วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เพื่อไทย แนะรัฐจับมืออินโดฯ-มาเลย์ แก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ


#TV24 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า "ห่วงใยกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพราะราคาปาล์มตกต่ำอย่างหนักในรอบ 20 ปี ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ราคาปาล์มตกต่ำส่งผลมาจากการที่อียูมีมติเรียกร้องห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยสภาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของเบลเยียมซึ่งเป็นองค์กรให้คำปรึกษาด้านสาธารณสุขแก่รัฐบาลเบลเยียม ได้ออกรายงานว่า น้ำมันปาล์มมีกรดไขมันอิ่มตัว (saturated fat) ซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจ ส่งผลทำให้ราคาปาล์มไทยตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.50 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาของตลาดโลกควรจะอยู่ที่ 3.30 บาท ต่อกิโลกรัม จึงจะเป็นธรรมกับผู้ซื้อและผู้ขาย"

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวต่อว่า "สำหรับการแก้ปัญหาในระยะยาวเพื่อไม่ให้ประสพปัญหาราคาปาล์มตกต่ำอีก เราต้องร่วมมือกับเพื่อนบ้านเพื่อสนับสนุนราคาปาล์มให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสม และเพิ่มเติมในส่วนของการขยายตลาดและการหาตลาดสำรองกับประเทศที่มีการบริโภคน้ำมันปาล์มในปริมาณมาก เช่น อินเดียและจีน เพื่อต่อยอดการขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ในอนาคต ซึ่งรัฐควรจับมือกับอินโดฯ และมาเลย์ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมปาล์ม และการกีดกันการค้าของสภายุโรป"

“นรวิชญ์” อัด ป.ป.ช. รื้อคดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์-หวังผลการเมือง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​​​ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2561 นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ในฐานะทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกร้องต่อคณะกรรมการ ... ชุดใหญ่ อย่าตกเป็นเครื่องมือหรือยอมให้ถูกใช้เพื่อเป็นวาระทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

​​ด้วยเมื่อสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม 2561 ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่ากรรมการ ...รายหนึ่ง ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เคยระบุว่า มีอคติต่อตนมาตลอด ได้มีความพยายามที่จะนำคดีระบายข้าว (จีทูจี) โดยนำสัญญาระบายข้าวที่เหลือมาดำเนินคดีใหม่อีกเป็นครั้งที่ 2 แต่กลับมีการกล่าวหาบุคคลเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยให้จำเลยหลายรายในเรือนจำให้การซัดทอดถึง ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือญาติ โดยมีการจูงใจแลกกับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ แต่ให้อยู่ในโรงพยาบาลแทนโดยมีข้ออ้างเรื่องเจ็บป่วยตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้แถลงว่า ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้งสัญญาที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่จำเลยรายอื่นๆ ด้วย ในเรื่องที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีข้อสังเกตว่าความพยายามเรื่องนี้สอดรับกับประกาศ ... เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี .. 2561 ที่เพิ่งมาประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2561

ข้าพเจ้าในฐานะ ทนายความของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีที่เหลือทั้งหมด จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นจริงตามกระแสข่าวดังกล่าวในช่วงนี้ เป็นเรื่องเศร้า และน่าอดสู่ใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีกรรมการ ...บางคน นำองค์กรมาเป็นเครื่องมือในทางการเมืองเพียงเพื่อทำลายชื่อเสียงของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน และทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทย ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ ปี่ กลอง การเลือกตั้งกำลังจะเริ่มขึ้น หากจะดำเนินคดีนี้อีกควรทำให้เป็นเรื่องปกติตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความถูกผิด ซึ่งศาลฎีกาเองก็ได้มีคำพิพากษาไว้แล้ว ไม่ควรที่จะมีข้อเท็จจริงใหม่เกินขอบเขตที่ศาลฎีกาได้พิพากษาไว้โดยกล่าวหาบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด

ในชั้นนี้ ข้าพเจ้าในฐานะทนายความของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองท่าน จึงขอเรียกร้องมายังประธานคณะกรรมการ ... และกรรมการ ... ท่านอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อย่าตกเป็นเครื่องมือของกรรมการ ...บางคน หรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะนำองค์กรมาเป็นเครื่องมือเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง


​​นายนรวิชญ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อดำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมคณะกรรมการ ...ทั้งคณะที่เหลือคงจะให้ความเป็นธรรมและใช้ดุลพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบ เที่ยงธรรม เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่ต้องดำรงไว้ด้วย

"อนุสรณ์" ชี้ "ดร.ทักษิณ" วิเคราะห์การเมืองไม่กระทบความมั่นคงประเทศ


#TV24 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหวแต่ละทีสะเทือนไปหมด ว่า

"พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ต้องหนักแน่น ก่อนหน้านี้คุยมาตลอดว่า ผลงาน 4 ปีรัฐบาลที่โดดเด่นคือการทำให้ประเทศสงบ แต่รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงกลับมาบอกเสียเองว่า การให้สัมภาษณ์ของ ดร.ทักษิณ อดีตนายกฯ กระทบต่อความมั่นคง การที่ ดร.ทักษิณ วิเคราะห์ว่าพรรคฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยจะได้ที่นั่งในสภาเกิน 300 ที่นั่งนั้น ก็เป็นการวิเคราะห์คาดการณ์แบบวิญญูชนทั่วไป ชาวบ้านนั่งตามร้านกาแฟก็คิดวิเคราะห์กันไปต่างๆนาๆได้ ผลอาจจะเป็นหรือไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้ ไม่น่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคงแต่อย่างใด ไม่อยากให้ใครไปขยายความให้เกิดตื่นตระหนกหรือมองโลกในแง่ร้าย โดยเฉพาะคนของรัฐบาล ทำโพลมากี่ครั้งคะแนนของพรรคที่จะสนับสนุนการสืบทอดอำนาจก็ได้คะแนนที่ดีมาโดยตลอด จะกลัวอะไรกับการตัดสินใจของประชาชน กับเพียงแค่การวิเคราะห์คาดการณ์ทางการเมือง การวิเคราะห์ว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะได้ที่นั่งในสภาเกิน 300 ที่นั่ง ไม่ได้เป็นการครอบงำทางการเมืองกับพรรคใดแต่อย่างใด และไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคง แต่อาจมีผลทางจิตใจของแกนนำรัฐบาลหรือไม่? ที่พูดอยู่ฝ่ายเดียว ทำอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด 4 ปี แต่คะแนนนิยมยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่?"

