วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

ไม่หวั่นพลังดูด! “ภูมิธรรม” เตือนอยู่ผิดข้าง ระวังไม่ได้เข้าสภาฯ


เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงตัวเลขสมาชิกพรรคที่ออกจากพรรคเพื่อไทยว่า อดีต ส.ส.ปี 2554 ระบบเขตเลือกตั้งที่ออกจากพรรคเพื่อไทยไปยังพรรคต่างๆ ไม่นับรวมที่ไปพรรคไทยรักษาชาติ อยู่ที่ 28 คน ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็มีอีกบางส่วน แต่คิดว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่พรรคการเมืองหากเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เขาเลือก การที่ ส.ส.ไหลออกไปไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจ เพราะเท่าที่ฟังพรรคของผู้มีอำนาจดูดอดีต ส.ส.ไปจากพรรคต่างๆประมาณ 50 คน แต่การเลือกตั้งทุกครั้งจะมีตัวเลข 20-30% ที่อดีต ส.ส.ไม่สามารถกลับเข้าสภาได้ ตรงนี้ต้องมาพิสูจน์กันว่าช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่ประชาชนได้เผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ เขาอยากได้คณะรัฐบาลที่ตอบสนองการแก้ปัญหาแบบไหน ผู้แทนราษฎรเองต่อให้เป็นคนเก่าคนแก่ แต่หากเลือกอยู่ผิดข้างไม่สามารถเป็นข้างที่ให้ความหวังตอบสนองการแก้ปัญหาให้ประชาชนได้โอกาสกลับคืนเข้าสภาฯ ก็มีไม่มาก

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราให้ความไว้วางใจนักการเมืองของเราทุกคน แต่ก็มีเสียงลือเรื่องการย้ายพรรคมาก เราเฝ้าระวังเรื่องนี้อยู่ กรรมการที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่ การย้ายออกของอดีต ส.ส.ยืนยันไม่มีปัญหาเพราะเรามีบุคลากรที่มีคุณภาพให้ประชาชนเลือกใช้งานมากกว่าจำนวนเขตที่มีอยู่ มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีเครดิตเพียงพอที่ประชาชนจะฝากไว้วางใจกับเรา ส่วนจะส่งผู้สมัครครอบ 350 เขตหรือไม่นั้น เราจะส่งให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ แต่ก็ขึ้นกับเงื่อนไขหลายๆ อย่าง เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า มีเจตนาลาออกช่วงสุดท้ายให้หาตัวผู้สมัครไม่ทัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้นักการเมืองหลายคนที่ออกไปยังมีความหวั่นเกรง การตัดสินใจย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคะแนนนิยมที่มีต่อพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามถึงกรณีอัยการจะนัดสั่งคดีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวโจมตีผลงาน 4 ปี คสช. จะส่งผลให้ถูกยุบพรรคหรือไม่? นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราไม่เคยกังวลในเรื่องนี้ แม้จะมีการสะท้อนให้สมาชิกเราหวั่นไหวบ้างแต่ไม่กระทบความหวั่นไหวของสมาชิกพรรค ช่วง 3 วันสุดท้ายก่อนวันที่ 26 พ.ย. มีการปล่อยข่าวเข้ามาว่ากระบวนการนี้จะรวดเร็วเพื่อยุบพรรค ก่อให้เกิดความสับสนในหมู่นักการเมือง แต่คดีความต่างๆ ไม่ได้ไปไกลแค่จะส่งฟ้องเข้าสู่กระบวนการธรรมดา

เมื่อถามว่า นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรค มีโอกาสนำทีมหาเสียงทุกพื้นที่มากน้อยแค่ไหน? นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายพานทองแท้เป็นสมาชิกพรรค โดยหลักการสมาชิกพรรคทุกคนมีสิทธิร่วมหาเสียง ถึงเวลาเราก็เรียกร้องขอความร่วมมือกับสมาชิกทุกคนอยู่แล้ว เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของพรรคเพื่อไทยคือฐานสมาชิกที่มีความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ส่วนใครจะมีเวลาช่วยพรรคได้มากแค่ไหนก็เป็นเงื่อนไขของแต่ละคน ส่วนลูกของนายทักษิณอีกสองคนนั้นยังไม่เห็นว่าสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก เมื่อถามว่า นายสมชาย วงษ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายสมชายยังเป็นสมาชิกอยู่

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุไม่จำเป็นต้องสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่เป็นห่วงเรื่องข้อกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความสง่างามในการอาสามาเป็นผู้นำ สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ ควรทำคืออาสาตัวเองเข้ามายืนหน้าสปอร์ตไลท์ให้ประชาชนเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำที่ทำหน้าที่มาให้ประชาชนตัดสินใจให้ทำงานต่อไปหรือไม่ ให้เหมือนนักการเมืองทั่วไป การกลับเข้าสู่อำนาจหากเกิดขึ้นจริงก็จะสง่างาม ดีกว่ายืนอยู่ห่างๆ ให้ตัวเองได้เรียบทุกอย่างแบบนั้นไม่สง่างาม ส่วนที่ คสช.จะให้เวลาหาเสียง 60 วัน ถือว่าน้อยไปหรือไม่นั้น ไม่ใช่เรื่องน้อยหรือมาก แต่ผิดวิสัยที่ประเทศประชาธิปไตยเขาทำกัน เพราะปกติพรรคการเมืองกับประชาชนสามารถสื่อสารกันได้ตลอดเวลา จนถึงวันสุดท้ายที่จะก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบให้คนเป็นกลางเข้ามาดูแล แต่นี้ควบคุมตลอดเวลา ทุกคนเห็นอยู่แล้วว่ารัฐบาลใช้ทุกช่องทางชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งแต่ทุกพรรคการเมืองพร้อมสู้ในกระบวนการ เพราะเชื่อว่าทุกสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ในสายตาประชาชนตลอด

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น