วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563

"จาตุรนต์" เตือนรัฐ หยุดผลักชาวโซเชียลมีเดียเป็นศัตรู

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


อย่าผลักชาวโซเชียลมีเดียไปเป็นศัตรู

ชาวโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตคือกำลังสำคัญของสังคมในการสู้กับวิกฤตโควิด รัฐบาลต้องไม่ผลักให้เขาเป็นศัตรู เลิกคิดแต่จะจับผิด ขู่จะใช้พรก.เล่นงานทุกครั้งที่แถลงข่าวแบบนี้

ในการรับมือกับโควิด โซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตมีศักยภาพช่วยในการแก้ปัญหาได้มากในหลายด้าน ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีบางประเทศเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเราเช่นเกาหลี ไต้หวัน สิงคโปร์ ใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาช่วยงานในหลายมิติเช่นการติดตามความเคลื่อนไหวและดูแลผู้ที่อยูระหว่างการกักตัว รวบรวมข้อมูลผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ แสดงข้อมูลอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นเช่นหน้ากากฯลฯ รวมทั้งการทำกิจกรรมต่างๆอีกสารพัด

ประเทศไทยยังใช้เทคโนโลยีเหล่านี้น้อยมาก

ถ้าจะคิดเรื่องพวกนี้ เช่นจะคิดทำแอ็พหรือแพล็ตฟอร์มหรือวางระบบหรือใช้อาสาสมัครสำหรับเรื่องแบบนี้ ก็ชาวโซเชียลมีเดียนี่แหละที่เก่งเรื่องแบบนี้อยู่เยอะแยะ

ชาวโซเชี่ยลมีเดียยังช่วยให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนได้อย่างมาก ที่ผ่านมาก็สามารถหาความรู้จากผู้เชี่ยวชารระดับโลกหรือประสบการณ์จากประเทศต่างๆมาเผยแพร่อยู่เสมอ

ส่วนเรื่องเฟคนิวส์ รัฐบาลไม่น่ากังวลเกินเหตุ สังคมโซเชี่ยลมีเดียมีระบบวิธีจัดการกับเฟคนิวส์อย่างได้ผลอยู่เหมือนกัน ใครเสนอข้อมูลผิดๆ ก็จะมีคนเสนอความจริงมาแก้ ที่ผ่านมายังไม่เห็นมีเฟคนิวส์ในโซเชี่ยลมีเดยที่ทำให้เสียหายมากๆสักเรื่อง

จะว่าไปรัฐบาลต่างหากให้ข้อมูลน้อยและเสนอเฟคนิวส์อยู่บ่อยๆ รัฐมนตรีสาธารณสุขบอกว่าโควิดก็แค่หวัดธรรมดา หน้ากากมีพอ รัฐมนตรีพาณิชย์บอกว่าจะผลิตเท่านั้นเท่านี้ มีสต๊อคเป็นร้อยๆล้านชิ้นและห้ามส่งออก นายกรัฐมนตรีพูดหลายครั้งว่าโรงพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์มีเพียงพอ ล้วนเป็นเฟคนิวส์ที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจผิด ประมาทและไม่หาทางแก้ปัญหา

ส่วนเรื่องความเห็นต่างนี่อย่าคิดเหมือนเรื่องการเมืองตอนที่มีศอฉ. จะทำให้คนมีความเห็นดีๆไม่กล้าเสนอความเห็นหรือสะท้อนปัญหา เรื่องโควิดนี้ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังเห็นต่างกัน

รัฐบาลต้องเลิกมองผู้เห็นต่างเรื่องการแก้ปัญหาโควิดเป็นฝ่ายตรงข้าม เอาโซเชียลมีเดียเป็นพวก ส่งเสริมให้ผู้คนได้สะท้อนปัญหาเสนอความคิดเห็น

ส่วนกระทรวงดิจิทัล ต้องเลิกทำตัวเป็นเกสตาโป มีงานที่ท่านต้องทำอีกมาก เราอาจจะต้องอยู่กับปัญหาโควิดอีกเป็นปี จะใช้ Internet of Things ให้เป็นประโยชน์อย่างไรต่อการแก้ปัญหาโควิดอย่างไร ดิจิทัลอีคอนอมี จะเป็นเรืองสำคัญ กระทรวงท่านจะทำยังไง ถ้าโรงเรียนเปิดไม่ได้ ท่านจะวางแผนการเรียนการสออนออนไลนตั้งแต่ตอนนี้ยังไง เป็นหน้าที่ของท่านและรัฐบาลนี้ทั้งนั้น อย่ามัวเอาเวลาไปหาตำรวจมาเพิ่มไล่จับชาวโซเชี่ยลมีเดียอยู่เลย

นายกฯแถลงข่าวดูดีขึ้น แต่เรื่องขู่โซเชียลมีเดียนี่ควรเปลี่ยนความคิดได้แล้วครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น