วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

"พิชัย" เตือนรัฐเสพติดอำนาจ-ใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อ


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะทำงานเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีการใช้อำนาจ มาตรา 44 จำนวนมากถึง 138 ฉบับ จนเป็นที่ทักท้วงถึงปัญหาในอนาคตที่ยังจะมีการใช้อย่างพร่ำเพรื่อ และหากในอนาคต มาตรา 44 ที่ออกมาไปขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญก็จะสร้างปัญหาให้กับประเทศอย่างมาก อีกทั้งอาจจะมีการฟ้องร้องจากผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจาก มาตรา 44 ในอนาคตได้

นอกจากนี้ มาตรา 44 เป็นกฎหมายที่ไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ เพราะเป็นกฎหมายเฉพาะของระบอบเผด็จการ ซึ่งจะทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งลดลง อีกทั้งยังมีข้อสงสัยในเสรีภาพของประชาชนในการนับถือศาสนาของไทย แถมโฆษก คสช. ยังออกมาอวดอ้างว่าหากไม่มี มาตรา 44 จะอยู่กันได้ไหม ซึ่งแสดงถึงวิธีคิดที่เสพติดอำนาจอย่างชัดเจน และยังลามมาถึงหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่สั่งคนวิจารณ์ให้รูดซิบปากทั้งๆที่การวิจารณ์ทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องปกติที่น่าจะต้องรับฟัง โดยเฉพาะในภาวะที่ประชาชนกำลังลำบากกันอย่างมาก แต่กลับเสพติดอำนาจตามไปด้วย ซึ่งผู้บริหารเศรษฐกิจที่ดีจะไม่พูดจาแบบเผด็จการนี้

ทั้งนี้เห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพราะเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และเป็นเรื่องที่ควรทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่ต้องมารอถึงเกือบ 3 ปี แต่วิธีที่แก้หนี้ที่ดีที่สุดคือ ต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะนำมาใช้หนี้ได้ หากรัฐบาลเพียงให้ธนาคารรัฐมาปล่อยกู้เพื่อใช้หนี้ แต่ประชาชนไม่มีรายได้เพียงพอที่จะใช้หนี้ได้ หนี้ก็ไม่หายไปอยู่ดี และก็จะเป็นหนี้เพิ่มในระบบแทนที่เป็นหนี้นอกระบบคือแค่เอาหนี้มาโปะหนี้เท่านั้น

ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับการแก้หนี้นอกระบบ ซึ่งเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่มีหนี้เพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้าจากผลงานการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล และหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ก็ควรจะเร่งกลับสู่ระบอบที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลกโดยเร็ว เพื่อเศรษฐกิจจะได้ฟื้น ประชาชนจะได้หายลำบาก อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้ไม่ต้องทนทรมานนานตามที่ได้บ่นไว้เอง

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น