วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

มหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย 2562 : รากเหง้า ภูมิปัญญา บรรพบุรุษ


กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญร่วมงาน มหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย 2562 Thailand Museum Expo 2019 ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 กันยายนนี้ เวลา10.00-18.00น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภายใต้กรอบแนวคิด “ประชาคมพิพิธภัณฑ์ไทย” เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ (International Council of Museum หรือ ICOM ประจำปี 2562 ที่ว่า “พิพิธภัณฑ์เสมือนศูนย์กลางวัฒนธรรมสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสู่อนาคต” (Museum as Cultural Hubs : The Future of Tradition)



ภายในงานประกอบด้วย การออกร้านแสดงผลงานและนวัตกรรมด้านพิพิธภัณฑ์ การเสวนาวิชาการ การแสดงของสะสมล้ำค่า โดยเฉพาะการจัดเครื่องโต๊ะ เครื่องกระเบื้อง และเงินตราโบราณ บนพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดยสมาชิกเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน วัด ชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบธุรกิจด้านพิพิธภัณฑ์รวมจำนวนกว่า 50 ราย



นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย 2562 Thailand Museum Expo 2019 ประชาคมพิพิธภัณฑ์ไทย กล่าวว่า "พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ ทำให้หลายคนประสบความสำเร็จ เราจะรอภาครัฐเพียงอย่างเดียวไม่ได้ หากร่วมกันทุกภาคส่วนเช่นนี้ เราจะมีแหล่งเรียนรู้หลากหลายที่บรรพบุรุษ สร้างไว้ให้ลูกหลานภูมิใจ และความร่วมมือกันในวันนี้จะเป็นที่ประจักษ์สู่สายตาชาวไทย และคนทั่วโลก ได้เห็นรากเหง้า ภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษที่ทิ้งไว้ให้ชาวไทย"

"สุดารัตน์" สวน "ประยุทธ์" เพื่อไทยลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมนานแล้ว

ส.ส.เพื่อไทยทุกภาคกว่าครึ่งร้อย ลงพื้นที่อุบลราชธานี "สุดารัตน์" ไม่ถือสา "นายกฯ" ติงส.ส. เพื่อไทย ไม่มาต้อนรับ และลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน ย้ำส.ส.ของพรรคทำงานหนักทุกวันทุกจังหวัดนับแต่น้ำท่วม พร้อมจี้รัฐเร่งจ่ายชดเชยให้เร็วที่สุด 


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และพาดพิงถึงส.ส.พรรคเพื่อไทยหายไปไหนว่า หน้าที่และจิตสำนึกของส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมทุกคนอยู่ในพื้นที่ไม่ใช่แค่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ทุกจังหวัดที่มีน้ำท่วมส.ส.ทำงานหนักอยู่กับประชาชนยามที่มีทุกข์ หน้าที่มารับนายกฯจึงไม่ใช่หน้าที่ของส.ส.หรือแม้แต่การเอาอกเอาใจ ซึ่งหน้าที่ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือไปดูแลทุกข์สุขและเอาอกเอาใจประชาชน จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่พลเอกประยุทธ์จะไม่เจอส.ส.ของพรรคเพื่อไทย

พร้อมย้ำด้วยว่า ตลอดช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วมพรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดถึงนายกฯ แต่มุ่งมั่นที่จะทำงาน และประสานงานผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่หากนายกรัฐมนตรี อยากทำงานให้กับประชาชน ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนที่สะท้อนไปแก้ไข

ตนเองและ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทุกคนจึงไม่ถือสา นายกรัฐมนตรี ถ้าอยากทราบว่าทำไมเราไม่มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะพรรคเราไม่เคยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายหรือเอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าคนอื่น และไม่เคยคิดจะมาแย่งกันเอาหน้า

ส่วนมาตรการเยียวยาพรรคเพื่อไทย เรียกร้องมาตลอดตั้งแต่สถานการณ์ภัยแล้งจนมาถึงน้ำท่วมอยากให้รัฐบาลทบทวน จากไร่ละ 1,112 บาท ปรับขึ้นเป็นไร่ละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท แล้วเร่งจ่ายให้ทันภายในสิ้นเดือนนี้

ส่วนเงินที่รับบริจาคไป เป็นเพียงเงินส่วนน้อยเพราะมีงบกลางและงบฉุกเฉิน ซึ่งระเบียบได้ ผ่อนปรนเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน แต่วันนี้ยังไม่เห็นการใช้งบนี้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณหญิงสุดารัตน์ไม่ขอประเมินแผนการช่วยเหลือของรัฐบาล เพราะหากเป็นเรา อย่างที่เคยทำมาสมัยเป็นรัฐบาลตั้งแต่ไทยรักไทย เจอสถานการณ์อุทกภัยหลายครั้งรวมถึงการเกิดสึนามิ ได้บริหารจัดการและส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชนโดยทันทีโดยเฉพาะการจัดศูนย์พักพิงต้องมีประสิทธิภาพ ในแง่ของสุขอนามัย แต่สิ่งที่พบปัจจุบันคือประชาชนต้องพึ่งพาตนเอง จึงอยากให้รัฐบาล นำสิ่งเหล่านี้ไปเป็นบทเรียน ปรับปรุงการรับมือหากมีสถานการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะที่นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เห็นว่าคำสั่งย้ายศูนย์พักพิงของประชาชนให้ไปอยู่ในค่าย มทบ.22 อำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี เผื่อเปิดเส้นทางต้อนรับ พลเอกประยุทธ์ว่า ก่อนมีคำสั่งมีประชาชนในชุมชนมาปรึกษา เรื่องการย้ายจุดพักพิง เพราะเดือนนี้ต้องย้ายถึง 5 ครั้ง และก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาได้สั่งให้ย้ายที่พักพิงบริเวณสะพาน ให้ชาวบ้านไปอยู่ยังศูนย์พักพิงในค่ายทหาร  ซึ่งอ้างว่าหากย้ายไปอยู่ในมทบ.22 จะได้รับงบและอาหาร

ซึ่งทั้งหมดได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนพร้อมตำหนิส่วนราชการของจังหวัดที่ไม่ประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ถ้ารัฐบาลทำงานเป็น จะไม่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงอย่างที่ประสบอยู่ตอนนี้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ แล้วพูดว่าส.ส.ไม่ทำงาน ซึ่งความจริงแล้วพรรคเพื่อไทยทำงานมา กว่า20 วันแล้ว ขณะที่นายกฯมา กับสร้างความเดือดร้อนให้ส่วนราชการและประชาชน

