วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

"อนุสรณ์" ซัด "พลังประชารัฐ" เอาเปรียบพรรคอื่นทุกประตู


#TV24 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดตัว 4 รัฐมนตรีในรัฐบาลเป็นกำลังหลักในการผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบหลังเลือกตั้งอย่างเป็นทางการตามคาดว่า “ข่าวลือเปิดทำเนียบเป็นที่ทำการพรรคการเมืองอาจเป็นข่าวจริงที่มาก่อนเวลาอันควรหรือไม่? 4-5 เดือนที่ผ่านมาคนในรัฐบาลและ คสช. ปฏิเสธมาตลอด แต่วันนี้เปิดตัวชัดอย่างไม่เหนียมอาย น่าแปลกใจที่พร้อมใจกันผันตัวเองจากกรรมการมาเป็นผู้เล่นโดยไม่เคอะเขินแม้แต่น้อย”

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า “คนไทยอาจกังวลมากขึ้นว่าการแข่งขันที่กรรมการมีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นทั้งนักกีฬาและเป็นทั้งผู้รักษากฎกติกาการแข่งขันในเวลาเดียวกัน จะได้การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมได้อย่างไร การแต่งตั้งให้ตำแหน่งกับบุคคลที่มีคดีอุกฉกรรจ์ประชาชนตั้งคำถามว่าถือเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนหรือไม่? เกรงใจประชาชนบ้างหรือไม่? การตั้งรัฐมนตรีตั้งตามความสามารถหรือตั้งเพื่อจัดวางตัวบุคคลให้มาวางแนวทางในการสืบทอดอำนาจ นี่แค่หนังตัวอย่าง 5-6 เดือนจากนี้ไป”

“ประชาชนน่าจะได้เห็นอะไรมากกว่านี้หรือไม่? ลำพังอำนาจที่ได้มาโดยไม่ผ่านกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่มีส่วนยึดโยงกับประชาชนก็ถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศมากอยู่แล้ว ท่านยังเอาอำนาจของประชาชนไปตอบแทนให้รางวัลกับคนที่ร่วมในกระบวนการเข้าสู่อำนาจของท่านในบริบทต่างๆอย่างมากมายหรือไม่ แล้วยังมีความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจ สร้าง กฎ กติกา เอื้อให้พรรคพวกในเครือข่ายของตัวเองเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี ในขณะที่พรรคคู่แข่งหรือพรรคตรงกันข้ามกลับเอาเปรียบ ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้นหรือไม่? อาจถือเป็นความไม่สง่างามที่มีการวางเครือข่ายองคาพยพอย่างเป็นกระบวนการ มีการวางงบประมาณ ใช้ทรัพยากรของรัฐโยกย้ายบุคลากรเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่? ดังนั้นเสียงเรียกร้องจากทั่วทุกสารทิศที่ดังขึ้นเรื่อยๆในการเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเสียสละถอยออกมา เพราะเมื่อตัดสินใจเป็นผู้เล่นก็ไม่ควรถืออำนาจเบ็ดเสร็จเหนือกรรมการ จนอาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่?” นายอนุสรณ์ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น