วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

"เพื่อไทยพลัส" ชวนฟังสัมมนา สงครามการค้าจีน-สหรัฐ

เลขาธิการเพื่อไทยพลัส แนะรัฐเร่งสร้าง เสถียรภาพการเมือง ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุนพร้อมเปิดพื้นที่ ตลาดส่งออกให้กว้างขึ้น ป้องกัน ผลกระทบสงครามการค้าจีน สหรัฐ ขณะที่ 2 กันยายน ชวนฟังสัมมนาใหญ่ ถกผลกระทบ สงครามการค้า จีน-สหรัฐ เชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมพูดคุย


นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส มองว่าผลกระทบของสงครามการค้าจีน สหรัฐส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งต่อเนื่อง เป็นผลมาจากค่าเงิน ของมหาอำนาจทั้งสองประเทศอ่อนตัวลง และเห็นว่าการที่ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออก ไปยังสหรัฐและจีนเป็นหลัก ประเทศไทยจึงจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ดังนั้นต้องสื่อสารไปถึงกระทรวงพาณิชย์ ว่าต้องไม่พึ่งพาตลาด จีนและสหรัฐเพียงอย่างเดียว จะต้องเพิ่มศักยภาพในมิติของการส่งออกไปประเทศ อื่นๆเช่นประเทศเพื่อนบ้านประเทศในแถบยุโรป
เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุดหากเกิด ปัญหาสงครามการค้าในครั้งนี้

นายตรีรัตน์เห็นว่าประเทศไทยมีของดีอยู่มาก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรซึ่งต้องนำเทคโนโลยี มาเป็นกลไกเพื่อเปิดตลาดเพิ่มขึ้น

"การเพิ่มตลาดมันสามารถทำให้ได้มากกว่านี้ ซึ่งในการเปิดพื้นที่มันต้องมีแบบฟอร์มออนไลน์ ต้องมีการสนับสนุนงบประมาณด้วยกระทั่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย หากจีนมีปัญหาเราจะสามารถเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวได้อย่างไร เพราะวันนี้การท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวจีนเยอะมาก ซึ่งหากมีทางเลือก เพื่อเพิ่มนักท่องเที่ยวต่างชาตินอกจากจีนให้เข้ามาในประเทศไทยให้มาก"

เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัสเห็นว่า นโยบายฟรีวีซ่า ถือเป็นช่องทางดึงดูดนักท่องเที่ยว ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่ไปกับ การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นกับเพื่อนบ้าน ที่มีแรงจูงใจไม่แพ้ประเทศไทย โดยเฉพาะในแง่ของบริการ บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าวันนี้ประเทศไทยดีพอหรือไม่ รวมถึงการควบคุมนักท่องเที่ยวให้ได้รับความปลอดภัย ทั้งสถานที่ อาหาร และการบริการ และเห็นว่ามาตรการฟรีวีซ่าควรเพิ่มระยะเวลาให้เกิดความเหมาะสมไม่สั้นจนเกินไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆที่ไม่ได้อยู่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ

นายตรีรัตน์ฝากสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจให้เร่งสร้างความเชื่อมั่น เร่งสร้างการเมืองให้มีเสถียรภาพ จะช่วยดึงความมั่นใจจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมถึงภาคการลงทุนให้กลับมาลงทุนในประเทศไทย
ซึ่งการดำเนินธุรกิจจะเป็นรูปแบบ ของการ ทำโดยคนรวยขายให้คนรวย เงินจะไม่ไปถึง ระดับฐานราก ดังนั้นจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้เงินลงไปสู่ฐานราก และต้องคิดด้วยว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เงินกระจุกตัวอยู่เพียงด้านบน

ขณะเดียวกันมองว่ามาตรการแจกแถมของรัฐบาล เป็นนโยบายที่ใครก็สามารถทำได้ ดังนั้นจะต้องคำนึงด้วยว่าการแจกแถมจะมีความยั่งยืนได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นเรื่องรัฐบาลที่ต้องเร่งทำการบ้านให้หนักขึ้น จึงจำเป็นที่รัฐบาลต้องกลับมาให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง และดึงความเชื่อมั่นให้คนกลับมาลงทุนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ //


