วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2562

"พานทองแท้" โพสต์ ชอบบรรยากาศแบบไหน...คนไทยขอ ”เลือกเอง!!”


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุว่า ชอบบรรยากาศแบบไหน...คนไทยขอ ”เลือกเอง!!” พร้อมกราฟิกระบุว่า ขออภัย ปิดปรับปรุง อยู่ระหว่างรอการเลือกตั้ง 


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายพานทองแท้ โพสต์ข้อความดังกล่าว หลังจาก เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 โดยหลังจากประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นับจากนี้ภายใน 5 วัน กกต.จะประกาศวันเลือกตั้ง

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

"ชุมสาย" ชี้ บังคับใช้กฎหมายเลือกปฏิบัติ ต้นเหตุต่างชาติเมินลงทุน


นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาบรรดาการกระทำความผิดต่างๆของกลุ่มการเมืองที่มีความผูกพันกันในอดีต และมีแนวทางหรือแนวโน้มในการสนับสนุนอำนาจในปัจจุบันของผู้มีอำนาจในรัฐบาล มักจะถูกปล่อยปละละเลย กระบวนการยุติธรรมไม่ทำงานเท่าที่ควรหรือประวิงเวลาให้เนิ่นช้า เพื่อประโยชน์ในทางใดๆ และจบที่ผลของคดีที่เป็นคุณของกลุ่มการเมืองนั้นอยู่เสมอ

ประกอบกับบรรดาการกระทำความผิดต่างๆของบุคคลที่มีอำนาจในรัฐบาลก็มักจะถูกเพิกเฉย ปล่อยผู้กระทำผิดลอยนวล ประหนึ่งว่าไม่มีอะไรหรือที่น่าเกลียดที่สุดคือกรณีที่น่าเชื่อว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อช่วยตนเองและพวกพ้องให้ปลอดภัยจากคดีความ และให้อยู่ในอำนาจต่อไป รวมถึงกรณีที่อาจมีการใช้ประโยชน์ทางคดีบีบคอต่อรองนักการเมืองให้ย้ายพรรค เป็นต้น ในขณะที่การบังคับใช้กฎหมายกลับอีกกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามกลับดำเนินไปอย่างหนักหน่วง รวดเร็วรุนแรง และอาจเป็นการเลือกจังหวะเวลาเพื่อประโยชน์ในทางการเมือง

"การบังคับใช้กฎหมาย ต้องคำนึงถึงหลักนิติธรรม และมีเมตตาธรรมประกอบด้วย การที่ผู้มีอำนาจใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในทางการเมือง บังคับใช้กฎหมายโดยมีอคติและเลือกปฏิบัติ หวั่นกลัวว่าในสังคมจะเต็มไปด้วยคนที่ไร้คุณธรรมจริยธรรม จะเกิดความแตกแยก จะหาความสงบสุขไม่ได้เลย และ ต่างชาติจะไม่เชื่อถือ อาจจะไม่กล้ามาลงทุน” นายชุมสาย กล่าวทิ้งท้าย

"ทษช." ลงพื้นที่พบผู้ประกอบการนครปฐม


ทษช. ลงพื้นท่ีนครปฐม เปิดนโยบายต่อยอด SME เจาะตลาดโลก "ปรีชาพล" ชวนคนนครปฐมเลือก ทษช.เป็นรัฐบาลไล่เผด็จการ แก้เศรษฐกิจตกต่ำ “ณัฐวุฒิ” แจงโปรแกรมหาเสียงทั่วประเทศ ย้ำ ความพร้อม รอ กกต.ทำหน้าท่ีในฐานะองค์กรอิสระท่ีเป็นธรรม

พรรคไทยรักษาชาติ นำโดยร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงและกรรมการบริหารพร้อมแกนนำพรรค ลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงงาน ธุรกิจ SME น้ำลูกยอ ในเขตเทศบาลตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อต่อยอดนโยบาย SME ผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปซึ่งเป็นสินค้าหลักของประเทศไทย ด้วยยุทธศาสตร์เชื่อมไทย เชื่อมโลก โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนครปฐม ทั้ง 5 เขตพร้อมผู้สนับสนุนพรรคให้การต้อนรับ

