วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2561

“พานทองแท้” เผยประชาชนหวั่นถูกสอดแนม หลังมีคลิปสะกดรอยมุ่งรังแกผู้หญิง-ทำลายประชาธิปไตย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ฉิบหายแล้ว..คลิปหลุด!! 
คือคำอุทานแรกของผม เมื่อได้ทราบเรื่องนี้ครับ..!!

แต่เมื่อได้เห็นคลิปจากเว็ปไซต์ข่าวต่างๆ และได้สอบถามข้อมูลมาพอสมควร บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่คลิปหลุดนักการเมืองกับนักกิจกรรมแบบที่ผู้ประสงค์ร้ายพยายามจะให้เป็น เพราะเรื่องมันใหญ่กว่านั้นเยอะครับ..!! 

ถ้าเป็นคลิปหลุดทั่วไป จะไม่มีการตามสะกดรอยถ่าย ตั้งแต่ร้านอาหาร ลานจอดรถ ไปจนถึงตั้งกล้องรอในห้องของโรงแรม แถมด้วยพนักงานเช็คอินจัดให้เข้าห้องตรงกับที่ตั้งกล้องเอาไว้อีก จะมีสักกี่หน่วยงานกัน ที่มีขีดความสามารถทำได้ขนาดนั้น..

เอาแค่การตั้งกล้องรอตามจุดต่างๆ ซึ่งไม่มีใครล่วงรู้ว่าเป้าหมายจะไปที่แห่งใด เนื่องจากเป็นการพูดคุยนัดหมายกันทางโทรศัพท์ และพิมพ์แชทส่งกันผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ ซึ่งรู้กันเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น..!! ผู้กระทำการเตรียมการถูกจุดเป๊ะๆ ได้อย่างไร..?? 

ผมเชื่อว่า นี่คือการจงใจล้วงความลับ ด้วยการวางแผนกันมาอย่างดี โดยอาจจะใช้อุปกรณ์สอดแนม แบบที่เราเห็นในหนังจารกรรมก็ได้ และคิดว่าบุคคลธรรมดา หรือแม้กระทั่งนักสืบมืออาชีพทั้งประเทศไทย ก็ไม่น่าจะสามารถทำได้ 

จุดประสงค์ในการกระทำครั้งนี้ คงเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากตั้งใจจะรังแกผู้หญิงคนหนึ่ง ด้วยการทำให้อับอาย ผู้หญิงคนนี้จะได้เลิกออกมาเคลื่อนไหว ในสิ่งที่ใครบางคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้น แถมด้วยการทำลายความน่าเชื่อถือของฝ่ายชายซึ่งอยู่ในพรรคการเมืองซีกประชาธิปไตยที่ไม่เอาเผด็จการฯ ด้วย 

ยิ่งนักการเมืองผู้นี้บ่นอยู่เสมอว่าโดนสะกดรอยตาม โดยครั้งหนึ่งเคยโดนชายผมเกรียน ขับรถตามสะกดรอย และดักทำร้ายร่างกายตอนที่กำลังเดินออกจากสนามฟุตบอล เป็นข่าวใหญ่เกรียวกราวมาแล้ว ใครหนอเป็นคนทำ..ช่างน่าสงสัยจริงๆ

นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา มีแค่แนวทางทางการเมืองไม่ตรงกัน ทะเลาะกันบ้าง ขัดแย้งกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครเล่นกันแรงกันขนาดนี้นะครับ โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้ไม่แมนเลย

คำถาม..ที่ประชาชนอย่างพวกเรา ควรได้รับคำตอบก็คือ เรื่องที่เป็นความลับส่วนบุคคล ความเชื่อมั่นว่าข้อมูลข่าวสารที่เราส่งถึงกันไม่รั่วไหล ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในอาคารสถานที่ต่างๆในประเทศไทย ยังมีความปลอดภัยได้มาตรฐานอยู่หรือไม่..?? 

และที่สำคัญ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการสอดแนม ดักฟัง ล้วงความลับ อ่านแชทของชาวบ้าน ล้วงข้อมูลในมือถือ ซึ่งในรัฐบาลก่อนๆ เคยเป็นของผิดกฎหมาย เดี๋ยวนี้มันถูกกฎหมายแล้วหรือ? มีใช้ในประเทศเราแล้วหรือยัง?

ประชาชนมีสิทธิ์จะถามไหม

และใครควรจะเป็นคนตอบดีครับ?


1 ความคิดเห็น:

  1. เป็นอีกเหตุหนึ่งที่นักลงทุนต่างชาติไม่มาลงทุนในประเทศเรา

    ตอบกลับลบ