วันอังคารที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560

"ณัฐวุฒิ" ติงอภินิหารทางกฎหมาย ขัดหลักนิติธรรม


นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า "เป็นที่เข้าใจตรงกันว่า มติของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไม่มีผลเปลี่ยนแปลงต่อการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป แต่ก็ทำให้คำว่าอภินิหารทางกฎหมายชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะแม้จะอธิบายว่าเป็นมติเพื่อกำหนดแนวปฏิบัติโดยทั่วไป ไม่เจาะจงกรณีใด แต่คาดการณ์ได้ไม่ยากว่า ถ้าเป็นเรื่องอื่นกรมสรรพากรซึ่งมีหน้าที่โดยตรงเรื่องเรียกเก็บภาษีคงไม่ต้องถามใคร แต่ที่นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ปจะหมดอายุความในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ได้ข้อสรุปอย่างไรก็จะอธิบายความชอบธรรมได้ด้วยมติคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร"

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า "ที่ประชุมย่อมทราบว่ามตินี้จะมีผลต่อภาษีหุ้นชินคอร์ปเป็นกรณีแรก และย่อมไม่มีข้าราชการคนใดกล้าเอนเอียงเอื้อประโยชน์ให้ เพราะต่างก็กลัวอภินิหารมาตรา 44 เมื่อผลออกมาว่าขยายเวลาไม่ได้ เรื่องย่อมต้องยุติไปโดยปริยาย เพราะทุกขั้นตอนชัดเจนมีกฎหมายรองรับ แต่เมื่อมีการใช้อภินิหารของกฎหมายก็ส่งผลให้ทุกคน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหมุนตัว 360 องศา แม้แต่ปลัดกระทรวงการคลังซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีโดยตำแหน่งก็ยืนยันโดยอ้างมาตรา 61 ประมวลรัษฎากรตาม สตง. ว่าเรียกเก็บได้ เป็นครั้งแรกที่เราเห็นกรมสรรพากรซึ่งเป็นผู้บังคับใช้โดยตรง และหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังมีความรู้เรื่องประมวลรัษฎากรน้อยกว่า สตง. นี่ก็ถือเป็นอภินิหาร"

"คดีนี้กว่าจะจบยังต้องใช้เวลาสู้กันอีก 3 ศาล แต่คำว่าอภินิหารของกฎหมายทำให้หลักนิติธรรมของสังคมไทยจบลงทันที ก้อนหิน ต้นไม้ ช้าง ม้า วัว ควาย ถ้ามีอภินิหารอาจมีคนกราบไหว้เพราะถือว่าศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าเป็นกฎหมาย จะให้ศักดิ์สิทธิ์ต้องชัดเจน บังคับอย่างเสมอภาค ตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพราะมีอภินิหาร" แกนนำ นปช. กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น