"คนที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายใด ทุกคนก็ต้องรักและหวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมืองทุกคน ดังนั้นอย่าทำให้ประชาชนสับสนหรือสงสัยว่า ก็ในเมื่อประเทศสงบมาตลอด พอใกล้จะเลือกตั้งทำไมถึงจะไม่สงบ หรือถ้าจะไม่สงบจริงๆ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการอ้างเหตุแห่งความไม่สงบนั้นสืบทอดอำนาจต่อไปหรือไม่?" นายอนุสรณ์ กล่าว

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561

“ชยิกา” แนะรัฐชะลอ พ.ร.บ.ไซเบอร์ เผยสังคมหวั่นเป็นเครื่องมือการเมือง


ชยิกาเสนอ​ “รัฐบาลชะลอดัน ...ไซเบอร์ เปิดรับฟังความเห็นประชาชน ปมละเมิดสิทธิฯ 
ชี้ กระทบการลงทุนธุรกิจดิจิตัลรุนแรง ยิ่งดัน สังคมยิ่งหวั่นถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง 

นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์  คณะทำงานด้านต่างประเทศ และคณะทำงานด้านสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์พรรคเพื่อไทย โพสต์แสดงความเห็นต่อการเสนอร่างพ...ความมั่นคงไซเบอร์ ในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่าตนไม่เห็นด้วยกับการที่สภานิติบัญญัติ ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร จะผ่านร่าง ...ไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งหลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าอาจจะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิประชาชน ปิดกั้นสื่อ และใช้กฎหมายเพื่อทำลายผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง การที่รัฐบาล คสช. จะเสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากการใช้ชีวิตของคนในยุคดิจิตัลจำนวนไม่น้อยกว่า 40 ล้านคน ของประเทศ ผูกพันอยู่บนโลกออนไลน์ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนถูกเก็บบันทึกอยู่บนโลกออนไลน์แทบทั้งสิ้น ผู้ร่างกฎหมายดังกล่าว จึงควรรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้หลากหลายมากกว่าที่ทำอยู่ 

นางสาวชยิกา กล่าวต่อว่า ร่างพ...นี้มีปัญหาหลายด้าน กฎหมายฉบับนี้ต้องการ "ควบคุม" มากกว่า "ส่งเสริมและสนับสนุน" เสรีภาพของประชาชน จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งรัดให้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ทันก่อนเลือกตั้งมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองแอบแฝงหรือไม่ ซึ่งในข้อเท็จจริง ร่าง ...ความมั่นคงไซเบอร์ รวมไปถึง ...คอมพิวเตอร์ ทั้งเนื้อหาและโครงสร้างบริหารสร้างอุปสรรคในการพัฒนาประเทศไปสู่เวทีสากล ทำให้หลายฝ่ายกังวัลว่าอาจมีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน


นางสาวชยิกา ยังได้เสนอให้ชะลอการเสนอร่างฯ ผ่าน สนช.เพราะ สนช. ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชน และให้รัฐบาลที่มีจากการเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณา รัฐบาลควรแก้ไขนิยามให้ชัดเจน เช่น นิยามเรื่องความมั่นคง” “ภัยไซเบอร์ฯลฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนไทยและต่างประเทศ ลดความเสี่ยงที่กฎหมายจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำลายฝ่ายที่เห็นต่างทางการเมือง และให้การดำเนินคดีผ่านกระบวนการยุติธรรมปกติ ไม่จำเป็นต้องให้อำนาจพิเศษแก่บุคคล ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการกระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"อนุสรณ์" ชี้ ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือชัตดาวน์รัฐบาลหลังการเลือกตั้ง


#TV24 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ ผู้นำหลายประเทศ ต่อคิวคุย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หลังรู้จะอยู่ยาว ว่า "ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดปมถอดถอนนายดอน ออกจากตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ หากการออกมาพูดอะไรแบบนี้แล้วคิดว่าเป็นการสร้างหลักประกันความมั่นใจให้กับตัวเองก็เป็นสิทธิที่นายดอน จะพูดโฆษณาชวนเชื่อ ผู้นำต่างประเทศคงมีข้อมูลมากพอว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีที่มาอย่างไร ผ่านไป 4 ปี คำถามจะปฏิวัติอีกหรือไม่ยังกลายเป็นคำถามพื้นๆ และไม่มีใครการันตีว่าจะไม่ทำรัฐประหารอีก ทหารยังไม่ส่งสัญญาณกลับเข้ากรมกองหรือไม่?

"รัฐธรรมนูญผ่านประชามติมาในบรรยากาศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนอยากรีบเลือกตั้ง ออกแบบ ส.ว. 250 คน เป็นคะแนนตุนในกระเป๋าล่วงหน้า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเครื่องมือชัตดาวน์รัฐบาลหลังเลือกตั้ง ใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ทำการพรรคการเมือง เจรจาต่อรองดูดอดีต ส.ส.มาเข้าสังกัดหรือไม่? ในช่วงท้ายของรัฐบาลรุกหนักนโยบายสารพัดแจก โหมโฆษณาเต็มที่ กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองที่จะหนุนให้อยู่ยาว ลงพื้นที่ได้อย่างไร้เงื่อนไข รัฐมนตรีใน ครม.ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ต้องลาออก เป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็ไม่ลาออก สมมติว่าคนกลุ่มนี้แพ้เลือกตั้งกลับมา ก็ยังคงจะมีสถานะเป็นกรรมการยุทธศาสตร์ชาติต่อไป เพื่อมากำกับพรรคที่ชนะการเลือกตั้งจากประชาชนหรือไม่? ประกาศนโยบายอินเตอร์เน็ตออฟธิง ไทยแลนด์ 4.0 แต่ห้ามนักการเมืองหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย แทนที่จะเน้นโฆษณาชวนเชื่อ แต่ควรพูดความจริงกับประชาชน และสร้างบรรยากาศให้เกิดความเชื่อมั่นทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมได้อย่างไร?" นายอนุสรณ์ กล่าว

"สมคิด" ฉะพวกได้ประโยชน์-ไม่รับประกันรัฐประหาร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

อ่านข่าว​ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันที่แถลงข่าวว่าไม่รับรองว่าจะทำหรือไม่ทำรัฐประหาร​ และระบุว่าสาเหตุมาจากการเมือง.. นี่เป็นเรื่องของระบบอำนาจนิยมโดยแท้จริง.. การทำรัฐประหารทุกครั้งมีการอ้างเหมือนกัน​ คล้ายเป็นสูตรสำเร็จคือ​ บ้านเมืองแตกแยก.. มีการโกงกิน​ การคอร์รัปชั่น​ และ​ ล้มสถาบัน

สูตรสำเร็จเหล่านี้ได้สร้างพลังอำนาจปกคลุมประเทศนี้มาโดยตลอด​ ทหารขยายอำนาจเข้าสู่ทุกระบบของประเทศนี้​ การกล่าวอ้างว่าช่วยเหลือประชาชน​ เป็นการอ้างตามปกติของทหาร​ เพราะหน่วยราชการอื่นก็ช่วยเหลือเหมือนกันเพียงแต่หน่วยราชการเหล่านั้นไม่มีอาวุธ​ ไม่มีรถถัง​ ก็ทำการรัฐประหารไม่ได้

การเมืองสร้างความวุ่นวาย​ มันก็แก้ด้วยการเมือง​ เช่นคืนอำนาจให้ประชาชน​ มิใช่แก้ด้วยการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง​ การอ้างว่าทหารทำตามคำสั่งรัฐบาลนั้น.. ใช่แน่เหรอครับ.. ไม่มีทหารใหญ่ออกทีวีขมขู่รัฐบาลสมัคร​ สุนทรเวช​ แน่นะครับ.. ล่าสุดกองกำลังที่ไหนละที่เดินตามพระแถวแจ้งวัฒนะ.. กองกำลังกลุ่มใหนที่ให้ท้าย​ กปปส.