ร้อยโทปรีชาพล  กล่าวกับชาวพุทธมณฑลว่า ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองถูกปิดกันไม่ให้สื่อสารกับประชาชน ซึ่งวันนี้คนไทยเจอปัญหาหลากหลายในแต่ละพื้นที่ แต่ที่เหมือนกันทั่วประเทศคือปัญหาเศรษฐกิจและราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ สวนทางกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยยืนยันว่า ปัญหาที่เผชิญอยู่สามารถแก้ไขได้ หากมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งที่ใส่ใจประชาชน ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติด้วย และแม้ว่าการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ แต่อยากให้ประชาชนเตรียมพร้อมในการใช้สิทธิ์

ร้อยโทปรีชาพล ระบุด้วยว่าขณะที่รูปแบบบัตรใบเดียวอาจทำให้สับสน แต่การลงคะแนนหรือกาเพียงครั้งเดียว ได้ถึง  4 วัตถุประสงค์ คือ 1.เลือก ส.ส.เขต 2.เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.นายกรัฐมนตรี และ 4.คือ ไล่ คสช. พร้อมกับย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง 2 ทางเลือกคือ จะเลือกฝ่ายประชาธิปไตยเข้ามาแก้ปัญหาประเทศ หรือจะเลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช.

จากนั้นมีการลงพื้นที่พบปะและรับฟังการสะท้อนปัญหาของประชาชน ที่ตลาดดอนหวาย ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

โดยร้อยโทปรีชาพล ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าทุกพรรคการเมืองพร้อมลงสนามเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ไม่ต้องกังวลเรื่องงานธุรการของแต่ละพรรค ส่วนพรรคไทยรักษา กำลังจะประชุมคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกผู้สมัคร ซึ่งจะชัดเจนในอีก 2 -​3 วันจากนี้ โดยเห็นว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ต้องได้ ส.ส.รวมกันอย่างน้อย 376 ที่นั่ง จะได้ไม่ต้องมีข้อกังวลใดๆทั้งสิ้นต่อกระบวนการที่ผู้มีอำนาจเตรียมการไว้ และทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ที่จะทวงสิทธิเสรีภาพและความกินดีอยู่ดีที่ถูกลิดรอนไปกลับคืนมาได้ผ่านการเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลที่มาจากประชาชนเข้าไปแก้ไขปัญหาหรือการจราจรให้กับประชาชนทั้งประเทศ

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าจะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ หรือมีจุดยืนประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ และยืนยันว่าไม่ใช่การเรียกร้องให้เกิดความขัดแย้ง แต่เป็นการแสดงว่าทิศทางประเทศจะไปทางไหน

ด้านนายณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า พรรคไทยรักษาชาติจะลงพื้นที่ต่อเนื่องทุกภาคของประเทศหลังจากนี้ เเละเชื่อว่าประชาชน รวมถึงคนปักษ์ใต้เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างดีโดยแนวทางของพรรคไทยรักษาชาติพร้อมจะเผชิญหน้ากับเผด็จการทุกรูปแบบและก็พร้อมที่จะทำงานกับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย

นายณัฐวุฒิ ยังเรียกร้องให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่ให้โปร่งใส ตรงไปตรงมา ด้วยความเป็นธรรมและมีความเป็นอิสระ โดยเฉพาะการตรวจสอบนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่เดินทางไปพบอดีตนายกรัฐมนตรีที่ต่างประเทศ ว่าเข้าข่ายการถูกครอบงำหรือไม่ ซึ่งปกติควรปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกันกับทุกพรรคการเมือง โดยเทียบเคียงกับพรรคพลังประชารัฐ ที่ประกาศตลอดมาว่า นโยบายและผลงานของรัฐบาลก็คือนโยบายพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงการสนับสนุนผู้มีอำนาจอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งนายณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะเช่นนี้เป็นยิ่งกว่าการครอบงำ เพราะคือการครอบครองโดยคนใหญ่คนโตในรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้น กกต.ต้องเตือนตัวเองให้มากและตระหนักว่าประชาชนรู้เท่าทันและต้องการความชัดเจนการปฏิบัติจาก กกต.ด้วย


















วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562

"ชัชชาติ" นำเพื่อไทย เยี่ยมเกษตรกรมหาสารคาม หนุนปลูกผักปลอดสารพิษ

‘ชัชชาติ’ ย้ำ เลือกตั้งนี้แพ้ไม่ได้ ขอประชาชนออกไปเลือกตั้งล้มเผด็จการที่ปลอมตัวมาเป็นนักประชาธิปไตย เพื่ออนาคตลูกหลาน พร้อมอาสาแก้ปัญหาเกษตร ชูเกษตรทางเลือกสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร



นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมือง ลงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดมหาสารคาม เยี่ยมชมสวนผักปลอดสารพิษ ชุมชนบ้านหนองบัว ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช สวนผักนี้เป็นการลงทุนลงแรงร่วมกันของชุมชนปลูกผักส่งให้ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าปีนี้มีปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลิตข้าวได้ปริมาณน้อยลงเหลือ 3 กระสอบต่อ 10 ไร่ จึงหันมารวมกัน 18 ครัวเรือนปลูกผักปลอดสารพิษ 25 ไร่ตามความต้องการของท้องตลาดสร้างรายได้สัปดาห์ละ 10,000 บาท

ทั้งนี้นายชัชชาติ ได้พูดคุยถึงปัญหาและขั้นตอนการผลิตและส่งออกผักกับชาวบ้าน พร้อมทั้งรดน้ำสวนผัก ซื้อผัก และรับประทานผักปลอดสารพิษในไร่ หลังจากนั้นนายชัชชาติยังช่วยเก็บต้นหอม และอวยพรว่า “ใครกินผักกาละมังนี้ ขอให้แข็งแกร่ง”

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการมาลงพื้นที่ครั้งนี้ว่า จุดที่ลงพื้นที่เป็นมิติใหม่ เนื่องจากการทำข้าวได้ผลไม่ดี เกษตรกรจึงมีการทำผักขึ้นมาเสริม เป็นผักไร้สารพิษ ส่งตรงเข้ากรุงเทพมหานครฯ สร้างรายได้มาทดแทนข้าว ซึ่งการขายข้าวมี 3 มิติ คือ ราคาขายข้าว ผลผลิตต่อไร่ และต้นทุนการผลิต แต่ราคาขายข้าวเกษตรกรควบคุมไม่ได้ เพราะตลาดโลกเป็นคนกำหนด ดังนั้นมี 3 วิธีที่จะแก้ปัญหาราคาข้าวคือ การพยุงราคาข้าว, การลดต้นทุน, และการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ นอกจากนั้นคือการหารายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร เช่น หมู่บ้านนี้ที่มีน้ำบาดาลดีจึงดึงน้ำบาดาลขึ้นมาปลูกผักปลอดสารพิษได้ ซึ่งมีทางเลือกอื่นอีกมากที่จะมาช่วยเสริมรายได้และรัฐบาลเองต้องเข้ามาช่วยเหลือและให้ความรู้ ต้นไปดูสถิติของกระทรวงเกษตร ผลผลิตข้าวสารต่อไร่ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลกจาก 10 อันดับสูงกว่าเมียนมาร์ประเทศเดียว แสดงว่าผลผลิตต่อไร่ต่ำ ดังนั้นถ้าทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่ม หรือลดต้นทุน แม้จะขายในราคาเท่าเดิมแต่ก็ได้รายได้เพิ่ม ซึ่งต้องมองในหลายมิติ ตนมองว่าเกษตรทางเลือกจะเป็นตัวช่วยที่ดี แต่สำคัญคือต้องตอบโจทย์ตลาด และถ้าสามารถตัดคนกลางได้ ถ้าสามารถตัดราคาส่วนต่างได้ หากทำให้เกษตรกรเข้าใกล้ผู้บริโภคได้มากขึ้น เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องผ่านคนกลางมาก ซึ่งช่องทางตรงนี้สามารถใช้อินเตอร์เน็ตเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคได้ ประกอบกับการคมนาคมที่ดีจะช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า