จากนั้นเวลา 10.30 . แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมส.ส. ได้ร่วมกันลำเลียงของบริจาคคนละไม้คนละมือ และปล่อยคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดนเริ่มจุดแรกที่ ที่สะพานกุดปลาขาว อ.วารินชำราบ  ท่วมกลางสายฝนที่ตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง




"ยิ่งลักษณ์" สนับสนุนเยาวชน ห่วงสภาวะโลกร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


ดิฉันได้มีโอกาสติดตามข่าวของ น้องเกรตา ธันเบิร์ก ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับเกรตา ธันเบิร์ก สาวน้อยวัยเพียง 16 ปี ชาวสวีเดน ที่มีทั้งความมุ่งมั่นในการสร้างการรับรู้ของสังคมให้ตระหนักถึงผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน โดยเธอหยุดเรียนเพื่อประท้วงทุกวันศุกร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ตามความตกลงปารีส (Paris Climate Agreement)

เกรตาได้จุดประกายให้เยาวชนทั่วโลกเข้าร่วมรณรงค์ปลุกกระแสสภาวะโลกร้อนให้เป็นวาระของโลก
เธอได้รับเชิญร่วมกับเยาวชนกลุ่มหนึ่งให้เข้าร่วมประชุมกับ the Senate climate crisis task force เธอเดินทางข้ามจากทวีปยุโรปมายังสหรัฐอเมริกาด้วยเรือที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แทนการเดินทางด้วยเครื่องบินที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล โดยเธอได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสหันมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

ภาวะโลกร้อนซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาวะแวดล้อมโลก เป็นเหตุให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น อุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้เกิดการละลายของน้ำแข็งที่อาร์คติก ไฟป่าแอมะซอน คลื่นความร้อนในยุโรปและอินเดีย

ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้งเมื่อหลายเดือนก่อน รวมไปถึงภาวะน้ำท่วมใหญ่ในบ้านเราเอง สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังอยู่ในภาวะวิกฤติ ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงให้กับเศรษฐกิจ ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

เกรตาเชิญชวนให้เยาวชนทั่วโลกร่วมรณรงค์ในโครงการ Fridays for Future ในวันศุกร์ที่ 20 และ 27 กันยายนนี้ และดีใจที่ได้ทราบว่าที่ประเทศไทย โดยกลุ่ม Global Climate Strike ก็ได้จัดกิจกรรมนี้เช่นกันค่ะ

ดิฉันจึงขอร่วมเป็นหนึ่งแรงสนับสนุนในความคิดและวิสัยทัศน์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องรับฟังและให้โอกาสคนรุ่นใหม่ ๆ ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ เพราะนี่คืออนาคตของพวกเขา และขอตั้งคำถามไปยังผู้บริหารประเทศในขณะนี้ว่าท่านได้คำนึงถึงปัญหาหรือไม่ มีแผนการบริหารจัดการ หรือมาตรการป้องกันภัยพิบัติที่นับวันจะรุนแรงขึ้นอย่างไร เพราะทุกคนคงไม่อยากเห็นปัญหาและผลกระทบจากอุทกภัย หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติแบบที่เป็นเหมือนวันนี้ทุกปี ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว เพราะคนที่ทุกข์คือพี่น้องประชาชนค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2562

"วัฒนา" เผย 13 ปี รัฐประหาร'49 เศรษฐกิจเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

วันนี้ครบรอบ 13 ปีของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ฝ่ายอำนาจนิยมเห็นว่าเป็นการรัฐประหารที่ “เสียของ” จึงเกิดการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อไม่ให้การยึดอำนาจที่ผ่านมาต้องเสียของ

สิ่งที่ประชาชนได้รับจากการรัฐประหารครั้งล่าสุดคือเศรษฐกิจที่เสียหายยับเยินเป็นผลให้ประชาชนได้รับความยากลำบากถ้วนทั่วหน้า ยกเว้นคนกลุ่มหนึ่งและนายทุนที่ทำมาหากินกับรัฐบาลที่ร่ำรวยขึ้นบนความทุกข์ยากของประชาชน หลักนิติธรรมถูกทำลาย หน่วยงานของรัฐและองค์กรตามรัฐธรรมนูญกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายเผด็จการโดยมีรัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นเองเป็นเครื่องมือค้ำยันอำนาจ

ผลการอภิปรายทั่วไปที่ฝ่ายค้านถามนายกรัฐมนตรีเพียงสองประเด็นว่า เหตุใดจึงนำคณะรัฐมนตรีกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเหตุใดจึงไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แต่นายกและรองนายกที่มาตอบคำถามกลับไม่แยแสไม่ตอบคำถามของฝ่ายค้านถามอันแสดงถึงการไม่เห็นหัวประชาชน ทั้งที่คำถามมีเพียงว่าเหตุใดจึงกล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบเท่านั้น

รัฐบาล หน่วยงานของรัฐ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนที่มีหน้าที่เพียงก้มหน้าเสียภาษีให้รัฐบาลนำไปใช้จ่ายตามอำเภอใจเท่านั้น ตัวอย่างคืองบกลางที่มาจากภาษีของประชาชนถูกอนุมัติให้นำไปซื้อรถหุ้มเกราะแต่เวลาประชาชนมีทุกข์ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมรัฐบาลต้องขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือ บ้านเมืองจึงเดินมาถึงทางตันอย่างแท้จริง ทางออกมีแต่ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะยอมก้มหน้าถูกเอาเปรียบหรือจะเชิดหน้าขึ้นเพื่อเอาอำนาจของตัวคืนมาด้วยการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้ำยันอำนาจเผด็จการไว้ อัตตา หิ อัตโน นาโถ แปลว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนครับ

วัฒนา เมืองสุข
19 กันยายน 2562

"อนุสรณ์" ถามเจ็บ! ลงพื้นที่อุบลฯ มีมาตรการช่วยเหลือเป็นรูปธรรม หรือไม่?

อนุสรณ์ ถาม ประยุทธ์ ลงพื้นที่อุบล มีข้อสั่งการหรือมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นรูปธรรม หรือไม่?


นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่น้ำท่วมอุบลราชธานี ว่า ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยไม่ไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ ในระหว่างลงพื้นที่น้ำท่วมนั้น ขอเรียนว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคน ไม่มีเวลาไปต้อนรับพลเอกประยุทธ์ ในเต็นท์อำนวยการ เพราะ ส.ส.และบุคลากรทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยทุกคนทำงานแข่งกับเวลา ลงพื้นที่ออกเรือ ลอยคอ ลุยน้ำ มอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในทุกพื้นที่ ไม่มีใครสะดวกไปเป็นผักชี หรือเป็นองค์ประกอบภาพให้พล.อ.ประยุทธ์ เพราะปัญหาของพี่น้องประชาชนที่จมน้ำมา 20 กว่าวันไม่สามารถแก้ไขด้วยการสร้างภาพ น่าเสียดายที่พลเอกประยุทธ์ลงพื้นที่แต่ไม่ได้ลุยน้ำแจกจ่ายถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนถึงบ้านเรือนที่จมน้ำ เห็นแต่ภาพข่าวนั่งอยู่ในเต็นท์บัญชาการ ซึ่งวิธีการทำงานของพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาลนั้นแตกต่างกันอยู่แล้ว ก่อนพลเอกประยุทธ์มา ประชาชนก็ไม่สบายใจทั้งการมองประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมเป็นภาระ กล่าวหาประชาชนว่าเห็นหน้าก็มีแต่ขอเงิน และก็ไม่ทราบว่าพลเอกประยุทธ์ จะมาแนะนำอาชีพอะไรที่ทำไม่ได้จริงให้ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอีก

"สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือมาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภัยน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมาตรการในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เห็นผลโดยเร็ว ไม่ใช่มาสร้างภาพหรือมาเพราะต้องมาเพียงเท่านั้น" นายอนุสรณ์กล่าว

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562

"สมพงษ์" นำฝ่ายค้านอภิปราย ประยุทธ์ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ


วันที่ 18 ก.ย. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย เปิดประชุมอภิปรายปมนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบและรัฐบาลไม่แจงที่มาเงินงบประมาณ ยืนยัน ข้อเท็จจริงนายกฯ และคณะครม.ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบจริง หายไปบางท่อน คำถวายสัตย์ฯ นายกฯ ยังขาดถ้อยความสำคัญของการถวายสัตย์ฯ และยังมีการกล่าวถ้อยคำเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ซึ่งขาดสาระสำคัญ ทำให้มีปัญหาการใช้ถ้อยคำถวายสัตย์ฯ ทั้งนี้ฝ่ายค้านก็ให้โอกาสให้นายกฯ แก้ปัญหาเหล่านั้น แต่นายกฯ ก็ยังเพิกเฉย ไม่แก้ไขอะไร พวกผมฝ่ายค้าน จึงต้องมาอภิปรายในวันนี้ ทั้งนี้ นายสมพงษ์ ยังได้ยกคำพูดของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่เคยได้กล่าวไว้ว่า การถวายสัตย์ฯ จะผิดพลาดไม่ได้ คำกล่าวจะต้องไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว มาเปรียบเทียบอีกด้วย
.
"ผมขอเรียนเพิ่มเติมว่า นายกฯ เองเคยเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณมาแล้ว ผมเห็นว่าท่านมีเจตนาไม่ใช้ข้อความที่ สำนักนายกรัฐมนตรี จัดทำให้ ท่านมีเจตนาอะไร สิ่งนี้ฝ่ายค้าน จะได้อภิปรายต่อไป ผมขอยืนยันว่า การกระทำของนายกฯ ไม่ปฏิบัติตาม รธน.มาตรา 162 ซึ่งส่งผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน งบประมาณต่างๆ ของรัฐบาลอีกด้วย" นายสมพงษ์ กล่าว
.
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า เห็นว่าคำแถลงนโยบายดังกล่าว ฝ่ายค้านมีการคัดค้านไปแล้วแต่คณะครม.ก็เพิกเฉยไม่ปฏิบัติแต่อย่างไร ปัญหาอยู่ที่ว่า ท่านจะหาเงินนั้นมาใช้เป็นงบประมาณได้อย่างไร เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของนายกฯ ที่กระทำอย่างต่อเนื่อง ผมพบว่า ท่วงทำนองที่ท่านนายกฯ ได้กระทำมา ขัดรธน.โดยตลอด สิ่งที่ท่านไม่ได้กระทำตามรธน. อาทิ นำครม.ทั้งคณะกล่าวปฏิญาณไม่ครบถ้วน แถลงต่อสภา ไม่แจงที่มาของเงินงบประมาณแผ่นดินที่จะใช้

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2562

"เพื่อไทย" ประชุมสรุปสถานการณ์อุทกภัย แนะรัฐเร่งเยียวยา

"พรรคเพื่อไทย" ประชุม Video Conference ฟังสรุปสถานการณ์อุทกภัย จ.อุบลราชธานี ผู้ประสานงานเรียกร้องรัฐปรับรูปแบบช่วยเหลือ พร้อมเร่งพิจารณามาตรการเยียวยา



คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย , นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์อมรวิวัฒน์ แกนนำกลุ่มเพื่อไทยพลัส นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว นางลดาวัลลิ์วงศ์ศรีวงศ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ร่วมประชุมสรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี





จากผู้ประสานงานพรรคสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค อาทิ นายเกรียงกัลป์ตินันท์ นายวรสิทธิ์กัลป์ตินันท์ นายสมคิด เชื้อคง นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี นายณรงค์ชัย วีระกุล นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ซึ่งเป็นแกนนำ ปักหลักอยู่ในพื้นที่ โดยรายงานมาจากใน 2 อำเภอหลัก ประกอบด้วยอำเภอเมือง และอำเภอวารินชำราบ

โดยสรุปภาพรวมในพื้นที่ว่าสัปดาห์นี้จุดใดสถานการณ์การเป็นอย่างไรบ้าง แยกเป็น 13 จุด ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมของประชาชนยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก คาดว่าน้ำจะท่วมอีกอย่างน้อย 1-2 เดือน และเป็นใน 8 อำเภอของ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก


คุณหญิงสุดารัตน์ได้สอบถามว่าต้องการให้รัฐบาลดูแลในส่วนใดเป็นเรื่องด่วน และระยะกลาง ซึ่งสิ่งที่เรียกร้องและต้องการสื่อสารไปถึงรัฐบาลคือการประสานข้อมูลเพื่อแจ้งเตือนระดับน้ำ ทั้งแม่น้ำมูลและน้ำโขง และหลังจากน้ำลดรัฐบาลต้องให้ความสำคัญโดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค น้ำไฟ รวมถึงเร่งพิจารณามาตรการเยียวยาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

