วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

“ลดาวัลลิ์” สอน คสช. เศรษฐกิจจะดีไม่ใช่เพราะไล่แจกเงิน


นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาล คสช.โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศมาเป็นเวลา 4 ปี 6 เดือนโดยไม่มีนักการเมืองฝ่ายค้านเลย และยังมี ม.44 เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ทำไมมีคนจนที่รัฐบาลต้องช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน จำนวนมากถึง 14.5 ล้านคน การที่รัฐบาลคัดแยกคุณสมบัติคนจนมีรายได้น้อยออกมา 14.5 ล้านคนเช่นนี้เป็นตัวชี้วัดได้ว่า การบริหารเศรษฐกิจล้มเหลวใช่หรือไม่? เพราะการบริหารประเทศที่ประสบความสำเร็จนั้นมีตัวชี้วัดคือ รัฐบาลจะต้องทำให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีกินมีใช้ ซื้อขายคล่อง รายได้โดยรวมของประเทศดีขึ้นไม่ต้องขูดรีดภาษีจากประชาชน สถิติจำนวนคนยากจนจะต้องลดลงเรื่อยๆ

นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4 มาตรการ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ดังกล่าวนี้ เป็นการให้เงินช่วยเหลือระยะสั้นเพียงแค่ 10 เดือนเท่านั้น จะให้ค่ารถผู้สูงอายุไปรักษาพยาบาลเพียงแค่เดือนธันวาคมเดือนเดียวเท่านั้นเอง โครงการเร่งด่วนเฉพาะกิจเช่นนี้ รัฐบาลได้เสนอ กกต.ให้พิจารณาเห็นชอบก่อนตามข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้วหรือไม่? ถ้าหาก กกต.ตอบว่ากระทำเช่นนี้ได้ก็จะเป็นบรรทัดฐานให้ทุกรัฐบาลสามารถทำได้ โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

“การจัดเงินให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเป็นสิ่งที่ดี พรรคไหนมาเป็นรัฐบาลก็สามารถทำได้อยู่แล้ว มั่นใจว่าประชาชนชาวไทยทุกคนย่อมทราบดีว่าเงินที่รัฐบาลใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์นั้นล้วนเป็นเงินที่คนไทยทุกคนมีสิทธิ์เป็นเจ้าของเพราะส่วนหนึ่งเป็นเงินภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บจากประชาชนทุกคนทั่วประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม แล้วนำมาเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศ การที่ประชาชน 14,500,000 คน ได้รับเงินผ่านบัตรคนจนก็เป็นการรับเงินของประชาชนเอง ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใคร เพราะไม่ใช่เงินของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและไม่ใช่เงินของ 4 รัฐมนตรีที่สังกัดพรรคพลังประชารัฐที่ยังไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ทั้งๆที่ใกล้จะถึงวันเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 แล้ว เชื่อว่าประชาชนรู้ทันว่ารัฐบาลกำลังคิดและกำลังทำอะไรอยู่” นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น