การยึดอำนาจไม่ใช่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแน่นอน.. เพราะท่ามกลางสังคมแตกแยก​ คนจะมาแก้ปัญหา​ มาสร้างปัญหาเอง​ คนเป็นกรรมการลงมาเล่นเอง​ เป็นอีแอบอยู่ข้างหลังบ้าง​ สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น​ เราจะคาดหวังความเป็นกลางจากหน่วยราชการไหนได้​ ยิ่งฝ่ายทหารยิ่งไม่แน่ใจ​ เพราะมีบางคนไปเกี่ยวพันกับการดูดด้วยซ้ำไป

ทหารดีก็มีมาก​ ทหารบางคนที่อยากได้ประโยชน์ได้อำนาจก็มีเหมือนกัน​ ผมเองอยากให้ทหารทีคิดว่าตนเองมีอำนาจไปบอกคนอื่นๆด้วยว่า​ ให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง​ และอย่าให้หน่วยงานไหนในสังกัดของท่านไปใช้อำนาจหน้าที่ไม่ถูกไม่ต้อง

ผบ.ทบ.ไม่รับประกันเรื่องรัฐประหาร​ ถูกแล้ว​ เพราะรับประกันไปก็สร้างความเชื่อถือไม่ได้​ ไร้ประโยชน์เปล่าๆ​!!!!

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561

“สุดารัตน์” ติง “ประยุทธ์-สมคิด” ไม่เข้าใจ “30 บาทรักษาทุกโรค”


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาดังนี้

คงต้องขออนุญาตกลับมาพูดเรื่อง"โครงการหลักประกันสุขภาพ"อีกครั้งหนึ่งนะคะ หลังจากที่ได้เขียนลง Facebook สะท้อนปัญหาและความห่วงใยไปเมื่อวานก่อน 

ทั้งที่ไม่อยากให้เป็นการตอบโต้กันไปมา แต่เมื่อได้ฟังผู้มีอำนาจทั้งสองท่านคือพลเอกประยุทธ์ และดร.สมคิด ออกมาพูดเรื่องนี้อย่างไม่เข้าใจ และไม่ฟังเลยต้องมา Post อีกครั้ง

ประเด็นที่ได้แสดงความห่วงใยและท้วงติง คือ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐซึ่งถูกเรียกกันอย่างแพร่หลายว่าบัตรคนจนรักษาฟรี 

ทั้งที่ประชาชนได้รับสิทธิ์การรักษาฟรีอยู่แล้ว ตามโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ให้สิทธิคนไทยทุกคน ได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพดีทัดเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกว่าคนผู้นั้นจะมีฐานะยากจนแค่ไหน ก็ต้องมีสิทธิ์ได้รับการรักษาพยาบาลในมาตรฐานเดียวกันกับคนอื่น 

แต่จากมติครม.นี้ ดิฉันเกรงว่าจะทำให้เกิดผลเสีย เพราะเป็นการแยกคนที่ขึ้นทะเบียนคนจนจำนวน 11.4 ล้าน ที่ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการรักษาฟรีออกมา ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่ปีพ.. 2519 ที่คนยากจนต้องใช้บัตรอนาถาในการรักษาฟรี ทำให้ได้คุณภาพการรักษาที่ไม่ทัดเทียมกัน ซึ่งปัญหานี้ได้ถูกแก้ไข เมื่อมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้ารับการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพทัดเทียมกัน จึงได้เรียกว่าบัตรทอง

แล้วทำไมเราต้องทำย้อนยุค วนกลับไปเจอปัญหาเดิมอีก  ทั้งที่การทำงานน่าจะมีแต่ต้องพัฒนาไปข้างหน้าให้ดีขึ้น เลยทำให้ไม่เข้าใจว่า มตินี้ออกมาเพื่ออะไร หรือต้องการเพิ่มสิทธิของบัตรคนจน เพื่อหวังในคะแนนนิยมเท่านั้น โดยไม่เข้าใจว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ว่าเราไม่ควรจะทำการเมืองแบบเก่าๆกันอีกแล้ว 

ดังนั้นจึงหวังว่า ท่านผู้มีอำนาจทั้งสองจะเปิดใจรับฟังความห่วงใย
ต่อคุณภาพการรักษาพยาบาลของประชาชนบ้าง ถ้ารับฟังและศึกษาข้อมูลให้ดีท่านจะเห็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข ที่มิใช่แก้ แค่การสั่งเปลี่ยนชื่อบัตรเท่านั้น

ส่วนเรื่องชื่อบัตรคนจนดิฉัน มั่นใจว่าไม่ได้ เรียกอยู่คนเดียว ถ้ารองนายกสมคิด ให้ทีมงานทำการบ้านเปิดข่าว online หรือตามสื่อต่างๆให้ท่านดู ท่านก็จะทราบความจริงว่าใครๆเขาก็เรียกบัตรของท่านว่าบัตรคนจนมานานแล้ว

สำหรับประเด็นที่รองนายกฯสมคิด พูดว่าถ้าทำ ต้องทำให้ได้ดีกว่าบัตรประชารัฐนั้น

ขอเรียนว่าพวกเรามีวิธีคิด วิธีทำงาน ทีต่างจากที่รัฐบาลนี้ ทำมากว่า4 ปี เราให้ความสำคัญกับการสนับสนุน และกระจายรายได้ให้ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก start up ตลอดจนเกษตรกรซึ่งเป็นคนตัวเล็กแต่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะการเพิ่มเงินในกระเป๋าของคนส่วนใหญ่เหล่านี้ จะสร้างกำลังซื้อภายในประเทศที่จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนเติบโตได้ต่อเนื่อง 


เรามั่นใจว่าเรามีวิธีที่จะสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนโดยตรง แบบไม่ใช่ให้แค่ผ่านมือคนจนไปสู่ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

"สรวงศ์" ชี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ประสบการณ์ทางการเมืองสูง เข้าใจความต้องการของประชาชน


#TV24 นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และอดีต ส.ส.จังหวัดสระแก้ว พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี มีกระแสข่าวว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทยนั้น

“ตนเห็นว่าในสถานการณ์การเมืองที่มีภาวะเช่นนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ มีประสบการณ์สูงทางการเมือง และมีความเข้าใจความต้องการของประชาชนทั้งในเมืองและในชนบท จึงน่าจะสามารถนำความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นมาสู่สังคมไทยได้ เพราะมีทั้งความเข้าใจปัญหาและยังมีประสบการณ์ในด้านการบริหารประเทศ จึงน่าเชื่อถือว่าจะทำงานได้จริง อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่า คุณหญิงสุดารัตน์ จะตัดสินใจทางการเมืองอย่างไร จะยอมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่ตนเห็นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ จะสามารถนำพาพรรคเพื่อไทยให้ประสบความสำเร็จได้ และน่าจะได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ เพราะเท่าที่ตนได้พูดคุยกับอดีต ส.ส.จังหวัดต่างๆ ในพรรคเพื่อไทย รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ ส่วนใหญ่ก็มีความเชื่อมั่นและยอมรับในตัวคุณหญิงสุดารัตน์ นอกจากนี้ยังจะเป็นการส่งเสริมสถานภาพของสตรีไทย เพราะเป็นการเพิ่มสัดส่วนของผู้นำหญิงในแวดวงการเมืองไทยอีกด้วย และสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยยอมรับบทบาทของผู้หญิงมากขึ้น”