"เพื่อไทย" ชวนรับฟังสัมมนาใหญ่ ถกผลกระทบ สงครามการค้า จีน-สหรัฐเชิญ ผู้ก่อตั้งสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจจีนร่วมถกหาทางออกให้ภาคธุรกิจไทย

นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส เลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส พร้อมด้วย นายเทพฤทธิ์ สีนำ้เงิน ผู้อำนวยการสถาบันสร้างไทย ยังได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดงานเสวนาใหญ่ "สงครามการค้าจีน-สหรัฐ" สถานะทางยุทธศาสตร์และการรับมือของไทย โดย Professor Dr. Xiang Bing จากปักกิ่ง ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2 กันยายน 2562 นี้

โดยนายตรีรัตน์ กล่าวว่า กิจกรรมนี้อยู่ในแคมเปญ "ประชาชนคิดเพื่อไทยทำ" ซึ่งย้อนไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีกิจกรรมพบปะประชาชน ส่วนกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนี้ คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการค้า

ด้านผู้อำนวยการสถาบันสร้างไทยบอกว่า ถ้ามองการค้าของทั้ง 2 ประเทศแล้ว สามารถส่งผลต่อประเทศไทยได้พอสมควร การนำเข้าจากจีนเป็นเครื่องจักร ซึ่งทำให้ราคามาไทยถูกลง บทบาทหน้าที่ของรัฐที่ตกต่ำตอนนี้น่าคิด ว่ารัฐจะทำอย่างไร การส่งออกของประเทศไทยเป็นยา ,พาสติก ฯลฯ ซึ่งมันก็เกี่ยวกับอาชีพของคนรากหญ้า การค้าไทยถ้าตกต่ำ มันจะกระทบถึงประชาชนอย่างแน่นอน งานนี้ตั้งใจหาทางออกให้ประชาชน พรรคเพื่อไทยเป็นห่วงเรื่องนี้ ส่วนตัวดีใจ ที่จะได้จัดกิจกรรมในส่วนนี้ ในงานจะได้เจอ ดร.เซียงปิง ที่จะมาแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้ด้วย ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการฟังภาษาไม่เข้าใจ เพราะในส่วนของงาน ได้เตรียมเครื่องแปลภาษาไว้ด้วย

ในส่วนของช่วงที่ 2 ได้เชิญบุคลากรชั้นนำของไทยอีกมากมาย อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ซึ่งตนเน้นย้ำ ว่าจัดกิจกรรมเพื่อต้องการหาทางออกให้รัฐ  และงานจะบอกด้วยว่าประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไรต่อไป กิจกรรมนี้ เป็นครั้งแรกที่จัด ซึ่งจะเปิดให้ทุกคนเข้ามารับฟังได้ และจะมีกิจกรรมเรื่อยๆทุกสัปดาห์


นายเทพฤทธิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ ทีมเศรษฐกิจยังไม่เคยนำเอาปัญหาสงครามทางการค้าระหว่างประเทศ สหรัฐและจีน มาพูดคุยหรือหารือเลย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทย จะไม่ได้รับผลกระทบเลย หากทั้ง 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ ทำสงครามทางการค้ากัน แม้ประเทศไทยจะอยู่ตรงกลาง และผู้ผลิตรายใหญ่ จะไม่ได้รับผลกระทบกับสงครามทางการค้า แต่ผู้ประกอบการรายเล็ก จะได้รับผลกระทบนี้โดยตรง พรรคเพื่อไทยได้เห็นถึงปัญหานี้ และนำเอาข้อมูลที่ได้ศึกษามา มาเปิดเวทีเพื่อแลกเปลี่ยน โดยหลังจากเสร็จสิ้นการเสวนา จะนำเอารายงาน ไปเสนอต่อให้กับภาคเอกชนต่างๆ และรัฐบาล

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น