วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

“พิชัย” ตอก “อภิสิทธิ์ ” ย้อนดูพฤติกรรมตัวเอง จะเห็นชัดเจนว่าใครทำให้ประชาชนลำบากจนทุกวันนี้ แนะ ศึกษาแนวคิด “ทักษิโณมิกส์” เพื่อนำไปพัฒนานโยบายแทนชั่งไข่


#TV24 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้สัมภาษณ์แก้ตัวกับสื่อต่างประเทศปฏิเสธไม่ได้อยากให้เกิดการปฏิวัติ และพยายามโทษมาที่พรรคเพื่อไทยนั้น อยากให้นายอภิสิทธิ์ได้กลับไปย้อนหลังดูพฤติกรรมและการให้สัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์เอง ตั้งแต่ในอดีตจะเห็นได้ชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์มีเจตนาเช่นไร และเมื่อนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ออกมายอมรับและเปิดเผยข้อมูลเบื้องลึกเอง ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดเจน ซึ่งข้อมูลในอดีตนี้ทำให้สื่อต่างประเทศที่ติดตามการเมืองไทยได้เข้าใจดีจนยากจะปฏิเสธ และคนไทยส่วนใหญ่เองก็เห็นเช่นกัน ซึ่งต้องถามว่าคนไทยส่วนใหญ่เชื่อใครมากกว่ากันระหว่าง นายนคร มาฉิม หรือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าใครบ้างมีส่วนเป็นสาเหตุทำให้ ประชาชนส่วนใหญ่ลำบากกันอย่างมากจนถึงทุกวันนี้ ทั้งนี้อยากให้นายอภิสิทธิ์ได้ตอบ 5 คำถามนี้
1. หากนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องการให้เกิดการปฏิวัติ เหตุใดพรรคประชาธิปัตย์จึงบอยคอตการเลือกตั้ง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะในปี 2549 นายอภิสิทธิ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ก็บอยคอตการเลือกตั้งเช่นกัน และต่อมาก็เกิดการปฏิวัติ ดังนั้นการบอยคอตการเลือกตั้งครั้งที่ 2 นี้ ประชาชนคาดว่านายอภิสิทธิ์จะหวังผลเช่นไร?
2. เหตุใดนายอภิสิทธิ์ และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์รวมถึง นายชวน หลีกภัย จึงลงมาเป่านกหวีดร่วมประท้วงกับกลุ่ม กปปส. ที่มีอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้นำ ซึ่งการประท้วงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติใช่หรือไม่?
3. เหตุใดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ถึงได้ลบหลู่ประธานสภาฯ ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญบัติ ด้วยการ กระชากเก้าอี้ และขว้างเอกสารใส่ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนรังเกียจพฤติกรรมของนักการเมือง แลัวจึงเกิดการปฏิวัติ ใช่หรือไม่? 
4. หากนายอภิสิทธิ์เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยทำผิด เหตุใดจึงไม่ให้ประชาชนตัดสินและลงโทษในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในขณะนั้นพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะชนะการเลือกตั้งก็เป็นได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องได้ ส.ส. มากกว่าเดิม และอาจจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยได้ แล้วจะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร? 
5. หากนายอภิสิทธิ์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนการปฏิวัติ และไม่สนับสนุนเผด็จการ นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์กล้าประกาศแบบชัดๆ หรือไม่ว่าจะไม่สนับสนุน พรรคทหาร และพลเอกประยุทธ์ เป็น นายกฯ และไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจต่อหลังการเลือกตั้ง? ไม่ใช่ใช้โวหารพูดแบบกำกวม

นี่เป็นเพียงบางคำถามเท่านั้น หากนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ประกาศจะยืนอยู่ข้างฝั่งประชาธิปไตยต้องตอบและประกาศเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน ไม่ใช่อาศัยเพียงคำพูดและวาทกรรมที่ตนถนัด เพียงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งเท่านั้น แล้วสุดท้ายก็อาจจะไปยกมือสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ก็เป็นได้  ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ยอมรับความผิดในอดีต และไม่หาจุดยืนเพื่อแก้ไข ประชาชนจะลงโทษพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดกันว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นพรรคต่ำร้อย คือ ได้ ส.ส.น้อยกว่า 100 เสียง และอยากให้นายอภิสิทธิ์ ได้ฟังหลานชายตนเองที่ยอมรับความจริงว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยออกนโยบายได้โดนใจประชาชนเลย จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งมาโดยตลอด 20 ปี โดยอยากให้นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ศึกษาแนวคิด “ทักษิโณมิกส์” เผื่อจะมีแนวนโยบายที่ถูกใจประชาชนบ้าง ไม่ใช่ประชาชนจะจำได้แค่ นโยบายชั่งไข่ นโยบายแจกเช็ค 2,000 บาท นโยบายไทยเข้มแข็งที่ประชาชนไม่รู้เลยว่า 4 แสนล้านบาท เอาไปใช้จ่ายอะไร และนโยบายสร้างโรงพัก 396 แห่งไม่เสร็จที่ ป.ป.ช. กำลังจะฟ้องอยู่ เป็นต้น ประชาชนต้องการนโยบายที่จับต้องได้และรู้สึกดีขึ้นได้จริงเช่น “ทักษิโณมิกส์” ที่เห็นผลมาแล้ว ไม่ใช่นโยบายดีแต่พูดหรือโม้แค่ตัวเลข ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์สามารถคิดและพัฒนานโยบายที่สามารถแข่งขันกับพรรคเพื่อไทยได้ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะได้ไม่ต้องไปร่วมประท้วงแล้วสร้างปัญหาให้กับประเทศอีก

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น