วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2560

"นพดล" แนะรัฐอุดช่องโหว่กฎหมายคุ้มครองเด็ก


นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จากการเสียชีวิตของเด็กอายุ 12 ขวบ ที่ถูกแม่ทำร้ายต่อเนื่องจนเสียชีวิตแล้วนำศพถ่วงน้ำ รู้สึกสลดใจ อยากขอเรียกร้องรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขไม่ให้มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นกับเด็กไทยคนใดอีก อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก คนไทยทุกคนมีหน้าที่ปกป้องชีวิตของเด็ก และต้องทำในส่วนที่ทำได้ ซึ่งหลายกรณีถ้าเจ้าหน้าที่ทราบเรื่อง อาจช่วยชีวิตไว้ได้ทัน วิธีหนึ่งคือการแก้กฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กปี 2546 ซึ่งยังมีช่องโหว่ที่ควรแก้ไข เพื่อช่วยรักษาชีวิตเด็กไม่ให้ถูกทำร้ายจนตายอย่างน้องรุ้ง หรือลดจำนวนให้น้อยลง อย่างน้อย 4 ประเด็นคือ

1) แก้ไขมาตรา 29 เพิ่มหน้าที่ให้ผู้ใดที่พบเห็นเด็กที่อยู่ในสภาพที่ต้องได้รับการดูแลต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง

2) ให้รางวัลแก่พลเมืองดีผู้แจ้ง โดยจ่ายจากกองทุนคุ้มครองเด็ก ในอัตราที่กำหนด เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการแจ้งการทารุณกรรมต่อเด็กให้เจ้าหน้าที่รับทราบ

3) ควรเพิ่มสภาพบังคับของมาตรา 29 โดยอาจกำหนดบทลงโทษ ในกรณีที่มีผู้พบเห็นเด็กที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ และตัวเองสามารถแจ้งได้โดยไม่มีภยันตรายต่อตัวเองแต่ไม่แจ้ง

4) มีมาตรการคุ้มครองพลเมืองดีที่แจ้งถึงการกระทำต่อเด็กดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้พลเมืองดีเดือดร้อน

นายนพดล กล่าวต่อไปว่า "ตนหวังว่ารัฐบาล หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือสมาชิก สนช. จะพิจารณาหาทางคุ้มครองเด็กผู้น่าสงสาร ที่อาจโชคร้ายอยู่ในเงื้อมมือของผู้ปกครอง หรือถูกกระทำทารุณกรรม โดยแก้กฎหมายที่จำเป็น และในระหว่างนี้ควรใช้มาตรการในการบริหารสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ อปท. ไปสำรวจในพื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ ว่ามีกรณีที่เด็กอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกทารุณกรรมหรือไม่ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนแก้กฎหมาย"

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น