วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"จาตุรนต์ ฉายแสง" การเมืองไทย: ถนนสู่การเลือกตั้ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง ในฐานะผู้แทนจากพรรคเพื่อไทย เดินทางมาร่วมงานเสวนา "การเมืองไทย: ถนนสู่การเลือกตั้ง" (Political Roadmap: The Election Ahead) ในงาน Thailand Focus 2018 : The Future is Now โอกาสการลงทุน...ไม่ต้องรออนาคต จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยมีผู้สนใจร่วมงานเสวนาทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 500 คน รวมทั้งสื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนัก โดยดำเนินการเสวนาเป็นภาษาอังกฤษ


นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวตอบคำถามผู้ดำเนินงานเสวนา การเลือกตั้งในปี 2019 จะทำให้เกิดความมั่นคงและนำมาซึ่งประชาธิปไตยของไทยอย่างไร? ว่า "ความเร่งด่วนนั้นต้องการมาเมื่อสัก 4 ปีที่แล้ว ยิ่งทหารอยู่ในอำนาจนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งแย่สำหรับประเทศเท่านั้น ประเทศชาติได้จ่ายแพงมากไปแล้วสำหรับการมีรัฐบาลทหารที่ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศ ไม่มากเท่าที่ควร ประชาชนก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ ของรัฐบาล รัฐบาลไม่เคยฟังเสียงประชาชน ทำให้เราเสียโอกาสไปมาก ที่ผ่านมายังไม่มีการปฏิรูปใดๆเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นมา ทั้งการปฏิรูปการเมืองก็ดี หรือการปฏิรูปบ้านเมืองก็ดี ไม่มีใครบอกได้เลยว่า การปฏิรูปเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นเร็วในระดับหนึ่ง ภาคการส่งออกโตขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้รับประโยชน์ คนส่วนใหญ่บนท้องถนนยังบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่ดี แม้รัฐบาลจะบอกว่าเศรษฐกิจโต แต่รัฐบาลต้องดูเรื่องของการกระจายรายได้บ้าง ว่าทั่วถึงหรือไม่ ดูเหมือนรัฐบาลกับประชาชนพูดกันคนละภาษา"


ต่อคำถามที่ว่า คิดว่าจะเกิดการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมได้หรือไม่? นั้น นายจาตุรนต์ กล่าวว่า "คงไม่เป็นไปตามความคาดหวัง หลังจากมีการประกาศกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้แล้วในเดือน กันยายน ก็ยังมีเวลาอีก 150 วัน ที่จะมีการจัดการเลือกตั้งในช่วงเวลานั้น หากต้องการเลื่อนการเลือกตั้ง ก็ทำได้โดยใช้มาตรา 44 หรือเข้าไปแก้รัฐธรรมนูญในการเลื่อนเลือกตั้ง แต่เรื่องนี้ก็ไม่ง่ายสำหรับ คสช. มากนัก เพราะอาจเสี่ยงต่อการถูกประชาชนออกมาวิจารณ์รัฐบาลได้ สิ่งที่รู้สึกคือ คสช. นั้นต้องการอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด และสองต้องการเวลาในการเตรียมตัวเองเพื่อให้กลับมามีอำนาจอีกครั้งหลังจากการเลือกตั้ง พวกเขาพยายามทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง ด้วยการใช้อำนาจทางกฎหมายบางอย่าง ทำให้เราไม่สามารถขยับตัวทำอะไรได้มากนัก ไม่สามารถมีกิจกรรมใดๆ กับประชาชน มีความพยายามทำให้การเลือกตั้งดูไร้ความหมาย เห็นได้ชัดว่าเราอยู่ภายใต้ระบบทีมีคนกลุ่มหนี่งที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในประเทศนี้ ที่อาจจะพยายามจะรักษาอำนาจไว้ที่กลุ่มของตัวเอง”


ผู้ดำเนินงานเสวนา ถามว่า มีอะไรบ้างที่พรรคการเมืองควรมีจุดยืนร่วมกัน? นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ผมพยายามที่จะบอกว่าอะไรที่มีประโยชน์ต่อประเทศบ้าง และพรรคการเมืองควรจะมาร่วมมือ ใน 4 ประเด็น ที่ตรงข้ามกับแผนยุทธศาสตร์ของทาง คสช. ที่พยายามจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอลง ผมเสนอว่า พรรคการเมืองควรจะ

1. หาทางทำให้ คสช. ให้ยกเลิกกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองดำเนินการใดๆ
2. พรรคการเมืองควรร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งเสรี
3. หาทางป้องกัน คสช. ไม่ให้ตั้งรัฐบาล โดยบอกให้ประชาชนรู้ว่าเราไม่สนับสนุนรัฐบาลทหาร
4. พรรคการเมืองควรจะมีจุดยืนร่วมกันเรียกร้องไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เอื้อให้ คสช. กลับมาเป็นรัฐบาล นี่เป็นสิ่งที่พรรคการเมืองควรจะมาร่วมมือกัน เร็วที่สุดยิ่งดี


ผู้ดำเนินงานเสวนา ถามว่า พรรคของคุณจะผลักดันนโยบายอะไรกันบ้าง? นายจาตุรนต์ กล่าวว่า "ผมคิดว่านโยบายเศรษฐกิจจะเป็นนโยบายหลักของพรรคเรา และเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องการ การเติบโตและความมั่นคง เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง พอๆกับเรื่องของการกระจายรายได้ เราควรให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าถึงแหล่งเงินทุน มีโอกาสสร้างธุรกิจ"





ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น