"อนุสรณ์" ถาม รัฐประหาร ประเทศชาติเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิดชอบ


#TV24 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ไม่รับประกันว่าจะมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกหรือไม่ ว่า

“รัฐบาลทหารอ้างจะเข้ามาปฏิรูปประเทศ หลังลงทุนยึดอำนาจมา 4 ปีกว่า ไม่น่าเชื่อว่าคำถามจะทำรัฐประหารอีกหรือไม่ กลายเป็นคำถามพื้นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกแต่อย่างใด ถ้าการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 ที่เกิดคำถามมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า เสียของหรือของเสียหรือไม่ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แล้วใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสูญเสียโอกาสของประเทศในด้านต่างๆ กับการยึดอำนาจครั้งที่ผ่านๆ มา ทั้งที่ฝ่ายกุมอำนาจก็ได้ออกแบบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไว้เป็นเครื่องมือในการชัตดาวน์รัฐบาลหลังเลือกตั้งอยู่แล้วหรือไม่ มีความพยายามเข้าไปกำกับนโยบายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หากเห็นว่าไม่เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ สามารถเสนอต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้สั่งรัฐบาลและหน่วยงานอื่นๆ ยุติการปฏิบัติหน้าที่

พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจหากลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วแพ้ ไม่ยอมรับผลตัดสินของประชาชน ก็จะหาเหตุไปสั่งหยุดการทำงานของรัฐบาลหลังเลือกตั้งหรือไม่ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงแตกต่างจากยุทธศาสตร์ชาติของประเทศอื่นๆ ตั้งแต่ที่มาของกรรมการที่ประชาชนไม่มีส่วนร่วม อาจเกิดกรณีรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งกว่า 30 ล้านเสียง ถูกถอดถอนโดยคนเพียง 34 คน ซึ่งเชื่อว่าไม่มีชาติใดในโลกออกแบบยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นเครื่องมือจัดการกับรัฐบาลเลือกตั้งแบบนี้ ยุทธศาสตร์ชาติในประเทศอื่นเป็นนโยบายสาธารณะ หากไม่ทำหรือทำไม่ได้ก็ต้องอธิบายกับประชาชน ไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา หรือใช้เป็นเครื่องมือเอาผิดทางกฎหมายกับรัฐบาลเลือกตั้ง” นายอนุสรณ์ กล่าว

วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"หมอชลน่าน" เผย โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ให้สิทธิคนไทยอย่างเท่าเทียม


#TV24 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบข้อท้วงติงของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่พูดถึงโครงการหลักประกันสุขภาพ (30 บาทรักษาทุกโรค) เรื่องบัตรคนจนและเรื่อง ซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพ ว่า

ในฐานะที่ผมเป็นแพทย์และอยู่ในพรรคไทยรักไทยที่เริ่มต้นทำนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับแรกที่ภาคประชาชนร่วมเสนอและเป็นกรรมาธิการถึงหนึ่งในสาม ซึ่งเขาได้ต่อสู้ปกป้อง เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคทัดเทียมอย่างเข้มข้น เมื่อปี 2545 

ได้ฟังท่านนายกรัฐมตรีและโฆษกไก่อูพูด ตอบข้อท้วงติงด้วยความห่วงใยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่พูดถึงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เรื่องบัตรคนจนและเรื่อง ซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพแลัว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และการดูแลให้สวัสดิการแก่พี่น้องประชาชนในปัจจุบัน จึงมีปัญหามากขึ้นทั้งผู้รับบริการ เช่น คนไข้ก็มีความทุกข์ ผู้ให้บริการไม่มีความสุข ยิ่งงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวเพิ่มมากขึ้น การเจ็บป่วยและคนไข้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพโดยรวมแย่ลง
ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนในรัฐบาลไม่มีความเข้าใจในหลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และหลักการสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เรื่องการแบ่งแยกชนชั้น เมื่อไปใช้บริการจากรัฐ ซึ่งต้องการให้การใช้สิทธิในการเข้าถึงบริการและการรักษาพยาบาลอย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกัน ป้องกันการแบ่งแยกว่าคนนี้จน จากเจ้าหน้าที่รัฐ และบุคคลทั่วไป 

ขณะนี้ทุกคนที่ใช้บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ก็เข้ามารับการรักษาฟรีได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีมติ ครม. ให้บัตรคนจนรักษาฟรี เพราะจะเป็นการไปตอกย้ำ แบ่งแยกคนจน 11.4 ล้านคน ให้มีสิทธิ์รับการรักษาฟรีก็ต่อเมื่อเขาต้องถือบัตรคนจนเท่านั้น ดูเหมือนเป็นการเพิ่มมูลค่าบัตรแต่กลับตอกย้ำแบ่งแยก ทำให้การเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพอย่างทัดเทียมกันอย่างมีศักดิ์ศรีถูกกระทบอย่างแรง

การดำเนินการเช่นนี้ ถือว่าเป็นการทำลายหลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ให้สิทธิคนไทยทุกคนเข้าถึงการบริการและการรักษาพยาบาลอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน โดยรู้เท่าไม่ถึงการ หรือเรื่องนี้ มีเป้าหมายอื่นแอบแฝงอยู่ ต้องการตอกย้ำเพื่อนำไปสู่ข้อผูกมัดทางการเมือง ในเรื่องเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือ ต้องการแบ่งแยกให้ชัดเจน ว่า คนที่ไม่มีบัตรคนจน คือคนที่มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทขึ้นไป ต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลร้อยละ 10 - 20 ตามที่มีข่าวในหน้าสื่ออย่างครึกโครม

ท่านนายกและโฆษกไก่อู ควรมองความปราถนาดีของคุณหญิงสุดารัตน์ ให้ออกว่า เป็นข้อเสนอที่เป็นประโยชน์กับทาง คสช. และรัฐบาลไม่ควรมองเป็นประเด็นทางการเมือง หวังผลทางการเมือง และลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เพราะมติ ครม. ข้อเสนอร่างกฎหมาย ที่ออกมาในรัฐบาลชุดนี้หลายฉบับถูกกระแสต่อต้านจากพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จนต้องถอนร่างกลับไปก็หลายฉบับ เช่น ร่างกฎหมายตีตราหมาแมว ร่างกฎหมายปรับใบขับขี่ 50,000 บาท และร่างกฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะ เป็นต้น คุณหญิงท่านห่วงใย ผมว่าท่านนายกฯควรพิจารณายกเลิกมติ ครม. ตีตรา "บัตรคนจนรักษาฟรี" หรือถอนร่างกฎหมายซุปเปอร์บอร์ดสุขภาพ  หรือร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ ที่ ครม.พึ่งเห็นชอบ ส่ง สนช.พิจารณา กลับไปพิจารณาใหม่ดีกว่า การยกเลิกและการถอนร่างจากแรงต้านจากประชาชน คนรักหลักประกันสุขภาพ และประชาชนทั่วไป ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังฮึ่มๆอยู่ 

