วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561

“พิชัย” เตือนรัฐ ยิ่งปกปิดคดีทุจริต ยิ่งกระทบการลงทุน


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าไม่อยากให้วิจารณ์เรื่องทุจริตคอรัปชั่นห่วงนักลงทุนจะหนีนั้น ก็อยากให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้อธิบายให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ทราบความจริงเรื่องปัจจัยในการลงทุน และสาเหตุใดที่การลงทุนภาคเอกชนถึงหายไปมากตลอดเกือบ 4 ปี หลังการปฏิวัติและถึงตอนนี้ก็ยังไม่ฟื้น ที่นายสมคิดบอกว่าการขอส่งเสริมการลงทุนเพิ่ม 224% จาก 190,000 ล้านบาท เป็น 600,000 ล้านบาทปีที่แล้วนั้น ความจริงคือ ก่อนปฏิวัติมียอดขอส่งเสริมกว่า 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่ามาก โดยหลังการปฏิวัติยอดได้ลดฮวบลงถึงกว่า 80%  และการลงทุนที่แท้จริงยิ่งลดน้อยลงมาก ปัจจัยที่ช่วยให้ลงทุน เช่น ความสะดวกในการทำธุรกิจที่ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 26 ก็ยังต่ำกว่าก่อนปฏิวัติที่อยู่อันดับที่ 18 และหลังปฏิวัติอันดับได้ตกลงไปอยู่ที่ 46 และการจ่ายใต้โต๊ะของไทยติดอันดับ 3 ซึ่งแย่กว่ากัมพูชาและเมียนมาร์ อีกทั้งอันดับความโปร่งใสอยู่ที่ 96 ซึ่งลดลงมาจากเดิมที่ 76 ซึ่งแสดงถึงการทุจริตและความไม่ไปร่งใสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหาก พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ให้มีการวิจารณ์การทุจริตที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เรื่องโกงคนจนที่พบเพิ่มเป็น 49 จังหวัดแล้ว และมีแนวโน้มที่จะพบแทบทุกจังหวัด การทุจริตในกระทรวงศึกษาที่เท่ากับเป็นการโกงอนาคตของเด็กที่พบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การทุจริตในร้านธงฟ้าประชารัฐที่ขายของเกินราคา เป็นต้น นี่ขนาดตรวจสอบไม่ได้ยังพบทุจริตมากมายขนาดนี้ หากวันใดรัฐบาล และ คสช. ออกจากอำนาจ และถูกตรวจสอบ จะพบการทุจริตคอรัปชั่นมากขึ้นขนาดไหน? และนี่คือเหตุผลที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ใช่หรือไม่?

ซึ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ห้ามการวิจารณ์เรื่องทุจริตก็จะยิ่งทำให้ทุจริตมีมากยิ่งขึ้น เพราะขนาดมีการวิจารณ์แล้วการทุจริตยังมีไปทั่ว การห้ามวิจารณ์การทุจริตคอรัปชั่นจะยิ่งทำให้ดัชนีความโปร่งใสของไทยแย่ลงไปอีก และนักลงทุนจะยิ่งไม่ลงทุน เพราะเห็นว่าตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นไม่ได้ จึงอยากให้นายสมคิดได้อธิบาย พล.อ.ประยุทธ์ อย่าทำให้นายกรัฐมนตรีเป็นตัวตลก เหมือนกับที่บอกว่าโพลความนิยมตกแปลว่ารัฐบาลทำงานดี ที่ไม่มีที่ไหนในโลกคิดกันแบบนี้ และอยากถามนายสมคิดว่าจะสร้างความมั่นใจได้อย่างไรว่างบประมาณกลางปี 150,000 ล้านบาท ที่ดูเหมือนจะออกมาเพื่อช่วยหาเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคที่จะเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์นั้น จะไม่มีการทุจริตเหมือนโครงการอื่นๆ เพราะการทุจริตได้ระบาดไปทั่วแทบทุกโครงการของรัฐบาลแล้วคล้ายกับโรคพิษสุนัขบ้า และการทุจริตเหล่านี้เป็นส่วนที่ทำให้ชุมชนเป็นเหมือนขาโปลิโอที่นายสมคิดพูดถึงหรือไม่? เพราะรัฐบาลนี้ตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นมีแนวทางอะไรที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งเหมือนรัฐบาลที่แล้วเลย แถมยังมีแต่ข่าวการทุจริตในแทบทุกโครงการของชุมชน จะไม่ทำให้ชุมชนอ่อนแอเหมือนเป็นโปลิโอได้อย่างไร ซึ่งนโยบายที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็งในทุกด้าน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนส่วนใหญ่ จะเป็นนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น