วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

“ฝ่ายค้าน” เปิดเวทีซักฟอกนอกสภา 12 มี.ค.นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ในฐานะคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะจัดเวทีซักฟอกนอกสภาฯ เวทีที่ 1 แฉกระบวนการไอโอ ฉีกหน้ากากขบวนการเพิ่มความขัดแย้ง ในวันที่ 12 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 10.00–12.30น. ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ โดยมีวิทยากรร่วมงาน อาทิ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย จะพูดถึงยุทธวิธีทางทหารในการใช้ไอโอ, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ จะพูดถึงการใช้งบภาครัฐในการสร้างไอโอ ยุยงสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย จะพูดถึงพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และกฎหมายไซเบอร์, นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะพูดถึงมุมมองผลกระทบของคนที่ถูกทำไอโอ และนายโอมาร์ หนุนอนันต์ ผู้ประสานงาน We Watch จะพูดในฐานะของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้ไอโอ ทั้งนี้ รูปแบบการจัดงานเดิมจะเปิดเป็นเวทีสาธารณะเพื่อให้เข้าถึงได้ในมุมกว้าง แต่จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงต้องระมัดระวัง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจำกัดในการเปิดให้คนเข้ามาร่วม แต่จะมีการถ่ายทอดสดทางเพจฝ่ายค้านเพื่อประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ติดตามด้วย


ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน กล่าวว่า การกระทำที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน ทำให้เกิดความเกลียดชังของคนในชาติ  ฝ่ายค้านจะต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะการใช้ภาษีของประชาชนไปปฏิบัติการเพื่อให้คนถูกแบ่งฝ่าย ถูกเกลียดชัง ซึ่งนอกจากจะผิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงแล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย ทั้งนี้ งบประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลในปี 2563 ได้รับงบประมาณจำนวนมาก ดังนั้น หากนำงบประมาณไปเพื่อโฆษณาตัวเอง ไม่ได้สร้างความเข้าใจที่ดีให้กับประชาชนเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ฝ่ายค้านก็จำเป็นที่จะต้องเอาความจริงออกมาชี้แจง อย่างไรก็ตาม การใช้ข้อมูลข่าวสารที่เลือกข้าง สร้างความเกลียดชังให้กับคนในชาติ จะนำไปสู่ความแตกแยก ซึ่งเราไม่อยากเห็นเรื่องจริงของคนโกหก และเห็นเรื่องโกหกจากคนจริง


นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า เวทีนี้เป็นการทำต่อเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ผ่านมา ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าฝ่ายค้านไม่ได้ทำหน้าที่นั้น ตรงนี้เรากำลังจะชี้แจงให้เห็นว่า ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของประชาชน ซึ่งบทบาทเราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสภาฯ แต่เราได้ทำการตรวจสอบในทุกสถานที่ ทุกเวลา โดยเป้าหมายนั้นไม่ใช่การทำลายล้างหรือเคียดแค้นใคร แต่เราทำหน้าที่เพื่อให้เกิดการถ่วงดุล ดังนั้น ในสภาฯ เราก็ทำอย่างเต็มที่ แต่เมื่อสภาฯ ปิดสมัยประชุมเราก็ทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยในทุกที่ทุกเวลาต่อไป


นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ความจริงแล้วรัฐบาลที่ดีจะต้องไม่ตั้งแง่ว่าทำไมฝ่ายค้านจึงตรวจสอบนอกสภาฯ แต่จะต้องกลับไปตรวจสอบตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่เป็นความผิดพลาด เหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลที่ดีควรจะทำ ไม่ใช่ออกมาตั้งแง่ หรือออกมาบอกว่าจะฟ้องกลับ


ขณะที่นายนิคม กล่าวว่า การสร้างความขัดแย้ง การสร้างข่าวปั้นน้ำเป็นตัว การพูดโกหกนั้น มีมานานแล้ว เช่น เรื่องล้มเจ้าที่พูดกันเป็นกระบวนการ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่มีจริง แต่กลายเป็นการทำลายคนดีให้กลายเป็นคนเลวไป แต่เด็กยุคใหม่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้จากโซเชียลแล้ว ดังนั้น คนจึงเลือกเสพแต่ข่าวที่เป็นจริง ข่าวที่ปั้นน้ำเป็นตัวคนเขารู้เท่าทันกันหมดแล้ว วันนี้เรากำลังตามจับ ขอฝากคนที่ทำด้วยว่า ขอให้เลิกทำได้แล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น