โดยเฉพาะการคิดเร็วๆ ไปเปลี่ยนชื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น "บัตรแห่งความสุข" จะสร้างปัญหา สร้างความวุ่นวายตามมาอย่างมากมาย ตราบใดที่มีกฎหมายให้ "บัตรแห่งความสุข" รักษาฟรี ขณะที่คนรวยจ่ายตังค์ จะเกิด "บัตรแห่งความทุกข์" ณ โรงพยาบาลขึ้นมาทันที เพราะชื่อบัตร ไม่เกี่ยวกับการแบ่งแยกชนชั้น การให้บัตรรักษาฟรี การปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ต่างหากที่ไปตอกย้ำการให้บริการที่มีการแบ่งแยกชนชั้น เช่น บัตรสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยในอดีต ที่มีภาพผู้ป่วยที่ใช้บัตรเหล่านี้เป็นผู้ป่วยอนาถาจึงต้องยกเลิก เมื่อมีโครงก 30 บาท โดยให้บัตรทอง ใช้เสมอหน้ากัน ดังนั้นผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายควรไปศึกษาเรียนรู้หลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ หลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และผลกระทบที่จะเกิด เมื่อจะดำเนินการใดๆ ให้เข้าใจอย่างแจ่มชัดเสียก่อน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกขั้นตอน การพูดผิดไม่เป็นไร เป็นความเสียหายส่วนตัว แต่ทำผิดด้วยนี่ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั่วหน้า ในเวลานี้อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนจัดมาเถอะครับจัดมาให้ถูกทาง เพราะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ส่วนการจัดจะมีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่ประชาชนรับรู้ได้อย่างถ่องแท้ครับ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

"วัฒนา" พร้อมทวงคืน เสรีภาพให้ประชาชน หาก "เพื่อไทย" ชนะการเลือกตั้ง


#TV24 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาดังนี้

"ประเทศที่เจริญแล้วเช่นสหรัฐอเมริกา จะให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนอันได้แก่ เสรีภาพการพูด เสรีภาพสื่อและเสรีภาพในการชุมนุม เป็นต้น รัฐไม่อาจละเมิดสิทธิเหล่านี้ของพลเมืองได้เลย ไม่เช่นนั้นจะเปิดทางให้เกิดทรราชที่ห้ามประชาชนพูด หรือห้ามสื่อมวลชนตรวจสอบการทำงานของตน

มองย้อนกลับมาที่ประเทศไทย ประชาชนและสื่อมวลชนถูกกำกับและควบคุมโดยรัฐขั้นรุนแรง หน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมสื่อได้รับการนิรโทษกรรมล่วงหน้าให้ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ กับการละเมิดที่เกิดขึ้น ประชาชนถูกห้ามพูด ห้ามชุมนุม และถูกดำเนินคดีโดยรัฐจากการพูด หรือการสื่อสารอันเป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แม้ในขณะที่ประเทศกำลังจะมีการเลือกตั้งพรรคการเมืองยังถูกห้ามไม่ให้สื่อสารกับประชาชนอย่างเสรี

คำถามคือกติกาที่ถูกเรียกว่ากฎหมาย อันนำไปสู่การละเมิดเสรีภาพของประชาชนนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของใคร ดังนั้น ภารกิจสำคัญของพรรคเพื่อไทยหากชนะเลือกตั้งคือการนำเสรีภาพในการแสดงออกกลับคืนเจ้าของอำนาจ เพื่อให้ประชาชนสามารถพูด หรือแสดงออก เพื่อตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลของตนได้อย่างเสรี

โทมัส เจฟเฟอร์สัน ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐเคยกล่าวไว้ว่า “เมื่อประชาชนหวาดกลัวรัฐบาลของตนที่นั่นมีทรราช แต่หากรัฐบาลเกรงกลัวประชาชนที่นั่นมีเสรีภาพ”

วัฒนา เมืองสุข
17 ตุลาคม 2561"

"อนุสรณ์" ห่วง การเลือกตั้งไม่เสรีเป็นธรรม แนะ ปลดล็อกพรรคการเมืองเพื่อความเสมอภาค


#TV24 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ในขณะที่ทีมรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ว่า

"การดำเนินการดังกล่าวประชาชนดูออกว่า เป็นความพยายามในการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลอย่างเป็นกระบวนการหรือไม่? อยู่มา 4 ปีกว่า ลักษณะแบบนี้มีมาตั้งแต่ช่วงแรกหรือไม่? ประชาชนเรียกร้องให้ลาออก ก็ไม่ลาออก แล้วยังมาอ้างว่ามาตรฐานดีกว่านักการเมืองรุ่นเก่า โดยลืมอธิบายไปถึงที่มาของการเป็นรัฐบาลว่า มาจากการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ แค่ที่มามาตรฐานก็ต่ำกว่านักการเมืองรุ่นเก่าหรือไม่? จากกรรมการผันตัวเองเป็นผู้เล่น เขียนกติกาเอง ควบคุมเกมได้เกือบทั้งหมด ยังจะเอาเปรียบคู่แข่งทุกวิถีทางหรือไม่? ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเฟซบุ๊กรุกในทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย แต่กลับห้ามพรรคการเมือง นักการเมืองหาเสียงทางโซเชียลมีเดีย มันทำให้ตอบสังคมได้ยากว่า เส้นแบ่งของการหาเสียงกับไม่หาเสียงอยู่ตรงไหน ในขณะที่ห้ามคนอื่นไม่ให้หาเสียง แต่กลุ่มก๊วนในเครือข่ายที่จะสนับสนุนรัฐบาลทำได้อย่างเต็มที่หรือไม่?"

"ก่อนหน้านี้กลุ่มสามมิตรลงพื้นที่เคลื่อนไหวอย่างหนักบอกว่ายังไม่ได้เป็นพรรคการเมือง แต่พลังประชารัฐกลายเป็นพรรคการเมืองไปแล้ว และมีแนวโน้มสูงว่าจะมาอยู่ด้วยกัน ยังจะมาอธิบายอยู่อย่างเดิมประชาชนจะฟังได้หรือไม่? ประชาชนไม่ได้มีปัญหาที่พรรคการเมืองไปทำกิจกรรม แต่ควรยึดหลักบังคับใช้กติกาอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ไร้มาตรฐาน ทางที่ดีควรปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่เสมอภาคทุกพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม เพราะถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป อาจส่งผลกระทบถึงผลการเลือกตั้ง ที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่เชื่อมั่นว่าสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่?" นายอนุสรณ์ กล่าว

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561

"ภูมิธรรม" เผย เพื่อไทยพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง


นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "พรรคการเมืองทุกพรรคมีสถานะทางกฎหมายของตัวเอง ต้องทำหน้าที่และแสดงจุดยืนเป็นของตนเองเพื่อให้สมาชิกพรรคมั่นใจและต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ จึงไม่มีพรรคการเมืองใดจะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นพรรคเดียว พรรคการเมืองจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้วใหญ่ คือ พรรคที่เอาประชาธิปไตย กับ พรรคที่เอาเผด็จการ สมาชิกพรรคเพื่อไทย สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่ในจุดยืนใด และไม่ว่าทุกคนจะตัดสินใจอย่างไรสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้เลือกเอง ตอนนี้ยังไม่มีประเด็นใดที่ทำผิดกฎหมายที่จะเข้าข่ายทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ พรรคเพื่อไทยพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งที่จะเป็นหนทางเดียวที่จะนำประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย และเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งจะมีการแก้กติกาที่ไม่เห็นด้วยต่อไปในอนาคต"