“ผมว่าก็เหมือนการทำธุรกิจทั่วไป บริษัททำธุรกิจก็ไม่ได้ทำผลิตภัณฑ์อย่างเดียว ต้องมีผลิตภัณฑ์หลายอย่างเพื่อลดความเสี่ยง ต้องบริหารต้นทุนเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายลง ต้องหาตลาดให้เป็นและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ให้ใช้ทรัพยากรเท่าเดิม แรงงานต่อหน่วยมากขึ้น ถ้าเรามองเกษตรกรเหมือนเป็นธุรกิจผมเชื่อว่าจะมีทางออกอีกเยอะแยะเลยที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นได้ ไม่ใช่มองแค่เดียวราคาอย่างเดียวซึ่งเป็นรูปแบบเก่า เราดูให้ครบวงจร ผมเชื่อว่าอนาคตทุกคนยังต้องกินข้าวและอาหารปลอดภัยเป็นเทรนด์ใหม่ของโลกที่จะมาเสริมรายได้ให้เกษตรกรได้”

จากนั้น นายชัชชาติ เดินทางมาพบปะประชาชนในชุมชน ชาวบ้านผูกผ้าขาวม้าและผูกสายสิญจน์ที่ข้อมือเพื่อต้อนรับ นายชัชชาติกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้ได้มาดูแปลงผักมีวิธีการจัดการที่น่าสนใจ และรัฐบาลชุดหน้าจะเข้ามาลดรายจ่าย สร้างรายได้ ขยายโอกาส ให้ทุกคนเท่าเทียมกันทั้งการเกษตร การศึกษา และสาธารณสุข การมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจาก ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. นำปัญหาของประชาชน นำเสนอเข้ามาแก้ไขในคณะรัฐมนตรีอย่างตรงจุด โดยนายชัชชาติสัญญาว่าหากได้เป็นรัฐบาลจะดูแลรายได้สินค้าเกษตร การรักษาพยาบาล การศึกษาให้เท่าเทียม เพราะมันคือประชาธิปไตย ที่ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน

นายชัชชาติ ย้ำว่าคนที่ฆ่าเราอยู่ตอนนี้ไม่ใช่นักการเมืองแต่คือเผด็จการที่ปลอมตัวมาเป็นนักประชาธิปไตย คนพวกนี้หัวใจไม่ใช่ประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการ และมาหลอกคนประชาธิปไตยในช่วงการเลือกตั้ง จะทำลายประชาธิปไตยไทยในระยะยาว จะเห็นได้ว่าช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาไม่มีโครงการอะไร แต่พอใกล้ช่วงเลือกตั้งกลับมีโครงการขึ้นมามากมาย
ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยจึงแพ้ไม่ได้ และต้องได้ ส.ส. 375 คนจาก 500 คน เนื่องจากรัฐบาลได้แต่งตั้ง ส.ว. 250 คนที่มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกไว้ด้วย ตนจึงขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันออกไปเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่เพียงช่วยเราหรือช่วยพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการช่วยระบบประชาธิปไตยให้ไปรอด เพื่ออนาคตของลูกหลาน และเพื่ออนคาตของประชาธิปไตยในประเทศไทย

จากนั้นนายชัชชาติเยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรอินทรีย์เฉลิมพระเกียรติ ที่ทำโดยคนรุ่นใหม่โครงการ Young Smart Farmer ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิตและขายสินค้าเกษตร ส่วนวันพรุ่งนี้ นายชัชชาติ และทีมงานจะไปลงพื้นที่พบปะประชาชนที่ อ.นาดูน และ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม






