จึงต้องทำหนังสือไปถึงฝ่ายบริหารและให้ผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยยื่นกระทู้ยื่นญัตติเข้าสู่สภา ฯจะให้พิจารณาช่วยเหลือค่าชดเชย เพื่อให้มีการพูดคุยในระดับประเทศ

โดยในระหว่างนี้จนถึงน้ำลด ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการไปยังจังหวัดให้ข้าราชการออกดูแลพื้นที่โดยแยก ว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบจุดใด ถ้าสั่งการในลักษณะนี้ได้จะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยเฉพาะในแง่ของขวัญกำลังใจเพราะถ้าประชาชนไม่เห็นผู้ใดหรือข้าราชการเข้ามาในหมู่บ้าน ในพื้นที่ต่อเนื่อง ก็จะไม่เกิดความอุ่นใจกับพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้สภาพจิตใจในช่วงแรกย่ำแย่มาก แต่ปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น จึงฝากไปถึงรัฐบาลให้ระดมกำลังออกมา รวมถึงมาตรการเยียวยา ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ เช่นระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทาง ที่จะเกิดความเสียหายอย่างมาก ขณะเดียวกัน ในแต่ละพื้นที่ยังพบผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้และต้องการความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลโดยด่วน

ส่วนเรื่องการช่วยเหลือ ขอให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการสนับสนุนเงิน ที่จะสามารถนำไปใช้จ่ายได้ตรงจุด และเกิดประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมาการบริจาคในรูปแบบของสิ่งของที่ส่งต่อมาในพื้นที่ เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังเห็นว่ากรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือไม่เพราะการมาของนายกรัฐมนตรี ต้องมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจไปต้อนรับ ทำให้การช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าว อาจขาดประสิทธิภาพ


จากนั้นเวลา 13.00 น. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้ร่วมกันปล่อยคาราวานรถสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 2 คันรถใหญ่ๆ ไปช่วยผู้ประสบภัยจังหวัดอุบลราชธานีด้วย


หลังการประชุม Video Conference นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมคุณหญิงสุดารัตน์ และคณะ ทำพิธี ปล่อยคาราวานรถ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยเปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทย ต้องการให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส่วนการจัดงานเลี้ยงของพรรคร่วมรัฐบาลหลังปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสมพงษ์มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องพบปะบ้าง แต่หวังว่าการ เลี้ยงฉลองนี้จะได้ระดมทุนเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

ส่วนกรณีที่พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตอบโต้กระแสวิจารณ์ในโลกออนไลน์ ว่าไม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และเหน็บแนมกลับในทำนอง ว่าต่อให้คนอยู่ต่างประเทศ กลับมาก็แก้ปัญหาไม่ได้นั้น นายสมพงษ์เห็นว่าเป็นเรื่องจริงที่ความเดือดร้อนของประชาชนขณะนี้หนักหนามาก ใครมาก็แก้ไขปัญหายาก แต่อย่างน้อยต้องการให้รัฐบาลแสดงออกถึงความสนใจ ใส่ใจและเป็นห่วงประชาชน ไม่ใช่มีเหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคอีสาน แต่กลับลงพื้นที่อื่น

พร้อมระบุว่ารัฐบาลนี้คิดเพียงอย่างเดียวว่าทำอะไรก็ถูกไปหมด ซึ่งในฐานะฝ่ายค้านพยายามหาข้อมูลแนะนำ ชี้แนะรัฐบาล แต่รัฐบาลก็ไม่เคยปฏิบัติตามคำแนะนำ

วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2562

"ทวี" เผย 7พรรคฝ่ายค้าน หนุนแก้รัฐธรรมนูญ คืนอำนาจประชาชน


ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม  วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน จัดเสวนา ‘รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมเสวนา อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นพ.ประสงค์ บูรณพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เปิดงานเสวนาว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญต้องการสืบทอดอำนาจของรัฐประหาร แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะเลือกพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยและเลือกบางพรรคที่ไม่เอาเผด็จการที่ไปร่วมรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญกลับทำให้คนที่ประชาชนไม่ได้เลือกได้เป็นนายกฯ  เกิดความไม่เป็นประชาธิปไตย การทำให้บ้านเมืองสันติสุข 1.ต้องทำให้ประชาชนของประเทศเป็นประชาชนที่ดีมีปัจจัยสี่ ได้รับการดูแลเศรษฐกิจ มีสิทธิเสรีภาพ 2.ต้องมีรัฐธรรมนูญที่ดี  ภัยของรัฐธรมนูญ 2560 ไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นอนาคตได้



เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของประชาชนเราต้องมาร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญคืนสิทธิคืนอำนาจให้ประชาชน แม้แต่รัฐธรรมนูญที่เผด็จการร่างนั้น เราอาจแก้บทเฉพาะกาลให้อำนาจมาสู่ประชาชน เพราะบทเฉพาะกาลอำนาจอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ที่คนกลุ่มหนึ่งและนายทุน เมื่อร่างเสร็จปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ที่ดินทำกิน ไม่เคยถูกหยิบมาร่างในรัฐธรรมนูญ



"สุดารัตน์" อัดรัฐจ้องขโมยงูเห่า ป้อนกล้วยลิง

‘สุดารัตน์’ ปาฐกถาพิเศษ 7 พรรคฝ่ายค้านเสวนารัฐธรรมนูญใหม่เพื่อไทยทุกคน โดยชี้ รธน. ปี 2560 ทำลายอนาคต - ความเชื่อมั่นนานาชาติ กติกาออกแบบปิดทางพรรคอันดับ 1 เป็นนายกฯ ไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ สูตรพิสดารปัดเศษให้พรรคจิ๋ว ได้รัฐบาลเลี้ยงลิงต้องป้อนกล้วยให้ลิงอิ่ม เมินดูแลประชาชน ต้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ในสภาฯ ซัด รธน.ฉบับปราบโกงแต่ไม่ตรงปก เอื้อให้โกงเลือกตั้ง เปิดทางให้มีรัฐบาลมีเส้น ยืนยันต้องแก้ รธน. เพื่อลดเหลื่อมล้ำ