"จาตุรนต์" ยืนยัน "เพื่อไทย" ไม่หวั่นถูกยุบ-เดินหน้าสู่เลือกตั้ง มุ่งสร้างประชาธิปไตย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (Free, Fair & Fruitful Election : FFFE) จัดกิจกรรมเสวนา “การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกับอนาคตสังคมและการเมืองไทย” ในวันนี้ (วันที่ 14 ตุลาคม 2561) ณ ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ระหว่างเวลา 12.00 - 16.30 น. โดยภายในงานมีการประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์ร่วมของภาคประชาชนและพรรคการเมือง และการเสวนา โดยแบ่งเป็นภาคประชาชนและพรรคการเมือง ซึ่งมีผู้แทนระดับแกนนำพรรคการเมืองเข้าร่วมทั้งเวทีแถลงการณ์และการเสวนาด้วย โดยมีประชาชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก


นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวในงานเสวนา ว่า "เรามีความมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่ถูกยุบ เพราะว่าเราไม่เห็นข้อเท็จจริงใดๆที่เพียงพอที่จะยุบพรรคเพื่อไทย เมื่อดูจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะยุบพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีคนจำนวนมากเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยจะถูกยุบ และเขาก็มีเหตุผลเหมือนกัน เพราะพรรคเพื่อไทยสืบทอดมาจากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ซึ่งทั้งสองพรรคนั้น ถูกยุบไปโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ สุดท้ายการสอบสวนทั้งหมดในคดีนี้ไม่พบว่ามีการจ้างอะไรเลย แต่ยุบไปแล้ว พอพรรคพลังประชาชน กรรมการบริหารทั้งชุดถูกเพิกถอนสิทธิ มีผลทำให้ล้มรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ฉะนั้นคนที่เป็นห่วงพรรคเพื่อไทยก็มีเหตุผล เพราะจะหาเหตุอะไรมาก็ได้มายุบ"


นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวต่อว่า "เรื่องที่น่าเป็นห่วงในการเมืองไทย คือ ครั้งที่แล้วคือการสกัดกั้นไม่พรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาล ทำให้ต้องหาทางล้มแล้วล้มอีก ครั้งนี้ก็ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือการทำให้พรรคการเมืองทั้งหมดและการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความหมายหรือเป็นช่องทางให้ประชาชนมากำหนดอนาคตของประเทศอีกต่อไป คำถามคือ เรามีการเลือกตั้งเพื่ออะไร เราเลือกตั้งเพื่อกำหนดให้ใครมาบริหารประเทศ และกำหนดว่าจะบริหารประเทศด้วยนโยบายอะไร ซึ่งการเลือกตั้งมีวิธีการดีกว่าอย่างอื่น เพราะไม่ใช่วิธีป่าเถื่อน ทั้งนี้ขอให้พรรคการเมืองร่วมมือกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. เป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะถูกทำลายการเลือกตั้งจนไม่สามารถกำหนดอนาคตของประเทศไทยได้ เพราะไม่เสรี ไม่เป็นธรรม และไม่มีผลทางปฏิบัติ การกำหนดนโยบายก็ไม่สามารถสืบสานกับสมาชิกและสอดคล้องกับประชาชนได้ สุดท้ายอาจจะบอกว่า ก็ไม่ต้องทำนโยบายแค่ประกาศว่าทำตามยุทธศาสตร์ชาติก็พอ ขอให้ทุกคนมาร่วมกันผนึกกำลังเรียกร้องให้การเลือกตั้งนี้เสรี เป็นธรรม มีความหมายเช่นเดียวกับการเลือกตั้งที่มีอารยะทั่วไป"

“สุรพงษ์” รำลึก “14 ตุลา” หนุนพลังคนรุ่นใหม่ สานต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย


นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในสมัยรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