“เพื่อไทย” แนะรัฐแก้ปัญหาฝุ่น เริ่มต้นที่ผังเมือง


ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการได้ร่วมอภิปราย เสวนาสาธารณะ PM 2.5 ผลร้ายการพัฒนาสวนทางความยั่งยืน จัดโดยศูนย์ศึกษามหานครและเมือง และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย ส่วนใหญ่จะพูดถึงการแก้ไขปัญหาระยะยาว และปัญหาหลักของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมาจากรถยนต์ การที่นำข้อมูลเปรียบเทียบมาจากต่างประเทศนั้น อาจจะไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ การดำรงชีวิตของคนไทย กฎหมาย และปริมาณรถยนต์ต่อพื้นที่ถนนในประเทศไทย เพราะปัญหาหลักที่ฝุ่น PM 2.5 ไม่สามารถไหลออก จากเมืองได้เกิดจากสภาพอากาศปิดไม่ถ่ายเท  ซึ่งวันนี้เราคงจะต้องกลับไปพิจารณาและศึกษาอย่างจริงจังแล้วว่า ตึกสูงระฟ้านั้นบังลมหรือไม่อย่างไร การก่อสร้างรถไฟฟ้าควรทำเฉพาะเวลากลางคืน ส่วนกลางวันควรจัดสรรเส้นทาง เดินรถให้วิ่งตามปรกติ เพื่อช่วยลดปัญหารถติดและสร้างมลพิษ ดังนั้นรัฐควรเร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหาเร่งด่วนอย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืน เช่น ออกกฎหมายควบคุมมลพิษและมลภาวะทางอากาศ  ปรับปรุงรถสาธารณะ เพิ่มสวนสาธารณะ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการสร้างสถานีอัจฉริยะ Smart Air Quality Monitor ที่ทางเพื่อไทย ได้นำเสนอ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสภาพอากาศได้อย่าง Real Time  และช่วยกันรณรงค์ปลูกจิตสำนึก ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยของสภาพอากาศ โดยช่วยกันหาทางลดปัญหากันอย่างจริงจัง อาทิเช่น ลดการใช้รถ (Car Pool Day) และโครงการการปิดไฟวันละ 1 ชม. เพื่อลดโลกร้อน ควรรณรงค์ให้มีทุกวันเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าแก้ปัญหา การสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ซึ่งโครงการทั้งสอง ไม่ควรจะมีแค่วันเดียวใน 1 ปี

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวต่อว่ารัฐบาลควรจะหันกลับมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและจริงจังในส่วนที่รัฐบาล และ คสช. ใช้ ม.44 ยกเว้นการทำ EIA และกฎระเบียบผังเมืองเปิดทางให้บริษัทเอกชนตั้งโรงไฟฟ้าขยะได้อย่างอิสระ นั้นเป็นการก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะโรงไฟฟ้าก็เป็นอีกสาเหตุที่สร้างปัญหาฝุ่น 2.5 เกินมาตรฐาน พรรคเพื่อไทยต้องการเปลี่ยนกรุงเทพให้เป็น Bangkok Green City เมืองที่พื้นที่สีเขียวที่เพิ่มมากขึ้น เมืองที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี ลดการปล่อยมลพิษทุกชนิด เมืองที่สามารถก้ไขปัญหาความยากจนและชุมชนแออัด รัฐบาลควรเปิดบายพาส และติดตั้งเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานคร แบบที่ฮ่องกงทำ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันและมลพิษ เพราะคนไทยจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้

"ทักษิณ" ห่วงชาวไทย เผชิญปัญหามลพิษ แนะแก้วิกฤตฝุ่น ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง


ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เรียนพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน

สวัสดีเช้าวันจันทร์ ที่ 21 มกราคม 2562

ก่อนอื่นผมขอแสดงความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวไทย โดยเฉพาะท่านที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตลอดจนตามหัวเมืองใหญ่ ที่ต้องเผชิญปัญหามลพิษจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่ในขณะนี้

เรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญเชิงมหภาค จำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพราะไม่เพียงแต่กระทบด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และอุตสาหกรรมไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ การแก้ไขปัญหาคงต้องทำทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยมองไปถึงวันข้างหน้า เรียกได้ว่าแก้ไขปัญหาในวันนี้ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในอนาคตให้กับประเทศไทย

"EP.2 แก้วิกฤตฝุ่น ต้องกล้าเปลี่ยนแปลง" มีทางออกแก้วิกฤตได้ผลจริงมาแล้วในต่างประเทศ การใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกไปเลย ซึ่งหลายประเทศมีแผนรองรับอย่างเป็นรูปธรรม และผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะต้องตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแล้ว เราจะได้เตรียมผลักดันให้ตลาดแรงงานไทยมีทักษะ และศักยภาพให้สอดรับกับทิศทางของโลก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ทางเศรษฐกิจครับ

อีกเรื่องคืออนาคตโลกจะไปทางไหนเทคโนโลยีจะมีบทบาทอย่างไรในการช่วยแก้ปัญหา The Third Wave หรือคลื่นลูกที่ 3 คือคลื่นของเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างไรในการช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ แล้วประเทศไทยเราจะรับมืออย่างไร

https://www.thaksinofficial.com/good-monday/002-pollution/

ด้วยรักและห่วงใยพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่านครับ
#ThaksinGoodMonday

