วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560

"เพื่อไทย" ติงรัฐสืบทอดอำนาจ ประเทศขาดความเชื่อมั่น-กระทบเศรษฐกิจ


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวให้ความเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน สรุปว่าคงปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าช่วง 3 ปีเศษที่ผ่านมาภายใต้ระบบการเมืองการปกครองที่ไม่ปกติ ส่งผลให้ประเทศไทยขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ แม้รัฐบาลจะทุ่มเทงบประมาณและขยันขันแข็งในการทำงานเพียงใด ก็เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยผลลัพธ์ที่ฟ้องประชาชนคนไทยและชาวโลกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือ
        
1. ประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ มา 3 ปีติดต่อกัน แพ้แม้กระทั่งลาว พม่า กัมพูชา และจะอยู่ลำดับต่ำสุดต่อไป ตราบใดที่ระบบการเมืองการปกครองยังไม่เป็นปกติ ประเทศก็ยังขาดความเชื่อมั่น
         
2. โพลทุกสำนักสำรวจครั้งใดก็จะพบว่า ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนเดือดร้อนที่สุด และรัฐบาลยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้ จะมีประโยชน์อะไรที่ประเทศสงบภายใต้อำนาจนิยม แต่ประชาชนเดือดร้อนด้วยปัญหาปากท้อง
         
การที่จะออกจากปัญหาดังกล่าว มีหนทางเดียว คือ ทำสิ่งที่ไม่ปกติ ให้กลับมาเป็นปกติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ หากเกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่า โดยไม่มีฝนตั้งเค้า ด้วยการที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกมาประกาศต่อสาธารณะและชาวโลกว่า ตนและรัฐบาลนี้จะทำหน้าที่เป็นกลาง ไม่สืบทอดอำนาจตามเสียงวิพากษ์ จะรักษาการด้วยการจัดการเลือกตั้งทั่วไปให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ ยุติธรรม  
         
ประการสำคัญ รัฐบาลนี้ได้ทำหน้าที่ตามโรดแมปสมบูรณ์แล้ว จากนี้ไปทหารจะทำหน้าที่รั้วของชาติ เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด หลังการประกาศดังกล่าว ตนมั่นใจว่า เบื้องต้นหุ้นจะพุ่งกระฉูด ความเชื่อมั่นจะกลับคืนมา นักลงทุนทั้งไทยและเทศรวมทั้งความร่วมมือจากนานาชาติจะกลับคืนมาอย่างาวดเร็ว  
         
ส่วนฝ่ายการเมืองและภาคส่วนต่างๆ ล้วนเข้าใจดีว่า ช่วง 10 ปีเศษที่ผ่านมา เรามีประสบการณ์ ผ่านร้อน ผ่านหนาว ทราบดีว่า ประชาชนต้องการความสงบร่มเย็นในบ้านเมือง จากนี้ไปที่ประชาชนต้องการที่สุด คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ซึ่งแก้ได้ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประเทศ
        
เมื่อบ้านเมืองปกติ ความเชื่อมั่นก็จะกลับคืนมา ตนเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะมีบุคลากร

จากหลากหลายสาขาอาชีพอาสาเข้ามาทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร โดยผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งก็จะทำให้ประเทศไทยค่อยๆพัฒนาเป็นอารยประเทศในที่สุด

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น