24 กุมภาพันธ์ 2562 : "14 ตุลา" แห่งทศวรรษ 2560
......................................................................
.
บ่ายวันนี้เมื่อ 45 ปีที่แล้ว
ประชาชนนับแสนคนยังคงปักหลักบนท้องถนนราชดำเนิน 
ท่ามกลางห่ากระสุนปืน รอยเลือดและคราบน้ำตา
.
บางคนออกจากบ้านของตนตั้งแต่เช้าวันที่ 13 ตุลาคม 2516 แล้วไม่ได้กลับบ้านอีกเลย
เพราะเขาเหล่านั้นก้าวเท้าเข้าไปสู่หน้าประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย
.
ผ่านมา 45 ปี
"คนเดือนตุลา" บางคนเปลี่ยนไป
มุมมองต่อเหตุการณ์ในวันนั้นก็มีหลายแง่มุม แตกต่างกันไป
แต่ความใฝ่ฝันของคนในห้วงเวลานั้นไม่เคยเปลี่ยน
.
ความใฝ่ฝันของผู้คนที่หยัดยืนอย่างไม่กลัวตายบนท้องถนน วันที่ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งผมขอเรียกว่า #เจตนารมณ์เดือนตุลา คือ
- ต้องการประชาธิปไตย ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง และประเทศชาติ
- ต้องการเสรีภาพในการพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็น
- ต้องการโอกาสในชีวิตและสิทธิที่เท่าเทียมกัน
- ด้วยการเรียกร้องอย่างสันติวิธี มีแต่สองมือเปล่า และใจที่แน่วแน่
.
วันนั้น เราได้ประชาธิปไตย เสรีภาพ และโอกาสที่เพรียกหา
แม้สามสิ่งที่ว่านั้น อายุแสนสั้นเพียงแค่ 3 ปี 
แต่ 3 ปีก็มากพอที่ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนไปตลอดกาล
.
ใครหลายคนบอกว่า ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอย...
และผ่านมา 45 ปี การเมืองไทยยังไปไม่ถึงไหน
แต่ผมไม่เคยเชื่อ..และไม่เคยสิ้นหวัง
.
การเมืองวันนี้กับการเมืองเมื่อ 45 ปีที่แล้วแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
.
จากการเมืองของคนเพียงหยิบมือเดียวบนยอดพีระมิดของสังคม แปรเปลี่ยนเป็นการเมืองที่คนหลายสิบล้านสนใจติดตาม เพราะกระทบชีวิตและความอยู่ดีกินดี
.
จากการเมืองบนโต๊ะกาแฟยามเช้าของคนกลุ่มเล็กๆ กลายเป็น การเมืองที่ถกเถียงกันบนโลก Social Media ผ่านยอดวิวนับล้าน และยอดไลค์-แชร์เกือบแสน
.
จากการเมืองที่ดูห่างไกลเกินฝัน กลายเป็นการเมืองที่จับต้องได้ กินได้ และเป็นการเมืองที่ต้องฟังเสียงประชาชน
.
ถูกล่ะ วันนี้เราต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลหลังรัฐประหารมากว่า 4 ปีแล้ว และเสียงของประชาชนอาจก้องดังได้ เพียงแค่เรื่อง ตีทะเบียนหมาแมว ค่าปรับใบขับขี่ และการนั่งหลังรถกระบะ
.
แต่ใช่หรือไม่ว่า
เพียงเมื่อต้นปี 2561 นี้เอง ไม่มีใครเลยที่เชื่อว่า จะยังคงมีการเลือกตั้ง หรือถ้าจะมี อย่างน้อยก็ต้องอีก 2-3 ปี
ผมถามใครต่อใคร ต่างบอกว่า การเลือกตั้งปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้
.
แล้วการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 มาถึงได้อย่างไร 
แน่นอน ไม่ใช่การอดทน นั่งรอคอยไปวันๆ 
แต่จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมือวันที่ 27 มกราคม 2561 
วันที่สัญญลักษณ์ #MBK39 เกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
.
หลังจากนั้น คำว่า "วันเลือกตั้ง" ก็ไม่เคยห่างหายจากกระแสข่าวอีกเลย
.
ใช่หรือไม่ว่า
.
เพียงเมื่อต้นปี 2561 นี้เอง ใครต่อใครบอกว่า การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง ก็คงกลับไปสู่วังวนเดิม คนกลุ่มเดิม และกโลบายการเมืองแบบเดิมๆ
.
แต่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งบทความ "ไพร่หมื่นล้าน" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ"โรดแมป" การเมือง ของ หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ปรากฎขึ้นและสร้างแรงกระเพื่อมใน Social Media อย่างถล่มทลาย
.
หลังจากนั้น คำว่า "คนรุ่นใหม่" ก็กลายเป็นเทรนด์ของการเมืองไทยยุคปัจจุบันไปแล้ว
.
มาถึงวันนี้
"ใครต่อใคร" ที่ชอบทำนายทายทัก ต่างก็บอกอีกว่า อย่าหวังอะไรมากกับ การเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เพราะรู้อยู่แล้ว ใครจะมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากกติกาที่แปลกพิสดารของรัฐธรรมนูญ 2560
.
เอาอีกแล้ว 
"ใครต่อใคร"จะมาบอกให้เรางอมืองอเท้า นั่งรอคอยไปวันๆอีกหรือ
.
วันนี้ เมื่อ 45 ปีที่แล้ว 14 ตุลาคม 2516
ประชาชนมีเพียงสองมือเปล่า วิ่งหลบกระสุนไปมา แต่ยังไม่ยอมถอยจากถนนราชดำเนิน
.
วันนี้ 14 ตุลาคม 2561
ประชาชนยังคงมีเพียงสองมือเปล่า เรามานับถอยหลังสู่วันเลือกตั้งกัน
.
เราจะต้องรณรงค์ให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลดีต่อประเทศ
.
เรามาช่วยกันรณรงค์ให้มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างมืดฟ้ามัวดิน เกิน 80% (41 ล้านคน) เพราะหากมีผู้ใช้สิทธิมาก คะแนนจัดตั้งจะมีผลน้อยลง และต้องใช้ถึง 80,000 คะแนนจึงจะได้ .. 1 ที่นั่ง (จากเดิมที่คาดกันว่าประมาณ 70,000 คะแนน) คนที่นึกว่าจะกวาดต้อนคะแนนเสียงอย่างง่ายๆ จะต้องคิดใหม่
.
เรามาช่วยกันเรียกร้องให้มีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของทุกพรรคการเมืองอย่างสร้างสรรค์ แต่ต้องถึงแก่น เพื่อประชาชนจะได้รับทราบตัวตนที่แท้จริงของนักการเมืองและพรรคการเมือง
.
เรามาช่วยกันป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งในทุกขั้นตอนและทุกระดับ
.
มาร่วมกัน ก้าวเดินตามความใฝ่ฝันครั้งใหม่
ทำให้ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 คือ " #14ตุลา " ของทศวรรษ 2560
.
เช้าวันนั้น เรา, ประชาชนกว่า 41 ล้านคน, จะออกจากบ้านของเรา แล้วก้าวเท้าเข้าไปสู่หน้าประวัติศาสตร์ในเหตุการณ์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยอีกครั้งหนึ่ง
.
ครั้งนี้ เราไม่ได้มีเพียงสองมือเปล่า

เรามีบัตรเลือกตั้ง และ เจตนารมณ์เดือนตุลา แน่วแน่ในดวงใจ

"ยิ่งลักษณ์" ยินดีบุตรชายตัวแทนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แข่งคณิตศาสตร์โลก


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาดังนี้

เมื่อวันก่อนลูกโทรมาหาดิฉันตอนดึกด้วยน้ำเสียงดีใจปนเหนื่อยและบอกว่า แม่! ไปป์ต้องไปแข่งที่ออสเตรเลียพร้อมกับส่งการ์ดเชิญมาให้ดู ดิฉันจึงได้รู้ว่าลูกและเพื่อนในทีมชาวเกาหลีอีก 2 คน ผ่านเข้ารอบ 30 คน เพื่อเป็นตัวแทนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMC) ไปแข่งขันคณิตศาสตร์โลก (World Mathematics Championships) ค่ะ

ซึ่งการแข่งขันนี้จะแข่งเป็นทีมๆ ละ 3 คน มีขั้นตอนการคัดเลือกรอบแรกจากนักเรียนหลายพันคนจากหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เหลือ 200 คนจากนั้นก็จะแข่งขันให้เหลือเพียงตัวแทน 30 คน เพื่อเป็นตัวแทนภูมิภาคไปร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์โลก ผลการแข่งขันคือทีมน้องไปป์ ติดรอบ 30 คน และไปป์เองก็เป็น 1 ในเด็กไทยจำนวน 3 คนที่เข้ารอบไปร่วมการแข่งขันต่อ โดยเป็นการแข่งที่ทดสอบความเป็นทีม ใน 3 ด้านคือ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ (Knowledge), การวางกลยุทธ์และแผนในการคิดคำนวณ (Strategy), และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)

ดิฉันฟังแล้วรู้สึกดีใจและปลื้มใจแทนลูก เพราะความภูมิใจของพ่อแม่ก็คงไม่มีอะไรนอกไปจากการที่ได้เห็นลูกเป็นคนดีและประสบความสำเร็จในชีวิต ดิฉันเองก็เชื่อว่าพ่อแม่ของน้องๆอีก 30 คนคงจะภูมิใจไม่ต่างจากตัวดิฉันเองเช่นกันค่ะ

ขอแสดงความยินดีและขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจกับน้องๆทุกคนในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนไทย อีก 2 ครอบครัวที่ผ่านเข้ารอบ 30​ คนนี้ด้วยนะคะ จึงอยากจะเห็นทุกภาคส่วนทั้ง ภาครัฐและเอกชนมีส่วนสนับสนุนเด็กไทยให้มีพื้นที่และเวทีในการแสดงออก ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพเพียงแค่มีโอกาสให้ได้แสดงออกอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กไทยก้าวสู่เวทีโลกค่ะ

แม้แม่จะเจอมรสุมมากมายตอนนี้ แต่ก็ยังดี ที่มีข่าวดีๆของลูก ให้เป็นกำลังใจกับแม่ยามนี้

"วัฒนา" เข้าใจจุดยืน "สุดารัตน์" หนุนถือธงนำพรรคเพื่อไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหาดังนี้

ผมสนับสนุนแนวทางของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในการปฏิเสธการมีส่วนร่วมต่อท่ออำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ ล่าสุดคือการประกาศว่าไม่พร้อมจะร่วมงานกับพลเอกประยุทธ์ไม่ว่ากรณีใดๆ คำพูดนี้คือสัญญาประชาคมที่พรรคเพื่อไทยและคนของพรรคได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชนอย่างคงเส้นคงวาโดยไม่เคยบิดพริ้ว

