วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

"พิชัย" ห่วงรัฐยื้อเลือกตั้ง กระทบเศรษฐกิจ


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ในวันที่ 6 เมษายนนี้ ก็อยากให้ รัฐบาล , สนช. และ กรธ. เร่งดำเนินการให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว อย่าได้พยายามถ่วงเวลาการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้เป็นประโยชน์กับประเทศ หากจำกันได้เมื่อ สนช. โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ ดร.บวรศักดิ์ โดยที่ ดร.บวรศักดิ์ได้ให้เหตุผลว่าเพราะเขาอยากอยู่ยาว และรัฐบาลบอกว่าต้องใช้เวลา 18 เดือนในการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตนได้ออกมาเตือนว่าจะทำให้เศรษฐกิจแย่ แล้วตนก็โดนเรียกปรับทัศนคติ แต่ต่อมาก็พิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจได้ย่ำแย่อย่างที่ตนได้เตือนไว้จริง และคราวนี้ก็จะพยายามยื้อเวลากันอีกหลังจากที่เลื่อนกันมาตลอด ซึ่งหากจะลากการเลือกตั้งออกไปอีก 16 เดือนตามที่ นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญบอก ก็จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ลงไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สหรัฐฯจัดให้ไทยอยู่ใน 1 ใน 16 ประเทศที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯ และจะมีมาตรการกีดกันการค้าออกมา ซึ่งหากไทยยังมีการปกครองแบบนี้ การเจรจาต่อรองคงจะทำได้ยาก และจะยิ่งซ้ำเติมจากการที่ EU ไม่ยอมเจรจาการค้ากับไทยด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ ซึ่งจะทำให้การส่งออกที่มีแนวโน้มว่ากำลังจะฟื้นตัวกลับจะยิ่งทรุดลง และจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนให้ยิ่งแย่ลง ความหวังของรัฐบาลที่อยากให้มีการลงทุนมากๆในเขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกก็อาจจะผิดหวังได้ เพราะคงไม่มีนักลงทุนอยากลงทุนหากต้องเจอกับการกีดกันทางการค้าและการที่ไม่สามารถเจรจาการค้าได้ และจะส่งผลกระทบต่อความสามารถแข่งขันของประเทศไปอีกนาน

ดังนั้น รัฐบาล , สนช. และ กรธ. จึงควรจะเร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว เศรษฐกิจจะได้ฟื้นตัวได้ ประชาชนจะได้ไม่ลำบาก ซึ่งหากรัฐบาลจะกลัวว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งตามกระแสข่าวเรื่องผลโพลภายในที่ทำกันไว้ การลากการเลือกตั้งจะทำให้เศรษฐกิจยิ่งแย่ และจะยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมากขึ้น แต่ผลเสียคือยิ่งลากยาวจะยิ่งทำให้ประเทศเสียหายมากยิ่งขึ้นด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น