วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2560

"วัฒนา" เตือนหยุดไล่ล่า ยืนยันซื้อ-ขายหุ้นชิน ไม่ต้องเสียภาษี


นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

"อภินิหารหรืออภิมหาอันธพาล"

รัฐบาลสั่งให้กรมสรรพากรใช้มาตรา 61 แห่งประมวลรัษฎากรประเมินเรียกเก็บภาษีจากนายกทักษิณ โดยเห็นว่าหุ้นชินคอร์ปจำนวน 329.2 ล้านหุ้น ที่โอ๊ค-เอมขายให้กับกองทุนเทมาเส็กในตลาดหลักทรัพย์ในราคาหุ้นละ 49.25 บาท นั้น เป็นของนายกทักษิณทั้งหมด แต่การจะใช้มาตรา 61 ประเมินเรียกเก็บภาษีจากผู้มีชื่อในหนังสือสำคัญ กรณีนี้คือใบหุ้นที่อยู่ในชื่อของโอ๊ค-เอม ที่ศาลฎีกาเห็นว่าถือไว้แทนนายกทักษิณ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าทรัพย์สินดังกล่าวก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน แต่ธุรกรรมเกี่ยวกับหุ้นชินคอร์ปไม่เคยก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน กล่าวคือ

ครั้งแรกแอมเพิลริชได้ขายหุ้นดังกล่าวให้กับโอ๊ค-เอมในราคาหุ้นละ 1 บาท ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการขายต่ำกว่าราคาตลาดจึงสามารถเรียกเก็บภาษีได้ซึ่งคลาดเคลื่อน เพราะหากจะถือว่าหุ้นเป็นสินค้าหรือบริการซึ่งกรมสรรพากรอาจใช้มาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากรประเมินภาษีได้ นั้น จะต้องประเมินและเรียกเก็บจากผู้ขาย ส่วนโอ๊ค-เอมที่เป็นผู้ซื้อไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ต่อมาหุ้นดังกล่าวถูกขายให้กับกองทุนเทมาเส็ก แต่เป็นการขายในตลาดหลักทรัพย์จึงได้รับยกเว้นภาษีอีกเช่นกัน ดังนั้น ธุรกรรมทั้งสองครั้งไม่ว่า โอ๊ค-เอม จะกระทำฐานะส่วนตัวหรือในฐานะตัวแทนของนายกทักษิณก็ไม่ต่างกัน เพราะไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีทั้งสองธุรกรรม

หากพิจารณาเรื่องนี้ตามกฎหมายบนหลักนิติธรรม ไม่ว่าจะใช้อภินิหารขนาดไหนก็ไม่อาจใช้มาตรา 61 มาประเมินภาษีได้เพราะไม่มีภาระภาษีเกิดขึ้น เนื่องจากการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปทั้งสองครั้งไม่ก่อให้เกิดเงินได้พึงประเมิน วิธีเดียวที่จะทำได้ใช้อำนาจเผด็จการแก้ไขกฎหมายเพื่อเรียกเก็บภาษีจากนายกทักษิณ แต่ไม่ใช่อภินิหารของกฎหมายและไม่จำเป็นต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนถึงเมืองนอกเพราะสำนักทรงเจ้าเข้าทรงก็สอนได้ ครั้งหน้าผมจะเล่าเบื้องหลังของเรื่องนี้ให้ฟังครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น