เวลา 09.30 วันที่ 15 ก.ย. ที่ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมือง จ.มหาสารคาม  วิทยาลัยการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน จัดเสวนา ‘รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังแน่นขนัด โดยมีตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านร่วมเสวนา อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย นพ.ประสงค์ บูรณพงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย นายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ปาฐกถาพิเศษว่า วันนี้เศรษฐกิจกับกฎเกณฑ์ทีความเกี่ยวกัน ทั้งนี้เศรษฐกิจจะดีได้ต้องมีความมั่นใจถึงจะกล้าใช้เงิน ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ทำให้กระเป๋าแฟบ แต่รัฐธรรมนูญนี้ทำลายความเชื่อมั่นและนักลงทุนทั้งหมด ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องการให้เศรษฐกิจกลับมาแข็งแกร่ง โดยรัฐธรรมนูญนี้ทำลายเชื่อมั่น ความหวังของคนไทยและนานาชาติ เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง ทั่วโลกยอมรับ มีสูตรคำนวณ ส.ส.พิสดารที่สุด มีการคำนวณให้พรรคปัดเศษเล็กได้มากันเต็ม พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.มากที่สุดแต่ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นกติกาที่แปลกและขัดหลักการประชาธิปไตยทั่วโลก และมี ส.ว. 250 คน เลือกเสร็จแล้วก็เลือกนายกฯ แทนชาวบ้าน

“ใครเลือกนายกฯ คนนี้บ้างคนยกมือขึ้น แต่มี ส.ว. 250 คนเลือกแทน เมื่อขัดหลักการพื้นฐานประชาธิปไตยทั่วโลกก็ไม่ยอมรับ เมื่อเขียนรัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว อย่างวันนี้พูดวิชาการควรพูดในสถาบันศึกษาได้แต่ต้องมาพูดที่นี่ มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรครัฐบาลมีเกือบ 20 พรรค จึงไร้เอกภาพ เราจึงเห็นการต่อรองตั้งแต่ยังไม่ตั้งรัฐบาล เพราะพรรคนี้ต้องการกระทรวงนี้ วันนี้มีใครต่อรองให้พี่น้องบ้าง ไม่มี ทำให้ได้รัฐบาลที่จ้องขโมยงูเห่าทุกสัปดาห์ที่โหวต ทำให้ได้รัฐบาลเลี้ยงลิง หากล้วยมาป้อนลิง ให้ลิงอิ่ม ไม่ได้หาอะไรให้ประชาชนอิ่มท้อง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ” คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุ

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับปากท้องโดยตรง 5 ปีราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ได้นายกฯ คนเดิมราคาก็ตกเหมือนเดิม อีกทั้งกำลังซื้อในประเทศตก ค่าเงินแข็ง ส่งออกตายสนิท ถ้าเรายังไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหวัง อย่างสหรัฐฯและจีนทำสงครามการค้า แต่ประเทศไทยเตรียมซื้อรถถังและเรือดำน้ำอีกแล้ว ซึ่งสวนกับความเป็นจริง เพราะรัฐธรรมนูญไม่ให้สิทธิประชาชนไปตรวจสอบ ยิ่งเอาคนไม่เก่งมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และรัฐบาลไม่น่าเชื่อถือก็ยิ่งแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ยังขัดขวางอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ อีกทั้งใช้มาตรา 44 ยกเว้นการไม่ทำตามรัฐธรรมนูญร่วม 10 ครั้ง เขียนเองยังไม่ทำตามเลย รัฐบาลทำผิดเรื่องถวายวัตย์ และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่ไม่ได้บอกที่มาของเงิน ในวันที่ 18 ก.ย. 7 พรรคฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกระทำการขัดรัฐธรรมนูญทั้งสองอย่าง รัฐธรรมนูญนี้จึงขัดขวางการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

“ถ้าเราเป็นรัฐบาลคงโดนฟ้อง เพราะเราไม่มีเส้น ของเขาทำผิดแค่ไหน ศาลก็ไม่รับพิจารณา แต่ถ้าเป็นเราคุกโลด อย่างนี้ต้องแก้ไหมคะ“ คุณหญิงสุดารัตน์

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า รัฐธรรมนูญนี้ไม่ตรงปก เพราะเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง และเมื่อใช้ก็ปราบได้ไม่จริง ต้องใช้คำว่ารัฐธรรมนูญส่งเสริมการโกง โกงตั้งแต่การเลือกตั้ง ตรวจสอบลงโทษฝั่งตัวเองไม่ได้เลย แต่ฝั่งตัวเองไม่ได้เลย นาฬิกาหลายเรือน หลายล้าน ไม่ผิด ลืมได้ กำลังสร้างมาตรฐานให้เกิดการโกง อีกหน่อยนักการเมืองยื่นทรัพย์สินไม่ครบก็บอกยืมเพื่อนมา ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ตรงปกต้องฟ้อง สคบ.  และต้องถูกแก้ไข ส่วนตัวดีใจที่สภาฯ จะศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ส่งเสียงถึงทุกพรรคการเมืองในสภา อย่าหลอกประชาชนอีก อย่าสร้างรัฐธรรมนูญของพรรคใดพรรคหนึ่ง ที่มีการบอกว่ารัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อีกทั้ง รัฐธรรมนูญต้องเร่งแก้ไข แต่เราไม่แตะต้องหมวด 1 รูปแบบของรัฐ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ และต้องแก้ไขบางหมวดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562

"พลภูมิ" ประกาศเดินหน้าทำหน้าที่ ส.ส.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.เพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน น้อมรับคำตัดสินจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยกคำร้องคดีดำ อม.3/2562 กรณีแสดงบัญชีทรัย์สินและหนี้สิน ที่ ป.ป.ช.เป็นผู้ร้อง และระบุว่าได้รับความเป็นธรรม โดยศาลได้อธิบายว่าเนื่องด้วย ป.ป.ช.ไม่สามารถนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาขึ้นศาลได้ภายใน 5 ปี ยอมรับก่อนหน้านี้กังวลใจต่อแนวทางการพิพากษา แต่ตอนนี้โล่งใจและมีความสุขมาก ย้ำพร้อมเดินหน้าทำหน้าที่ ส.ส.ดูแลประชาชน ทั้งนี้ นายพลภูมิ ปฏิเสธกระแสข่าวกรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยจะมาลงสนามเลือกตั้งแทน หากศาลพิพากษามีความผิด เพราะมีความหวังแต่แรกและเชื่อว่ายังมีช่องทางการต่อสู้คดี อ้างอิงเรื่องคดีขาดอยุความ 5 ปีตามกฎหมาย และได้รับความเป็นธรรม

