วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

"พิชัย"วิจารณ์รัฐแจกเงินหมื่นล้านเพราะคะแนนนิยมทรุด แนะลดความเหลื่อมล้ำยั่งยืนกว่า


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการที่ คณะรัฐมนตรี-คสช. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เงินประชาชนจำนวน 1,500-3,000 บาทนั้น นายพิชัย กล่าวว่า ตามที่ตนเคยเตือนแล้วว่าเศรษฐกิจปลายปีจะถดถอย แต่รัฐบาลก็ออกมาเถียงว่ายังคงดี แต่ในที่สุดก็ต้องออกมายอมรับ โดยเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งๆที่เคยบอกว่าไม่จำเป็น แต่การแจกเงินในแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นความพยายามของรัฐบาลที่พยายามจะช่วยเหลือประชาชนในภาวะลำบาก แต่จะไม่ได้เกิดประโยชน์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพราะเศรษฐกิจในภาพรวมยังแย่อย่างมากจาก การลงทุนที่หดหาย และการส่งออกที่ลด รายได้ของประเทศหายไปมาก เศรษฐกิจที่แท้จริงจะต้องแก้ในภาพรวมของทั้งประเทศมากกว่าการแจกเงินให้กับประชาชนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ต่างจากเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ที่ทำไปแล้วสูญเปล่า ซึ่งรัฐบาลน่าจะเรียนรู้จากบทเรียนการแจกเงินสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แถมมีคำถามอีกว่า การแจกเงินแบบนี้เป็นประชานิยมหรือไม่ และ ทำให้ประเทศเสียหายด้วยหรือไม่? อีกทั้งจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้นเพราะผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรไม่ได้รับเงินในส่วนนี้ การใช้งบประมาณทั้งหมด 12,759 ล้านบาท เพื่อแจกให้กับประชาชนบางกลุ่มจึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะประชาชนที่ยังลำบากและไม่ได้รับจะรู้สึกถูกทอดทิ้งเพราะไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ ดังนั้นจึงควรใช้เงินนี้กับโครงการที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนทุกภาคส่วนให้มากที่สุด

นายพิชัยกล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลแจกเงินประชาชนแล้วประเทศเจริญ รัฐบาลคงไม่ต้องมาคิดนโยบายและสร้างโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆให้กับประเทศแล้ว รัฐบาลควรพัฒนาแนวคิดที่เป็นประโยชน์ในระยะกลางและระยะยาว เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อเนื่องให้ประชาชน ดีกว่านโยบายที่ให้ผลแค่ระยะสั้นแบบนี้ ประสบการณ์ก็มีแล้วจากสมัยประชาธิปัตย์ที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ใช้แล้วก็หมดไป รัฐบาลควรคิดให้เบ็ดมากกว่าที่จะให้ปลา เพราะประขาชนยังนำไปหากินในอนาคตได้ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าอาจจะเป็นการหาเสียงของรัฐบาลอีกทางหนึ่ง เพราะคะแนนความนิยมของรัฐบาลที่ผ่านมาตกต่ำลงอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เช่น เรื่องราคาข้าว และราคาสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่ตกต่ำมาก จึงทำให้ต้องหาทางออกโดยการแจกเงินเพื่อหวังฟื้นคะแนนนิยมที่ยังทรุดหนัก

1 ความคิดเห็น:

  1. ก็เป็นการซื้อเสียงเห็นๆ หวังผลซึ่งเป็นผลดีต่อรัฐบาลแต่ผลเสียคือประเทศต้องเสียงบประมาณและได้ประโยชน์กลับมาเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับการแบ่งชนชั้น ซึ่งคนที่ไม่ได้ทำงานไม่ว่าเหตุผลใดก็ตามจะไม่ได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ ทั้งที่พวกเค้าต้องเสียภาษีเหมือนกัน แค่ซื้อกะปิน้ำปลาก็ได้ชื่อว่าเสียภาษีแล้ว ยังไงก็มองว่าเป็นนโยบายละลายแม่น้ำจริงๆซึ่งจะเห็นได้จากรัฐบาลที่ไม่มีความสามารถ ไม่มีความรู้จริง รวมแล้วคือทำงานไม่เป็น

    ตอบกลับลบ