วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

"พิชัย" ห่วงพร้อมเพย์สะดุด เผยประชาชนหวั่นรัฐตรวจธุรกรรม


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระบุว่า โดยหลักการแล้ว "พร้อมเพย์" เป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นไปตามกระแสของโลกที่จะชำระเงินผ่านบัตร และทิศทางของโลกที่จะใช้ธนบัตรน้อยลงและยังเป็นการส่งเสริม Digital economy ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ปัญหาที่ประชาชนยังไม่มั่นใจที่จะเข้าระบบ น่าจากเกิดจากความไม่เชื่อใจ และความไม่มั่นใจในรัฐบาล เนื่องมาจากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลทำจนเป็นปกติ ไม่ว่าจะกับ นักการเมือง นักวิชาการ นักศึกษา หรือ ประชาชน อีกทั้งเมื่อเริ่มต้นรัฐบาลยังขู่ว่าจะออกมาตรการแกมบังคับว่าจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เท่าเดิมสำหรับผู้เข้าระบบ แต่จะเก็บ 10% สำหรับผู้ที่ไม่เข้าระบบ ซึ่งไม่น่าจะทำได้เพราะระบบภาษีสรรพากรจะไม่สามารถรองรับภาษีมูลค่าเพิ่มสองอัตราได้ นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการที่รัฐจะตรวจภาษีและเก็บภาษีเพิ่มขึ้นซึ่งยิ่งทำให้คนระแวงสงสัย อีกทั้งหลายคนเป็นห่วงว่าจะเป็นวิธีในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของประชาชน และมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่โยงเรื่องนี้เข้ากับ Single Gateway ที่รัฐบาลพยายามคุมการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน

นอกจากนี้ปัญหาความปลอดภัยจากการถูกแฮ๊กที่รัฐบาลและหน่วยงานยังไม่ยอมค้ำประกันความเสียหายในเรื่องนี้อย่างเต็มที่หากมีปัญหาดังกล่าว และปัญหานี้ไม่ว่าบริษัทใหญ่ระดับโลกเก่งแค่ไหนก็มีโอกาสที่จะโดนแฮ๊กได้ทั้งนั้น และประเทศไทยยังล้าหลังมากในการป้องกันเรื่องนี้ อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่จะมาเข้าระบบ ซึ่งคงต้องใช้เวลานานกว่าจะเรียนรู้ และที่สำคัญคือ ประชาชนจำนวนมากอาจจะเห็นว่าขนาดเรื่องใหญ่อย่างประชามติ ที่ล่าสุด ผู้แทนสหภาพอียูและคณะฑูต 22.ชาติ ยังต้องออกเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเสรีในการวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากที่ประชาคมโลกต่างก็มีข้อสงสัยในเรื่องการสืบทอดอำนาจและในความไม่เป็นประชาธิปไตยแต่รัฐบาลกลับยืนยันว่าเป็นสากล ยิ่งตอกย้ำให้คนไม่เชื่อใจและไม่มั่นใจมากขึ้น แถมยังมาออก ม. 44 ให้ กสทช-กสท. ปิดสื่อได้

ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขเรื่องความไม่เชื่อใจและไม่มั่นใจนี้ ซึ่งเชื่อว่าหากประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่รัฐบาลมาจากประชาชนแล้วประชาชนจะมีความมั่นใจในเรื่องนี้มากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น