วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561

“ทษช.” ชูนโยบายนำเทคโนโลยีสมัยใหม่แก้ปัญหา พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชน


ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” จัดงานเสวนาจับตาการเลือกตั้ง 2562 ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “Gen Y กับการเลือกตั้ง 2562” เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นจากคน Gen Y และนักวิชาการรุ่นใหม่เกี่ยวกับแนวโน้ม นโยบาย ความคาดหวัง การขับเคลื่อนประเทศทัศนคติของการเลือกตั้งครั้งใหม่ รวมทั้งร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาการเลือกตั้งและความผาสุกของประชาชนไทย โดย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เป็นตัวแทนเข้าร่วมเสวนา ณ ห้องประชุม ดร.สมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า “ถ้าถามว่า วิธีในการขับเคลื่อนประเทศจะทำอย่างไร ต้องยอมรับก่อนว่าโลกมันหมุนไปเร็วมาก ซึ่งยากที่เราจะตามทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น เดียร์คิดว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำเข้ามาพัฒนาประเทศ และทำให้ประเทศขับเคลื่อนประเทศไป ประเทศไทยของเราถูกทำให้หยุดนิ่งอยู่กับที่มานานแล้ว เกือบ 5 ปี หรือ 10 กว่าปีที่ผ่านมามันไม่ไปไหนเลย มันยังวนเวียนอยู่ในวังวนเดิม จะทำอย่างไรให้ประเทศเราก้าวหน้าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เดียร์มองว่า กฎหมายต่างๆเราต้องมีการแก้ไข เพราะว่าในปัจจุบันนโยบายต่างๆ หรือในอนาคตที่จะถึงนี้มันถูกจำกัด ในการที่จะบริหารงานต่างๆ มันถูกจำกัดโดยกฎหมาย เพราะฉะนั้นต้องมีการแก้กฎหมายสำคัญๆ ที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ เราต้องทำให้ประเทศไทยก้าวทันความเปลี่ยนแปลง ด้วยการทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยจริงๆ

ซึ่งเป้าหมายของเดียร์คือไม่อยากเห็นความเหลื่อมล้ำของสังคม เดียร์คิดว่าเรื่องนี้เราไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด แต่เราควรที่จะทำให้เหลือความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด เท่าที่เราจะสามารถทำได้ การมีส่วนร่วมของประชาชน ทำอย่างไรจะให้คน Gen Y ที่อยู่ในต่างจังหวัด ได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองได้เหมือนกับคน Gen Y ที่อยู่ในกรุงเทพฯ และการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ต้องมาพร้อมกับการเคารพของเสียงส่วนใหญ่เป็นหลัก แต่ทั้งนี้ ต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพของเสียงส่วนน้อยด้วย และจะทำอย่างไรให้ผู้นำประเทศรู้สึกละอายใจต่อการที่กดหัวประชาชน

และจะทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมาย เดียร์เห็นว่าการขยายโอกาสให้กับประชาชน การใช้เทคโนโลยีมาขยายโอกาส สร้างรายได้ ทำให้คนมีเงินที่จะเสียภาษี และนำเอาเงินภาษีนั้นมาใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ไปเป็นรัฐสวัสดิการ ทุกอย่างต้องมีความหวังค่ะ เราเคยไม่มีความหวังกับเรื่องรัฐสวัสดิการในการสาธารณสุข แต่ท้ายที่สุดแล้ว เราก็มีความหวังจาก 30 บาท รักษาทุกโรค เราเคยคิดว่า เกษตรกรมีรายได้จากแค่การทำเกษตรกรรม แต่ความหวังของเราก็เคยทำให้เกษตรกรขายของ OTOP ไปได้ทั่วโลกมาแล้ว”

เมื่อถามถึงจุดเด่นของพรรคไทยรักษาชาติ “จุดเด่นของพรรคไทยรักษาชาติ คือ เราจะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับทุกๆนโยบาย เพราะอย่างที่ได้บอก โลกก้าวไกล ไทยต้องก้าวทัน ตามสโลแกนของพรรค เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นภาคแรงงาน ภาคเกษตรกรรม จะต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาประเทศ ประเทศไทยคนไทยเรามีสิ่งดีๆหลายอย่าง ที่เราสามารถนำเสนอเอาไปขายได้กับทั่วโลก เราจึงต้องนำเอาเทคโนโลยีมาแก้ไขปัญหาประเทศในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเมือง, เศรษฐกิจ, สังคม, ระบบราชการ ทุกอย่างสามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้หมด เดียร์เป็นนักกฎหมายเป็นที่ปรึกษากฎหมาย เดียร์รู้ถึงความยุ่งยากของระบบราชการ ตรงนี้เทคโนโลยีช่วยได้ เราจะทำให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของเราในการสร้างความสะดวกสบายให้ชีวิต เพราะเทคโนโลยีไม่เคยคอรัปชั่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบราชการ จะเป็นทางเลือกที่ดีให้กับประชาชน” น.ส.ขัตติยา กล่าว


 



ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น