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2562

"ภูมิธรรม" หนุนแก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาประเทศ

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษา ผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้ 


สนับสนุนประชามติ /เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ/คืนอำนาจประชาชน 
สร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศโดยเร็ว

ประเทศไทยวันนี้กำลังประสบปัญหารุมเร้าหลายด้าน และรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นส่วนสำคัญของรากฐานปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

ที่ผ่านมาเครือข่ายภาคประชาสังคม องค์กรภาคประชาชน เครือข่ายนักวิชาการ และ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ร่วมกันเริ่มต้นขับเคลื่อนเพื่อเร่งให้เกิดฉันทามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหัวใจหลัก คือกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกภาคส่วน  ซึ่งหมายรวมถึงนักการเมืองจากทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล และ สว. ที่จะต้องจับมือช่วยกันนำประเทศชาติออกจากกับดักรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ทั้งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญ ได้สร้างปัญหาไม่เฉพาะแต่พรรคการเมือง นักการเมือง แต่ยังสร้างปัญหาให้กับประชาชนและสังคมไทยโดยรวม
ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะทำเรื่องใดก่อนหลัง

ในเมื่อรัฐบาลชุดนี้ กล่าวอ้างว่ามาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ก็ยิ่งต้องรับฟังเสียงสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างอิสระ  เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว  อันจะเป็นหลักประกันความเชื่อมั่นที่ต้องเร่งสร้างให้เกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ

หากความเชื่อมั่นไม่มี หนทางการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจะไม่เกิดคนไทยก็คงต้องจำทนแบกรับชะตากรรมที่ไม่ปรารถนาต่อไป.                 
 
ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ รีบคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างสมบูรณ์ที่สุดโดยเร็ว ให้คนไทยได้เลือกอนาคตที่อยากเลือกเอง ไม่ต้องให้”คนดี คนไหน”มาตัดสินใจแทนอีก

อย่าปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้สร้างปัญหาที่ยืดเยื้อต่อไป เพราะจะยิ่งซ้ำเติมปัญหา ยิ่งทำให้ปัญหาซ้ำซ้อนมากยิ่งขึ้น และยากต่อการแก้ไข

เมื่อถึงเวลานั้น...ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ภูมิธรรม เวชยชัย
ที่ปรึกษา ผู้นำฝ่ายค้าน
สภาผู้แทนราษฎร
11 กันยายน 2562

ยื่นค้าน7ตุลาการศาลรธน. วินิจฉัยคดีประยุทธ์


นางสาวอุบลกาญจน์ อมรสิน ประธานองค์กรตรวจสอบการธำรงไว้ ซึ่งหลักนิติธรรม เปิดเผยว่า ได้ไปยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อคัดค้านมิให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คน ซึ่งประกอบด้วย 5 คนแรก ได้แก่ นายนุรักษ์ มาประณีต นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชัช ชลวร นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ซึ่งได้รับการต่ออายุโดยคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 23/2560 และ 24/2560 ลงวันที่ 5 เมษายน 2560 และวันที่ 20 เมษายน 2560 ตามลำดับ ส่วนอีก 2 คน ได้แก่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายปัญญา อุดชาชน ซึ่งเคยทำงานให้กับแม่น้ำ 5 สายในยุค คสช. และเข้ามานั่งในตำแหน่งได้โดยวิธีการสรรหา หรือคัดเลือกตามที่ คสช.ได้ออกแบบไว้ด้วย ซึ่งผู้ตัดสินเป็นผู้ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่ออายุ และผู้ถูกฟ้องคดี คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และสังคมอาจจะเคลือบแคลงสงสัยในการพิจารณาและวินิจฉัยคดีสำคัญๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562

"ชัชชาติ" ประกาศชวนแก้ปัญหากรุงเทพฯ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


ปัญหาของกรุงเทพคืออะไร?

พวกเราแต่ละคนอาจจะคิดถึงปัญหาของกรุงเทพในเรื่องต่างๆกัน รถติด น้ำท่วม ขยะ มลพิษ การทำมาหากิน

ผมคิดว่า ปัญหาที่เราเจอในกรุงเทพหลายๆเรื่อง มีลักษณะที่สำคัญคล้ายๆกันคือเป็นปัญหาที่ "เส้นเลือดฝอย"

ระบบต่างๆในกรุงเทพ คล้ายๆกับร่างกายคน มีระบบเส้นเลือดใหญ่ที่เป็นหลัก อยู่ส่วนกลาง และมีเส้นเลือดฝอยที่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

เราอาจจะมีสวนสาธารณะหลักขนาดใหญ่แบบสวนลุม ที่มีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่อุปกรณ์ครบครัน ในขณะที่ลานกีฬาและสนามเด็กเล่นเล็กๆใต้สะพานของชุมชน ที่เด็กเล่นทุกวันอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่ได้รับการดูแล

เรามีเส้นเลือดใหญ่ในการระบายน้ำผ่านอุโมงค์ยักษ์ขนาดใหญ่มูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ในขณะที่เส้นเลือดฝอยที่เป็นท่อระบายน้ำตามชุมชนต่างๆ หลายที่อุดตัน ระบายไม่ได้

เรามีโรงพยาบาลขนาดใหญ่กระจุกตัวในเขตเมืองชั้นใน ในขณะที่ศูนย์สาธารณสุขและศูนย์สุขภาพชุมชนยังมีไม่เพียงพอและขาดแคลนอัตราบุคลากร

เรามีรถไฟฟ้าหลากหลายสี แต่คนส่วนใหญ่ถูกผลักออกจากแนวรถไฟฟ้าเพราะซื้อไม่ไหวและเรายังต้องเข้าคิวรอรถตู้ มอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกนานเพื่อพาเรากลับถึงบ้าน

เรามีโรงเรียนที่มีคุณภาพระดับโลกหลายแห่ง ในขณะที่โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์เด็กอ่อน ในชุมชนต่างๆขาดแคลนทั้งงบประมาณและบุคคลากร

ระบบเส้นเลือดฝอยที่มีปัญหา สุดท้ายแล้วจะส่งผลกระทบต่อการทำงานและประสิทธิภาพของเส้นเลือดใหญ่ เด็กนักเรียนแข่งกันเข้าโรงเรียนดังๆแทนที่จะเรียนโรงเรียนดีใกล้บ้าน คนไข้แออัดที่โรงพยาบาลศูนย์แทนที่จะคัดกรองก่อนที่ศูนย์สาธารณสุข น้ำรอการระบายที่ไปไม่ถึงอุโมงค์