ภาคีเครือข่ายชาวสองล้อ ยื่นหนังสือ "ทษช." เสนอแก้กฎหมายจราจร

ภาคีเครือข่ายชาวสองล้อเกือบร้อย ส่งตัวแทน ยื่นข้อเรียกร้อง ทษช. เสนอแก้กฎหมายจราจร ลดอำนาจตำรวจ “ปรีชาพล” แนะทางออกแก้กฏหมาย ดึงเครือข่ายร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ ย้ำจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี แทนการตั้งด่าน



เครือข่ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ ร่วม 100 คัน เดินทางมาที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อยื่นหนังสือพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ นายประภัสร์ จงสงวน กรรมการยุทธศาสตร์พรรค นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง

โดย นายภีรสิทธิ์ จิรวงศ์ไพศาล แกนนำกลุ่มปลดแอกชาวสองล้อ กล่าวว่า การเดินทางมายื่นหนังสื่อในครั้งนี้เนื่องจากสภาพการใช้รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีข้อจำกัดและมีอุปสรรค์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อกฏหมายหรือระเบียบบังคับท่ีบังคับให้ประชาชนท่ีใช้รถจักรยานยนต์ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นกฏหมายท่ีล้าหลัง การใช้อำนาจของเจ้าหน้าท่ีท่ีไม่เป็นธรรมโดยมีข้อเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1. ปฏิรูป พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ทั้งฉบับ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไข รวมทั้งประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกับ พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย โดยมุ่งเน้นไปที่มาตราที่มีความล้าหลัง ไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงในสภาพถนนปัจจุบัน ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายให้คนบางกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบได้

2. ปฏิรูปตำรวจจราจร โดยมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่จราจร มีหน้าที่อำนวยความสะดวกจราจรเป็นหลัก เพื่อแก้ปัญหารถติด ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ส่วนหน้าที่การตั้งด่าน ให้เป็นหน้าที่ร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ขนส่ง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เพื่อลดปัญหาการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ถูกต้องจากเจ้าหน้าที่บางราย อันเป็นสาเหตุของความขัดแย้งบนท้องถนนเช่นทุกวันนี้

3. ขอให้ยกเลิกข้อบังคับห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานลงอุโมงค์ ปี พ.ศ.2559 และ ปี พ.ศ.2535 อันเป็นการลิดรอนสิทธิ และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีมากกว่า 4 ล้านคัน

4. ขอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น การปรับปรุงสภาพถนนในปัจจุบันให้มีความปลอดภัย การก่อสร้างถนนที่มีความปลอดภัย การสร้างสะพานข้ามแยก อุโมงค์ลอดแยกที่มีความปลอดภัย เพื่อให้รถทุกชนิดสามารถใช้ สาธารณูปโภคเหล่านี้ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและเป็นสุข

ทั้งนี้ ร.ท.ปรีชาพล กล่าวว่า กลุ่มปลดแอกชาวสองล้อเป็นอีกกลุ่มที่มีสมาชิกโชว์ตัวประมาณ 200,000 คน และเชื่อว่ายังมีสมาชิกที่คอยให้กำลังใจอีกจำนวนมากหลายเท่าตัว ซึ่งมีการก่อตั้งดำเนินการและมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ไม่มีเรื่องการเมืองแอบแฝง เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง ถ้าหากมีการขับเคลื่อนไปได้ก็จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมไปถึงผู้ที่ใช้พื้นที่บนท้องถนน

“โดยหลักการของพรรคไทยรักษาชาติ อะไรที่เป็นประโยชน์หรืออุปสรรคและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราจะรับฟังและพร้อมหาวิธีการแนวทางไปสู่การแก้ไข สิ่งหนึ่งที่เราเห็นมาตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็คือกฎหมายที่ออกมาโดยกลุ่มคนซึ่งไม่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ดังนั้นสิ่งที่สะท้อนออกมาอาจจะไม่ได้สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน มีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ต้องมีการปรับแก้ไข เราต้องการให้เมืองไทยเป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันด้วยการยอมรับ ต้องเอาข้อมูลข้อเท็จจริงตัวแทนของแต่ละกลุ่มที่เกี่ยวข้องมาคุยกัน ถึงเวลาความจริงจะตอบทุกอย่าง” ร.ท.ปรีชาพล กล่าว