วันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560

”ชูศักดิ์” ติงคำสั่ง คสช. มุ่งเอื้อพรรคใหม่-รีเซ็ตพรรคเก่า


นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าคำสั่ง คสช.สร้างความสับสนในการใช้อำนาจ นิติบัญญัติ มีผลกระทบกับพรรคเก่าอย่างรุนแรง ผลจากการออกคำสั่ง คสช. 53/2560 การดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมือง 2560 โดยใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 แทนที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยยกเลิกประกาศ คสช. ทั้งหลายเสีย กลับออกคำสั่งดังกล่าว ขอยืนยันว่าการใช้มาตรา 44 ยกเลิกแก้ไขกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯและประกาศใช้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มีปัญหาในประเด็นการใช้อำนาจว่ามีความเหมาะสมหรือไม่? รายละเอียดของคำสั่งเห็นชัดเจนว่ามุ่งช่วยพรรคที่จะเกิดขึ้นใหม่ พรรคสืบทอดอำนาจให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ส่วนพรรคเก่าต้องสาระวนกับการแก้ปัญหาสมาชิกที่มีอยู่แล้ว ดูแล้วคือการรีเซ็ตสมาชิกพรรคทางอ้อม

1.บทเฉพาะกาลเดิมตามมาตรา 140 พรป. พรรคการเมือง กำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองยังคงเป็นสมาชิกอยู่ต่อไป จะพ้นก็ต้องรอเวลา 4 ปี ถ้าไม่เสียค่าบำรุงพรรค ตามคำสั่งที่ 53/2560 เปลี่ยนแปลงโดยกำหนดให้สมาชิกที่เป็นอยู่แล้วต้องแสดงเจตนาต่อหัวหน้าพรรคประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกต่อไปภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 พร้อมต้องเสียค่าบำรุงพรรค มิเช่นนั้นจะขาดจากการเป็นสมาชิกทันที ที่สำคัญและจะเป็นปัญหาคือการกำหนดให้สมาชิกพรรคต้องแสดงหลักฐานว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายพรรคการเมือง 2560 จึงต้องดูว่าต้องแจ้งแสดงหลักฐานอะไรบ้างเพราะลักษณะต้องห้ามมีหลายข้อ ต้องแจ้งการไม่เคยถูกลงโทษทางอาญา ไม่เคยล้มละลาย และอีกหลายข้อ จึงไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเป็นการทำลายพรรคการเมืองเดิม สร้างภาระให้พรรคและสมาชิก ก่อให้เกิดภาระมากๆ จึงอาจมีแนวโน้มในทางไม่แจ้ง ไม่แสดงเจตนา เพราะยุ่งยากไม่เข้าใจ ในที่สุดก็ขาดจากสมาชิก จึงคล้ายๆ กับเซ็ตซีโร่อันเป็นความต้องการของบางฝ่าย ในขณะที่พรรคใหม่สมาชิกไม่ต้องแสดงหลักฐานอะไร ที่เขียนคำสั่งมานี้อาจเกิดปรากฏการณ์ที่ผู้สมัคร ส.ส. อาจย้ายพรรคได้โดยไม่ต้องลาออกจากพรรคเดิม พรรคเดิมอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพียงรอเวลาให้พ้นวันที่ 30 เมษายน 2561 ไม่แสดงเจตนาการเป็นสมาชิกพรรค ก็พ้นจากสมาชิกแล้ว จึงเห็นว่าเป็นคำสั่งที่โหดร้าย ซ่อนเงื่อน มีเจตนาที่จะทำลายพรรคการเมืองเดิม สร้างความได้เปรียบสำหรับพรรคที่จะตั้งขึ้นใหม่

2.การไปประกาศกำหนดให้พรรคเก่าต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่ สร้างข้อบังคับใหม่ เลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 90 วัน นับแต่การยกเลิกประกาศ คสช. 57/2557 และคำสั่งที่ 3/2558 ในขณะที่ของเดิมต้องทำภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ประกาศใช้กฎหมาย ระยะเวลา 90 วัน เป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดมาก เรื่องที่กำหนดมิได้ทำได้ง่ายๆ ที่สำคัญเป็นไปตามอำเภอใจของ คสช. เพราะไม่รู้ว่า คสช. จะยกเลิกประกาศและคำสั่งเมื่อไร ระยะเวลาดังกล่าวใช้กับการจัดตั้งสาขาให้ครบอย่างน้อยภาคละหนึ่งสาขาด้วย สำหรับพรรคเก่าจะต้องมีภาระหนักในการสำรวจตรวจสอบสมาชิกไม่ต่ำกว่า 500 คน ในสาขานั้นๆ ว่ายังมีเจตนาที่จะเป็นสมาชิกอยู่ต่อไปหรือไม่ เพราะการมีสมาชิก 500 คน คือเงื่อนไขการเป็นสาขาพรรคในขณะที่พรรคการเมืองใหม่อาจตั้งสาขาไม่ครบก็ได้

ภาระของพรรคเก่าจึงมีมากมาย คำสั่งฉบับนี้จึงเป็นการเอาเงื่อนไขต่างๆ ค้ำคอพรรคที่มีสมาชิกมากๆ สุ่มเสี่ยงกับการปฏิบัติตามคำสั่งไม่ได้ ในขณะที่พรรคใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นไม่ต้องทำอะไรที่ยุ่งยากเช่นนั้นเลย

3.คำสั่งดังกล่าวอนุญาตให้พรรคที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่สามารถดำเนินการทางธุรการในการจัดตั้งพรรคการเมืองได้ จัดประชุมได้โดยขออนุญาตต่อ คสช. ในขณะที่พรรคเก่าดำเนินการประชุมใดๆ ไม่ได้ คำสั่งดังกล่าวจึงกระทบต่อพรรคที่มีอยู่เดิมอย่างรุนแรง ไม่ใช่การสร้างความเท่าเทียมกันดังที่อ้าง ตรงข้ามกลับสร้างภาระให้แก่พรรคการเมืองและสมาชิกพรรคที่มีอยู่แล้วอย่างไร้เหตุผล คำสั่งที่มีขึ้นจะสร้างปมปัญหาขึ้นใหม่หลายเรื่อง และต้องตีความกันวุ่นวาย เช่น เมื่อสมาชิกพรรคหมดไปตั้งแต่พ้น 30 วัน นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2561 แล้ว ทำไมยังต้องมากำหนดให้พรรคเรียกเก็บค่าบำรุงภายในปีแรก ภายใน 1 ปี หรือ 4 ปีอีก จึงเห็นว่าอำนาจที่อยากจะคงไว้คือต้นเหตุของปัญหา ทำให้แก้ปัญหาไม่ตรงจุด คำสั่งฉบับนี้จะสร้างความสับสนอลหม่านให้แก่พรรคและสมาชิก โดยเฉพาะพรรคที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมาก
             
         

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น