การแก้ไขปัญหา"เส้นเลือดฝอย"อาจจะไม่น่าตื่นเต้น เร้าใจเหมือนกับการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆอย่างอุโมงค์ยักษ์ แต่คือเรื่องสำคัญที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของพวกเราดีขึ้น

สิ่งที่สำคัญที่สุดของการแก้ปัญหา "เส้นเลือดฝอย"คือ ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ และ ความตั้งใจจริงครับ

#BetterBangkok













วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2562

กลุ่มหลากหลายทางเพศ หนุนเพื่อไทย นำวาระเข้าสภาฯ


นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังพบกับตัวแทนกลุ่มหลายหลายทางเพศที่มายื่นข้อเสนอ 4 ประเด็นเพื่อเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย ว่า เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ทางกลุ่มหลากหลายทางเพศจึงเสนอขอให้พรรคเพื่อไทยช่วยผลักดันเพศสภาพคำนำหน้าชื่อนาย นาง และนางสาว ให้เป็นไปตามความสมัครใจ โดยไม่ต้องใช้คำรับรองจากแพทย์ พร้อมผลักดันกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ชีวิตคู่ และ พ.ร.บ.คู่สมรส ให้คนเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้ หรือไปแก้ไขในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เกี่ยวกับการสมรส รวมถึงให้แก้ไขบทลงโทษผู้หญิงที่จะไปทำแท้ง เพื่อให้ผู้หญิงที่ต้องการยุติการตั้งครรภ์ได้มีทางเลือกในการดำรงชีวิต ไม่ให้เกิดปัญหาสัมคมโดยมีโรงพยาบาลรัฐสามารถช่วยในการยุติการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกกฎหมาย และสุดท้ายกลุ่มพนักงานบริการขอให้ยกเลิก พ.ร.บ.การค้าประเวณี รับรองให้มีอาชีพขายบริการ โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียนผู้ค้าประเวณี

 “โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น.จะมีการประชุม ส.ส.ของพรรค จะนำทั้งหมด 4 ประเด็น เสนอให้ส.ส.เพื่อไทยได้ยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสิทธิของกลุ่มหลากหลายทางเพศในทุกมิติที่เขาเสนอมา แต่หากวิปเห็นว่ากรรมาธิการวิสามัญไม่ควรตั้ง ก็จะผลักไปสู่กรรมาธิการสามัญชุดที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่แทน และจะเป็นโอกาสที่ดีที่มีตัวแทนกลุ่ม LGBP เข้ามาศึกษารายละเอียดรวมกันว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้” นางลดาวัลลิ์ กล่าว






"อนุดิษฐ์" แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


2 วันที่ผ่านมา พวกเราลงเครื่องที่จังหวัดเลยเหนือสุดของอีสานเพื่อรับฟังปัญหาจากผู้ค้าสลากรายย่อย

จากนั้น #ทีมเพื่อไทย ลงพื้นที่เก็บข้อมูลน้ำท่วมและให้กำลังใจและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยหลายจังหวัด หลายพื้นที่ จนมาสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี ใต้สุดของอีสาน

ต้องขอขอบคุณพี่น้องส.ส. ในทุกพื้นที่ ที่ทำงานกันอย่างหนัก บางท่านก็เป็นผู้ประสบภัยเองด้วยจึงทราบปัญหาเป็นอย่างดี เราจึงมีโอกาสเข้าไปในหลายหมู่บ้านที่ความช่วยเหลือจากส่วนกลางยังเข้าไปไม่ถึง

น่าตกใจครับ! พบว่าหลายหมู่บ้านถูกน้ำล้อมรอบ กลายเป็นชาวเกาะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เข้าออกได้ด้วยเรือเท่านั้น บางแห่งไม่มีไฟฟ้าใช้กว่าสัปดาห์ แถมยังขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภค อีกด้วย

วันนี้ผมกลับมาถึงกรุงเทพแล้ว ปัญหาต่างๆของพี่น้อง ความลำบากยากแค้น ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะ ที่พวกเรารับทราบ จะถูกสรุปเป็นแนวทางปฏิบัติที่พรรคจะเสนอให้กับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอช้าไม่ได้ ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส.มากที่สุดในสภา แม้เราจะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่ความทุกข์ยากครั้งนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ

สิ่งที่ทุกฝ่ายทำได้ในเวลานี้เป็นเพียงการช่วยเหลือชั่วคราวเท่านั้น แต่หลังจากน้ำลด ปัญหาต่างๆจะตามมาอีกมากมาย พรรคเพื่อไทยจึงอยากจะสะท้อนความยากลำบากทั้งหลายให้รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบได้รับรู้ เพราะพี่น้องชาวอีสานก็เป็นพี่น้องคนไทยเหมือนกัน อยากให้รัฐบาลหันกลับมาเหลียวแลคนอีสานบ้าง

ผมมีเหตุผลที่ต้องพูดแบบนี้ เพราะหลายเดือนต่อเนื่องมาแล้วที่พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นสะท้อนปัญหาเรื่องภัยแล้งกับรัฐบาล แต่ก็ไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง

สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงการกำหนดมาตรการเพื่อชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ และวันนี้หลายพื้นทียังไม่ได้รับความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะในภาคอีสาน

ภัยแล้งพึ่งจะผ่านไป แต่เพียงชั่วพริบตาพี่น้องเหนือและอีสานก็ต้องมาเจอน้ำท่วมจากพายุโพดุลที่ซ้ำเติมเข้ามาอีก คราวนี้นอกจากพืชผล สัตว์เลี้ยงจะเสียหายแล้ว บ้านเรือน สาธารณูปโภคต่างๆก็โดนด้วย ผมไปเห็นมากับตาต้องบอกว่ามันอึ้งและพูดไม่ออกจริงๆ

ท่านครับ งบประมาณตรงไหนที่ยังไม่จำเป็น ก็จัดแบ่งมาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยก่อนนะครับ พี่น้องลำบากกันจริงๆ!

