วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"พิชัย" แนะรัฐ ดันสตาร์ทอัพแก้ปัญหาเศรษฐกิจ


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า "ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ บอกว่าปีนี้การส่งออกจะโต 5%  ทำให้นึกถึงว่าปีที่แล้วนายสมคิดก็พูดแบบนี้ว่าการส่งออกปี 2559 จะโต 5% เช่นกัน แต่การส่งออกแท้จริงกลับไม่เพิ่มเลยแถมยังติดลบด้วยเมื่อหักการส่งออกทองคำ ทั้งๆที่ ในปี 2558 การส่งออกลดลงหนักถึง 5.78% และตั้งแต่มีการรัฐประหารการส่งออกก็ยังไม่ฟื้นเลย จึงอยากเห็นการส่งออกที่ฟื้นจริงๆไม่ใช่แค่พูด และตามที่นายสมคิดได้ให้สัมภาษณ์เรื่อง ไทยแลนด์ 4.0 และ ธุรกิจสตาร์ทอัพ ทำให้สงสัยว่านายสมคิดกำลังพูดถึงไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยีหรือกำลังพูดถึงโอทอป เมื่อ 15 ปีก่อน การที่นายสมคิดยกตัวอย่าง ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ผลิตนาฬิกาเก๋ๆ ทำเครื่องหนัง ทำให้งงว่าธุรกิจเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างก้าวกระโดดได้อย่างไร ไม่น่าจะใช่ทิศทาง 4.0 ของโลกปัจจุบัน ธุรกิจเอสเอมอีและสตาร์ทอัพที่รัฐควรสนับสนุนควรเป็นเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีและสามารถพัฒนาขึ้นไปเป็นบริษัทใหญ่ในอนาคตได้เพื่อสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่ให้เกิดขึ้น ถ้าคิดได้แคบๆแบบเก่าๆประเทศไทยจะไม่สามารถพัฒนาไปไหน และที่น่าห่วงคือแนวคิดของนายสมคิดที่อยากเห็นการเมืองนิ่งในสภาพแบบนี้และบอกว่าเศรษฐกิจจะเจริญ ก็อยากให้นายสมคิดได้ยกตัวอย่างว่าประเทศที่เจริญในภาวะการเมืองแบบนี้มีประเทศไหนบ้าง ที่เห็นก็มีแต่เมียนมาร์ที่การเมืองถูกกดให้นิ่งมาตลอดหลายสิบปีแต่เศรษฐกิจกลับไม่พัฒนาและล้าหลังกว่าเพื่อนบ้านมาก จนในที่สุดต้องเปลี่ยนแปลง เพราะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก ซึ่งเป็นปัญหาเช่นเดียวกันกับประเทศไทยในปัจจุบัน ถึงทำให้นานาชาติเร่งประเทศไทยให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว โดยล่าสุดบริษัทชื่อดังได้วิเคราะห์ว่าหากไทยยังเป็นแบบนี้ อีก 33 ปีประเทศไทยจะพัฒนาต่ำสุดในอาเซียน ซึ่งจะพัฒนาต่ำกว่า ลาว เขมร เมียนมาร์ เวียดนามด้วยซ้ำ จึงอยากให้นายสมคิดได้ศึกษาแนวคิดของโลกให้ดีก่อนที่จะพูดเพราะหากพูดโดยไม่ศึกษาจะยิ่งทำลายเครดิตของรัฐบาลให้แย่ลงเรื่อยๆ"

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น