วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

"ณัฐวุฒิ" ติงพ.ร.บ.พรรคการเมือง-เปิดโอกาสการเมืองนอกระบบมีอำนาจ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "สภาพความเป็นจริงหลังรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกบังคับใช้นั้น จะมีพื้นที่ทางการเมือง 2 แบบคือ 1.พื้นที่ทางการเมืองโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชนผ่านกระบวนการของพรรคการเมือง และ 2.พื้นที่ทางการเมืองโดยอำนาจพิเศษผ่านกระบวนการลากตั้งทั้งหลายตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยกับหลายประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในพ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่อยากขยายภาพปัญหาให้ชัดขึ้นหากบังคับใช้คือ จะทำให้พื้นที่การเมืองในระบบแคบลง คนที่จะเข้าสู่สนามการเมืองผ่านการเลือกตั้ง หรือตั้งพรรคการเมืองเพื่อแสดงบทบาทในเรื่องที่สนใจเป็นการเฉพาะจะมากด้วยข้อจำกัด ทั้งเรื่องเงินค่าก่อตั้ง ค่าสมาชิก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการทอดกฐินที่นายมีชัยกล่าวอ้าง เพราะไม่มีกฎหมายข้อไหนบังคับให้กรรมการต้องจ่ายเงินแบบการก่อตั้งพรรคการเมือง การหาจำนวนสมาชิก บทลงโทษต่างๆ และแรงเสียดทานจากสมมติฐานที่ถูกสร้างว่านักการเมืองเป็นพวกโกง ชั่วร้ายไปทั้งหมด"

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า "ผลที่สุดคือ คนที่สนใจการเมืองจะเกิดวิธีคิดว่า พื้นที่การเมืองนอกระบบเป็นเรื่องง่ายกว่า ดูดีกว่า และมีโอกาสเข้าสู่อำนาจอย่างปลอดภัยมากกว่า แม้กระทั่งกลุ่มสนับสนุน เช่น กลุ่มทุนทั้งหลายก็จะเห็นว่า ต้องยืนอยู่กับอำนาจนอกระบบ เพราะไม่มีกระบวนการตรวจสอบและบทลงโทษ คำถามคือ กติกาแบบนี้หรือที่จะนำการปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่น พรรคการเมืองทุกพรรคต้องปฏิรูปตัวเองและแสดงรูปธรรมที่ชัดเจนเรื่องหลักการประชาธิปไตย หากยังย่ำอยู่กับที่ ภายใน 5 ปีจะหาที่ยืนไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลอำนาจนอกระบบ ซึ่งหมายถึงการเอาอำนาจของประชาชนไปยอมจำนนด้วย พรรคการเมืองไม่สามารถเป็นสถาบันได้ภายใต้กติกานี้ แต่จะเป็นได้โดยสำนึกทางการเมืองที่ถูกต้องของตัวนักการเมืองเอง"

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น