วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 "พิชัย" แนะรัฐกลับสู่ประชาธิปไตย-เพิ่มความมั่นใจนักลงทุน


ในการสัมมนา แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ชาตินี้หรือชาติหน้า? ครั้งที่ 6 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า องค์กรความโปร่งใสสากลจัดอันดับความโปร่งใสของไทยของไทยลดลงมาอยู่อันดับที่ 101 จากอันดับที่ 76 แถมการจ่ายใต้โต๊ะในประเทศไทยยังอยู่ แย่กว่า กัมพูชา และ พม่า เสียอีก ทั้งนี้ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่คาใจประชาชนและตรวจสอบไม่ได้ เช่น การจัดซื้อไมโครโฟน อุทยานราชภักดิ์ การขุดลอกคลองของ อผศ. ปัญหาเครือญาติผู้นำ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ฯลฯ ซึ่งตรวจสอบไม่ได้ แล้วยังมีการออกกฏหมายเพื่อจะมากำจัดสิทธิของสื่อมวลชนอีก ซึ่งเป็นการคอรับชั่นสิทธิของสื่ออย่างร้ายแรง ยิ่งเสรีภาพสื่อน้อยลง การคอรัปชั่นก็จะยิ่งมากขึ้น เพราะไม่มีสื่อคอยตรวจสอบ และยังไม่มีฝ่ายค้านในสภาอีก

นอกจากนี้ รัฐบาลนี้ยังคอรัปชั่นเอาสิทธิที่จะเลือกผู้นำของประชาชนไป ทำให้ได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์แปลกประหลาด เช่น ให้ไปขายยางดาวอังคาร อาหารทะเลแพงก็ไม่ต้องกิน ปลูกหมาหมุ่ยแทนปลูกข้าว ส่งออกยาสีฟัน แปลงสีฟันและขัน และล่าสุด ให้ส่งลูกเรียนอาชีวะ ไม่ต้องส่งลูกเรียบปริญญา ทั้งๆที่เคยถามคนอื่นว่า จบอะไรมา?

อีกทั้งยังไม่เข้าใจว่าอนาคตการจ้างงานจะลดลงตามการพัฒนา ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งผู้นำไม่เข้าใจ และที่ร้ายแรงที่สุดคือการคอรัปชั่นความเจริญของประเทศทำให้ประเทศโตต่ำกว่าศักยภาพมาหลายปี การลงทุนหดหาย ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการพัฒนาประเทศมาก ประชาชนลำบากกันมาก ขนาดองค์กรระหว่างประเทศหลายองค์กร เช่น ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ เอดีบี ยังออกมาเตือน ดังนั้น วิธีแก้ไขคอรัปชั่นที่ดีทำได้คือ

1) หากมีรายได้โดยไม่มีที่มาให้ถือเป็นการคอรัปชั่นเลย

2) การรายงานรายได้ตั้งแต่อายุ 21 ปีทุกคน หากต่อมารวยขึ้นต้องถามว่าจ่ายภาษีถูกต้องหรือไม่

3) การลดขนาดรัฐให้เล็กลง outsource งานที่ไม่สำคัญให้เอกชน เพิ่มเงินเดือนข้าราชการ และผู้บริหารประเทศ แต่ห้ามคอรัปชั่น

ดังนั้นจึงควรจะกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยเพื่อให้มีระบบตรวจสอบการคอรัปชั่นและสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนเพื่อประเทศจะได้พัฒนาได้ตามศักยภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น