วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561

"พิชัย" ห่วงยอดโกงพุ่ง ยุครัฐบาลตรวจสอบไม่ได้


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่มีการทุจริตอย่างกว้างขวางของโครงการช่วยเหลือคนจน เงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ถูกนักศึกษาฝึกงานจับได้และเป็นผู้เปิดประเด็น จนทำท่าจะลุกลามกลายเป็นการโกงขนานใหญ่ไปเป็นสิบๆจังหวัดและอาจลามไปทั่วประเทศแล้ว หรือจับตรงไหนก็เจอ เหมือนที่ รองนายกฯวิษณุ เครืองาม ยอมรับ เป็นการตอกย้ำการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดในรัฐบาลนี้ และตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งอาจจะมีการทุจริตมากว่า 3 ปีแล้วก็ได้ แม้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะย้ายปลัดกระทรวงและรองปลัดฯ แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบได้ เพราะรัฐบาลปล่อยให้เกิดการทุจริตขนานใหญ่แบบนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะเป็นการเบียดเบียนคนยากไร้ที่กำลังลำบากซึ่งไม่มีปากมีเสียง ขนาดคนจนยังปล่อยให้ถูกโกง  ดังนั้นรัฐบาลต้องแสดงความรับชอบที่ปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้ และสังคมไม่เชื่อว่าถ้าโกงกันขนาดนี้คนในรัฐบาลจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างน้อยก็แสดงถึงความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารราชการจึงทำให้เกิดการโกงได้ขนาดนี้ ทั้งนี้ ขนาดโครงการช่วยคนจนยังปล่อยให้มีการโกง แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่า โครงการ ไทยนิยมที่อาจจะต้องใช้เงินเป็นแสนล้านบาท และ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากที่ต้องใช้เงินหลายแสนล้านบาท จะไม่มีการโกง และเมื่อมีการโกงก็จะโยนให้ข้าราชการรับผิดชอบไปใช่หรือไม่? ทั้งที่เงินคอรัปชั่นตกไปอยู่ในกระเป๋าใคร ประชาชนทั้งประเทศน่าจะทราบกันดี ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลเริ่มพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นปัญหามากยิ่งขึ้น ยิ่งนานยิ่งพบมากขึ้น ซึ่งทำให้ประชาชนทราบแล้วว่ารัฐบาลที่ตรวจสอบไม่ได้ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทุจริต แต่อาจจะทุจริตมากกว่าทุกรัฐบาลด้วยซ้ำ ทั้งนี้อยากถามประชาชนว่าการปฏิวัติเป็นการคอรัปชั่นของอำนาจหรือไม่? ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยเสียหายและเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมาตลอดเกือบ 4 ปีแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น