วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2560

“อย่าหมดหวัง” น้ำทิพย์ชโลมใจจาก “หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์” ถึงฝ่ายประชาธิปไตย


กองบรรณาธิการ Social Media สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม TV24 สถานีประชาชน ได้รับเกียรติจาก คุณปลื้ม-หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล ผู้ดำเนินรายการ The Daily Dose สถานีโทรทัศน์ VoiceTV ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นและวิเคราะห์ทิศทางทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ โดยต้องการสื่อถึงประชาชนทุกคนที่สนับสนุนประชาธิปไตย

หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า “ผมอยากให้ความหวังประชาชนในฝั่งประชาธิปไตย โดยเฉพาะในช่วงเวลา 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา มันเหมือนว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นและไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อให้ยาวไปอีก 5 ปี หรือในระยะยาวหลังจากนั้น เมื่อมีการเลือกตั้งที่เป็นสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งได้เลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อถึงเวลานั้น ยี่ห้อของฝ่ายประชาธิปไตยก็ยังเป็นยี่ห้อที่ขายได้ในสายตาประชาชน ในเมืองไทย ไม่ว่าคุณจะออกแบบระบบการเลือกตั้งออกมาอย่างไร มันจะเหลือแค่ 2 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย์ กับอีกพรรคหนึ่งซึ่งจะเป็นไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย หรือพรรคอะไรต่อจากนี้ จะนำแบรนด์ดิ้ง (Branding) ของความเป็นประชาธิปไตยมาเป็นจุดขายในการหาเสียง พรรคที่ว่านั้น จะเป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนในอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งไม่เอารัฐบาลทหารและไม่เอาประชาธิปัตย์ ซึ่งแบรนด์ดิ้งนี้อย่างไรก็ไม่มีวันล้างได้ คือ ต่อให้คุณล้างบางพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย อย่างไรก็ตาม แบรนด์ดิ้งของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งเป็นฝ่ายเลือกตั้งนิยมให้อำนาจนายกรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้พรรคราชการ ไม่ได้อยู่ภายใต้องค์กรอิสระ ไม่ได้อยู่ภายใต้ตุลาการภิวัตน์ที่เข้ามาแทรกแซงการเมือง แบรนด์ดิ้งของฝ่ายประชาธิปไตยนี้ จะยืนอยู่เคียงข้างสังคมการเมืองไทยไปเป็นหลายสิบปี ล้างไม่ได้ คุณทำลายพรรคต่างๆคุณทำลายได้ จะทำลายพรรคเพื่อไทยก็ทำลายได้ เช่น สมมุติยุบพรรคเพื่อไทยอีกรอบ ภาพระยะยาวต้องอย่าเพิ่งไปหมดความหวัง สำหรับมวลชนในฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตยและต้องการที่จะมีการเลือกตั้ง ปัญหาของพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ คือ แบรนด์ดิ้งสำหรับประชาชน โดยคนทั่วไป ยังแยกพรรคประชาธิปัตย์ออกจากรัฐบาลทหารไม่ออก เขาอาจจะอยากแยกตัวในเชิงแบรนด์ดิ้งออก แต่สำหรับในคนทั่วไป มันแยกไม่ออก”


หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในอีกมุมหนึ่ง ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพรรคเพื่อไทยหรือกับแกนนำของพรรคเพื่อไทย เพราะในระยะยาว ความเป็นปึกแผ่นของแบรนด์ดิ้งของฝ่ายประชาธิปไตยมันไม่ได้สูญหายไป และ พรรคหรือองค์กรทางการเมืองเพื่อรวบรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฝั่งประชาธิปไตย เพื่อรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในฝั่งเดียวกันมาสังกัดเดียวกันเพื่อลงสมัคร ต่อให้ทำลายมันก็โดนทำลายแค่ชั่วคราว องค์กรนี้จะสร้างขึ้นมาได้ไม่ยาก เพราะแบรนด์ดิ้งมันอยู่อยู่แล้ว มันเป็นจุดรวมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลด้วยซ้ำไป พูดง่ายว่าๆ ในระยะแบบนี้ มันมีสิ่งที่มาท้าทายความเป็นปึกแผ่นของพรรคเพื่อไทยได้ แต่ผมกำลังจะบอกว่าต่อให้ไม่มีพรรคเพื่อไทย ยี่ห้อนี้ แบรนด์ดิ้งของฝั่งประชาธิปไตย มันเป็นแบรนด์ที่ Unique & Singular มันมีลักษณะพิเศษเฉพาะที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้ ฉะนั้น การให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฝ่ายประชาธิปไตยร่วมในสังกัดเดียวกัน ต่อให้ไม่มีเพื่อไทย มันก็เป็น การ Re-Organization ที่ทำได้อย่างง่ายดาย และตราบใดที่ทหารอยู่ในอำนาจนานเท่าไหร่ แบรนด์ดิ้งนี้มันยิ่งชัดมากขึ้น”

“ปัญหาเดียว คือ สมาชิกวุฒิสภา 250 คนที่ตั้งทิ้งไว้ และอีกปัญหาที่น่าเกลียดคือ ระบบการเลือกตั้งที่คุณมีชัยออกแบบมาให้พรรคที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งในแต่ละเขต ได้รับคะแนนเสียงเพื่อไปสมทบการคำนวณ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อันนี้คือ 2 อุปสรรคใหญ่ที่ต้องแก้ คือ ต้องโละระบบจัดสรรปันส่วนทิ้งและก็ต้องโละระบบสมาชิกวุฒิสภา 250 คนทิ้ง แต่ทั้งหมดนี้เป็นกลไกระยะสั้นที่เป็นอุปสรรคสำหรับประชาธิปไตย” หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ กล่าว


“ทั้งหมดคือสิ่งที่จะบอกมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยว่า อย่าหมดความหวัง แบรนด์ดิ้งยังอยู่ ใครจะเป็นหัวของแบรนด์ดิ้งนั้นมันคนละประเด็น อันนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ การ Re-Organization สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าแบรนด์ดิ้ง นี่คือ สารจากผมสู่ประชาชนและมวลชนว่า มันไม่มีความจำเป็นที่ต้องมานั่งคิดถึงความแตกแยก เพราะว่าทุกคนมีศัตรูร่วมกัน คือ โครงสร้างอำนาจเผด็จการที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ส่วนที่เหลือเป็นความแตกแยกชั่วคราวที่มานั่งปวดหัวให้เป็นสีสันเท่านั้น ไม่ได้มีสาระเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเวลาพูดถึงประเด็นอื่น Don't forget who the real enemy is.”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น