ก่อนหน้าจะปฏิเสธการร่วมงานกับเผด็จการ คุณหญิงเคยแสดงท่าทีต่อการร่วมงานกับพรรคการเมืองได้อย่างคมคายว่า “ผู้ที่จะมาทำงานร่วมกันจะต้องศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ศรัทธาเป็นบางช่วง เช่น แพ้เลือกตั้งก็กวักมือเรียกทหารมาปฏิวัติ หรือไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร” ในที่สุดก็มีหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคแสดงท่าทีว่าสามารถร่วมงานกับพลเอกประยุทธ์ได้

ไม่ว่าใครจะมีความเห็นต่อคุณหญิงสุดารัตน์อย่างไร แต่เกือบยี่สิบปีที่ผมได้ทำงานใกล้ชิดกับ “คุณหญิงหน่อย” ทำให้เห็นแนวคิดและจุดยืนของเธอที่ผมต้องเคารพ เพราะเธอปฏิเสธเผด็จการรวมถึงครรลองที่มิได้เป็นไปตามแนวทางประชาธิปไตยมาโดยตลอดอันเป็นจุดยืนเดียวกันกับที่ผมได้ต่อสู้ ดังนั้น หากคุณหญิงจะถือธงนำพรรคเพื่อไทยเพื่อทวงคืนอำนาจกลับคืนสู่ประชาชนผมก็ว่าสมศักดิ์ศรีครับ

วัฒนา เมืองสุข
14 ตุลาคม 2561

"สุดารัตน์" เสวนาแก้ปัญหาการศึกษา-หนุนนักเรียนเป็นศูนย์กลาง


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


วันนี้ดิฉันได้รับเกียรติให้เข้าร่วมเวทีเสวนาในงาน WORLDDIDAC ASIA 2018 มาร่วมกันถอดรื้อปัญหาระบบการศึกษาไทย ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ก่อนหน้าหลายเดือนดิฉันตั้งใจทำการบ้าน เข้าไปรับฟังมุมมองต่าง ๆ ของคนรุ่นใหม่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อทราบถึงความคาดหวังต่อการศึกษาไทยในอนาคต เพื่อมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในงานอยู่มากพอสมควร เพราะดิฉันมองว่ามันคือโอกาส ที่ให้ผู้ใหญ่อย่างเราได้มาร่วมมองปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทย


“ถ้าประเทศไทยคือหนึ่งโรงเรียนใหญ่ คุณอยากเห็นครูใหญ่พัฒนาการศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้อย่างไรบ้าง”

ดิฉันฝันว่าอยากจะทำโรงเรียนให้เป็นของชุมชน เอานักเรียนเป็นศูนย์กลาง ทำให้กระทรวงศึกษาเล็กลง สร้างโรงเรียนให้โตขึ้น โรงเรียนต้องเป็นของเด็ก เป็นของพ่อแม่ เป็นของชุมชน


“เราตัดเสื้อโหลไม่ได้อีกแล้ว หลักสูตรการศึกษาไทยต้องเลิกตัดเสื้อโหลได้แล้ว”

การศึกษาแบบใหม่ คือการร่วมกันออกแบบโดยคนในชุมชน ในการสร้างหลักสูตรขึ้นมาให้เหมาะสมกับเด็ก สร้างพื้นที่ให้เขาสามารถทำงานในชุมชนได้ ในจังหวัดของตนเองได้ และไม่มีความจำเป็นว่าหลักสูตรของชุมชนต่างๆ จะเหมือนกัน เพราะเราไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อโหลที่เหมือนกัน

ซึ่งความหลากหลายของหลักสูตรการศึกษานี้ จะเป็นจุดแข็งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ดีขึ้น ในระบบการศึกษาไทย

VDO ทอล์ค หัวข้อ Deconstruction – Reform of the reform "ถอดรื้อการศึกษาไทย เพื่อการปฏิรูปอย่างแท้จริง“ https://bit.ly/2A5zgY3

 








“ภูมิธรรม” รำลึก14 ตุลาฯ-ขอคนรุ่นใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

รำลึก 14 ตุลาคม : ความใฝ่ฝันที่อยากเห็นสังคมไทยเป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรม
.
* ผมรำลึกถึง “ 14 ตุลาคมด้วยการรำลึกถึง "ความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝัน" ของคนหนุ่มสาวเมื่อ​ 45​ ปีก่อน
.
* ความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝัน ที่อยากเห็น สังคมไทยมีความเป็นประชาธิปไตย มีการเคารพ สิทธิ เสรีภาพ และโอกาสในการมีทางเลือกที่เป็นของประชาชน ไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการและอำนาจนอกระบบใดๆ ที่จะกดดัน ข่มเหงประชาชน และมีจิตใจที่ไม่ยอมจำนนกับข้อจำกัดต่างๆและพร้อมต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว ไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิต เพื่อให้ความถูกต้องและความยุติธรรม ดำรงอยู่ในสังคมไทย
.
* ประชาธิปไตย ที่ได้มาเมื่อ 14 ..​16
เป็นแค่จุดเริ่มต้นของโอกาส ที่ประชาชนได้รับ เป็นรางวัลของการทุ่มเท ต่อสู้เพื่อการสร้างประชาธิปไตยและความยุติธรรมกับสังคมเท่านั้น แต่โครงสร้างอำนาจที่แท้จริงของชนชั้นนำ ที่ได้รับประโยชน์ในสังคม ยังไม่ได้ถูกกระทบมากเท่าใด
แต่การขยายตัวของพลังประชาธิปไตย
กลับสร้างความหวั่นวิตกให้กลุ่มอำนาจเดิมและเครือข่ายอนุรักษ์นิยมเดิม และได้ขยายบทบาทจัดสร้างกำลังส่วนต่างๆขึ้นมาเพื่อทำลายพลังนักศึกษาและพลังประชาธิปไตย ให้ล่มสลายลงไปใน 3 ปีถัดมาคือในช่วง 6 .. 19
* การต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยและเพื่อสังคมที่เป็นธรรมยังต้องการการสานต่อ เพื่อให้สังคมไทย สงบ น่าอยู่และสามารถอยู่ร่วมกันของทุกฝ่าย
วันนี้​ "คนตุลา" ได้ยุติบทบาทของตนไปมากแล้ว  สิ่งที่ยังคงดำรงอยู่และเป็นที่จดจำของผู้คนคือ "จิตใจ และ วีรกรรม 14 ตุลา" ที่เป็นความทรงจำดีๆ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ต่อไป
.
* สิ่งที่คนรุ่นใหม่ปัจจุบันจะเก็บรับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมาเรียนรู้ได้คือ​ "คนหนุ่มสาว ยุคนั้น  มีความใฝ่ฝันและกล้าที่จะฝันและพยายามไขว่คว้าทำฝันของตนให้เป็นจริง" สังคมไทยที่มีความเป็นประชาธิปไตย และมีความยุติธรรม แม้จะเกิดขึ้นได้ยากและต้องการเวลาแต่ก็ยังมีความหวัง
.
* สังคมไทย ยังมีอนาคต
คนหนุ่มสาวคืออนาคต
.
ภูมิธรรม เวชยชัย
14 ตุลาคม 2561


https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1673944046045558&id=860240877415883