ส่วนงบภัยแล้งที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย ท่านต้องอนุมัติอย่างเร่งด่วน ยิ่งปล่อยนานไป ชาวบ้านจะยิ่งเดือดร้อนมากกว่านี้

อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องผจญกับภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ และความสิ้นหวังที่เกิดจากการปล่อยปละละเลยของรัฐบาลเลยครับ !

ผมต้องขอร้องและวิงวอนรัฐบาล ถ้าท่านยังปล่อยปละละเลย ไม่ลงมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ปัญหานี้จะบานปลายกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างแน่นอน

และสุดท้ายอาจจะเลยเถิดไปกระทบถึงความมั่นคงของรัฐบาลเองก็เป็นได้

เตือนท่านแล้วนะครับ! จากนี้พรรคเพื่อไทยจะได้ติดตามตรวจสอบและเร่งรัดการทำงานของพวกท่านต่อไป

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2562

"ชัชชาติ" ลงพื้นที่ชุมชนแออัดคลองเตย พบเด็กไม่ใส่รองเท้า

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


วันก่อนผมแวะไปเยี่ยมโรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนาที่ชุมชนแออัดคลองเตย หลังเลิกเรียนครูเหมี่ยวกับครูเตยจะไปเยี่ยมบ้านนักเรียนที่ตรอกโรงหมูห่างไป 2 กม ผมเลยขอเดินไปด้วย ครูบอกว่าการออกเยี่ยมบ้านเด็กทำให้เข้าใจและแก้ปัญหาเด็กได้ดีขึ้นมาก กราบคารวะความเอาใจใส่ของคุณครูทั้งหัวใจเลยครับ

ระหว่างเดินไปตรอกโรงหมู ผม: ซัน ทำไมไม่ใส่รองเท้ามาโรงเรียน เดินเท้าเปล่า ซัน: จ๋าเขารองเท้าขาดครับ ผมเลยให้เขาใส่รองเท้าผม น่ารักดีครับ

"สุดารัตน์" ลงพื้นที่เลย รับฟังปัญหาผู้ค้าสลาก

"สุดารัตน์" ลงพื้นที่เมืองเลย รับฟังปัญหาผู้ค้าลอตเตอรี่ "ยี่ปั๊วกดราคา-แบ่งโควต้าไม่เป็นธรรม-หยุดนำจับผู้ค้ารายย่อย" กระทุ้งรัฐบาลเร่งทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้เพื่อช่วยคนจน หยุดอุ้มแต่คนรวย 



คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรค, นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค, นายไชยา พรหมา ส.ส. หนองบัวลำภู, นายการุณ โหสกุล ส.ส. กทม., นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย, นายธนเทพ ทิมสุวรรณ อดีต ส.ส. เลย, นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล และนายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส. เลย รับฟังปัญหาผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่เทศบาลเมืองวังสะพุง จังหวัดเลย โดยมีชาวบ้านร่วมรับฟังและสะท้อนปัญหานับพันคน


คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้ ส.ส. พรรคเพื่อไทยเสนอญัตติด่วนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ไขปัญหาการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งระบบ ทั้งเรื่องโควต้าผู้พิการ, ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล ฯลฯ ซึ่งวันนี้จะมารับฟังปัญหา และวันข้างหน้าจะให้ตัวแทนพี่น้องประชาชนเข้าไปเสนอปัญหาและทางแก้ไขในรัฐสภาเพื่อแก้ไขให้ตรงจุด


หลังจากนั้น กลุ่มชาวบ้านยื่นจดหมายร้องเรียน เรื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาล ราคายาง และการสร้างเขื่อน ให้กับคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ และติดตามการทำงานของรัฐบาล หลังยื่นญัตติถามคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล คือ ต้องการให้ขึ้นราคาขายจาก 80 บาทเป็น 90-100 บาท, การล่อซื้อจับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลทำให้เกิดช่องว่างให้ตำรวจหรือกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์ ควรเป็นเจ้าหน้าที่ของกองสลากหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ, เพิ่มรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล และปราบปรามการค้าหวยใต้ดิน, ปราบปรามการขอซื้อสิทธิ์หรือโควต้าผู้พิการ, การจัดสรรโควต้าให้กับผู้ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลจริงๆ ไม่ใช่จัดโควต้าให้กับยี่ปั๊วเป็นหมื่นๆ เล่มต่อคนและเอามาขายโก่งราคาให้กับผู้ขายจริง, เข้มงวดราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้ขายรายใหญ่ให้กับผู้ขายรายย่อยไม่ให้เกินราคา, และเสนอให้มีการขึ้นทะเบียนผู้ค้าจริงๆ ไม่ใช่ข้าราชการ


นายกิตติรัตน์ กล่าว หลังจากรับฟังปัญหาของประชาชนว่า ผู้มีอำนาจรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร แต่บางครั้งอาจจะเกิดจากผลประโยชน์ของความลำเอียง ดังนั้นหากรัฐบาลทำงานอย่างจริงจังจริงใจ โดยการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส เท่านั้นประชาชนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ทางพรรคเพื่อไทยเองก็จะรับทุกเรื่องร้องเรียนและจะผลักดันเรื่องเหล่านี้ในรัฐสภา


คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวปิดเวทีว่า ทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็จะดูแลราคาพืชผลการเกษตรให้ประชาชนก่อน แต่ทุกวันนี้ขนาดปัญหาหนอนข้าวโพดที่กัดกินพืช เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลเลย พร้อมทั้งยังกล่าวถึงรัฐบาลว่าสิ่งที่สัญญาไว้กับประชาชนก็ขอให้เร่งทำเพื่อคนจนเสียที อย่าอุ้มแต่คนรวย พร้อมยืนยันว่าแม้เพื่อไทยจะไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่จะทำทุกอย่างและทำทุกเรื่องให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ส่วนเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล พรรคจะเร่งผลักดันการตั้งกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องโควต้าของผู้ขายจริง และราคาขายเพื่อให้ผู้ขายอยู่ได้ ส่วนเรื่องที่เร่งด่วนคือต้องหยุดการนำจับผู้ค้าเกินราคาก่อน และมาแก้ปัญหาที่ต้นเหตุให้จบ แม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะแก้ยากเพราะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่สัญญาจะแก้ให้ ด้วยหัวใจและสมองที่เข้าใจความทุกของประชาชน

“เรามีหัวใจที่เข้าใจความทุกข์ของพี่น้องประชาชน รู้ว่าต้องแก้ปัญหายังไง ไม่ใช่น้ำท่วมให้ไปเลี้ยงปลา”