วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

"เพื่อไทย" ปลุกนักศึกษาร่วมแก้ไข รธน.

"หญิงหน่อย" ลั่น ต้องเลิกโครงสร้างรัฐราชการ เปลี่ยนประชาชนเป็นศูนย์กลาง ปลุกนักศึกษาร่วมแก้ไข รธน. พร้อมอาสาตัวเป็นนั่งร้าน ให้คนรุ่นใหม่ต่อยอด



วันที่ 21 พ.ย.  เวลา 14.00 น. ที่ห้องออดิทอร์เรียม พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พรรคเพื่อไทยจัดโครงการ เพื่อไทยพลัสยุคใหม่ แข็งแกร่งกว่าเดิม โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถา “เพื่อไทยยุคใหม่ ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” ตอนหนึ่งว่า การจัดงานวันนี้ไม่ใช่เพื่อความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เราอยากให้มีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น โดยใช้ช่องทางพรรคการเมืองนำไปสู่การทำงาน การทำนโยบาย เพราะวันนี้โลกเปลี่ยน การเมืองบริบทเดิมไม่ตอบโจทย์ประเทศ วันนี้เป็นโลกยุคดิจิทัล ถ้าผู้นำ ผู้บริหารคว้าเป็นจะเกิดโอกาส แต่ถ้าผู้นำไม่ปรับตัวจะตกยุกต์แบบตามไม่ทัน อย่างไรก็ตามวันนี้ผู้นำประเทศต่างๆ เด็กลงทุกวัน เพราะการมีเทคโนโลยีสมัยใหม่บีบให้ทุกองค์กร แสวงหาคนที่คิดใหม่ ไม่ใช่เพราะคนเบื่อการเมือง แต่ตอนนี้ต้องการคนมีความรู้ที่ทันต่อโลกยุคใหม่ การที่ได้คนดี คนซื่อสัตย์ มีวิสัยทัศน์ มาเป็นผู้นำวันนี้อาจไม่พอแล้ว แต่ผู้นำจึงต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อจะได้คว้าโอกาสเหล่านี้เป็นเครื่องมือทำมาหากินให้กับประชาชน แต่ถ้าไม่เข้าใจมันก็ไปต่อไม่ได้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ต่อไปนี้สิ่งที่จะออกแบบให้ประเทศไทย คือจะต้องเลิกโครงสร้างรัฐราชการที่เป็นศูนย์กลาง ให้กลายเป็นประชาชนเป็นศูนย์กลาง กระจายอำนาจ กระจายโอกาส จะรวยกระจุกจนกระจายไม่ได้ สังคมประเทศต้องถูกปรับเพราะไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เช่น งบประมาณปี 63 ที่ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้เงินมากสุดเท่าที่มีรัฐบาลมา และจัดงบขาดดุลมาทุกปีต่อเนื่องมาแล้ว 5-6 ปี แต่เศรษฐกิจก็ยังไปไม่ได้ เพราะเงินที่ใช้ลงไปไม่ตอบโจทย์เนื่องจากรัฐส่วนกลางคิด เช่น การทำงานของกระทรวงดีอี จะเปลี่ยนเป็นกระทรวงแห่งออแกไนซ์เซอร์ จัดงานอย่างเดียว หรืองบการลงทุนหลายหมื่นล้าน ที่มีแต่จะสร้างตึก ไม่กระจายลงท้องถิ่น หรือแม้แต่โครงการประชานิยมที่รัฐบาลแจกเงิน ซึ่งเพื่อไทยไม่เคยแจกเงินมีแต่ตั้งกองทุน เช่น กองทุนหมู่บ้าน ทั้งนี้วันนี้เรามีปัญหาคือ 1.การกระจายอำนาจ 2. ประเทศไทยจะไปทางไหนกับโลกในปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับสงครามการค้า และสงความเทคโนโลยี เรื่องเหล่านี้เราจะไม่สามารถเอาชนะด้วยเรือดำน้ำ หรือรถถังที่ประโคมซื้อ นอกจากนี้ในช่วง5 ปีที่ผ่านมา เราไม่เตรียมความพร้อมติดอาวุธ ซึ่งคือปัญญาให้เด็กไทยให้พร้อมเข้าสู่การแข่งขัน รวมถึงไม่สนับสนุนคนรุ่นใหม่มากพอ อย่างไรก็ตามปี 2563 เด็กจบใหม่จะหางานยากขึ้น และคาดว่าจะตกงานมากถึง 5 แสนคน เพราะเศรษฐกิจไม่ดี รวมถึงเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงเรา

“นอกจากนี้ในเรื่องของรัฐธรรมนูญที่มีความบิดเบี้ยว ที่เราเห็นผลจากการเลือกตั้ง พรรคที่ได้ส.ส. อันดับหนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาล และถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกนาน ทั้งยังขัดขวางการพัฒนาประเทศ เพราะเขียนล็อคประเทศไว้ทั้งหมด ดังนั้นน้องๆ ต้องสนใจในเรื่องนี้ เนื่องจากจะต้องอยู่ในประเทศนี้ เราต้องการคนรุ่นใหม่มาดูแลประเทศต่อ โดยเราจะเป็นนั่งร้านที่คลุกกับดินให้คนรุ่นใหม่มาเหยียบต่อยอด เราจะนิ่งเฉยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำอนาคตแบบนี้ไม่ได้ และประเทศนี้จะไปต่อไม่ได้ถ้าเราไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ”คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมโฟกัสกรุ๊ป “เพื่อไทยพลัส เพื่อไทยยุคใหม่ แข็งแกร่งกว่าเดิม” เป็นกิจกรรมที่พรรคเพื่อไทยได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาสถาบันการเมือง  โดยกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ในรูปแบบของกิจกรรมระดมความคิดเห็นผ่านตัวอักษรและภาพ  โดยกำหนดจัดกิจกรรม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น