาและได้รับการร้องเรียนมาก แต่จำเป็นต้องปฎิบัติตามการประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศ

ทางกรรมาธิการการต่างประเทศเห็นว่าการแก้ปัญหาของผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลไทยมีปัญหาในการทำงาน เพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้นนี้พบว่าประกาศที่ออกโดย กพท. ออกอย่างกระชั้นชิด ประชาชนไม่สามารถเตรียมเอกสารได้ทัน เป็นการทำงานที่ขาดการบูรณาการ ทำให้ประกาศของหน่วยงานหนึ่งกระทบอีกหน่วยงานหนึ่ง เป็นผลกระทบในวงกว้าง

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน จึงเสนอแนะให้รัฐบาลมองเห็นความสำคัญของคนไทยในต่างประเทศ หากต้องการเดินทางกลับประเทศไทยต้องอำนวยความสะดวกให้ปลอดภัยและรวดเร็ว ไม่ใช่หน่วยราชการมาออกระเบียบและเป็นอุปสรรคในการเดินทางกลับไทยเสียเอง ทั้งรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดย ไม่ควรตั้งเงื่อนไขใดๆ ต่อคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย แต่สามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้โดยกักบริเวณคนไทยที่เดินทางกลับมาด้วยการจัดหาที่พัก เช่น สถานที่พักตากอากาศสัตหีบของทหารเรือ หรือโรงแรมที่อยู่ใกล้สนามบินโดยเฉพาะ 14 วัน รัฐบาลต้องไม่มองว่าเป็นการสิ้นเปลือง แต่ต้องมองว่าเป็นความปลอดภัยของประชาชนที่รัฐบาลสามารถจัดสรรให้ได้อย่างดีที่สุด จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานอย่างเป็นระบบ มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้ได้มากที่สุด และเสนอแนะเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น