วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

"เพื่อไทย" แพร่บทความ "รำลึกพฤษภาคม" คารวะดวงวิญญาณผู้รักประชาธิปไตย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย ได้เผยแพร่ บทความ "รำลึกพฤษภาคม เดือนแห่งการเร่งแสวงหาความยุติธรรม...ที่ยังรอคอย" ผ่านเว็บไซต์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

เดือนพฤษภาคม เป็นอีกหนึ่งเดือนประวัติศาสตร์ที่คนไทยที่รักประชาธิปไตยต้องจดจำ
17 พฤษภาคม 2535...พฤษภาทมิฬเป็นวันที่ถูกกล่าวขานว่า คนไทยหัวใจแกร่ง ต่อสู้กับผู้มีอำนาจ โดยไม่ยินยอมให้มีการดำเนินการและบรรจุหลักการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย อาทิประเด็นเรื่องนายกฯ คนนอก หรือนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จนตกผลึกเป็นหลักการในรัฐธรรมนูญไทย นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ไม่น่าเชื่อว่า เพียงเวลาผ่านไปแค่ 2 ทศวรรษกว่า  ประเด็นนี้กำลังหมุนเวียนกลับมาวิพากษ์วิจารณ์กันอีกตามร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่จะถึงนี้ 22 พฤษภาคม 2559 นี้ จะครบรอบ 2 ปีของการรัฐประหาร ซึ่งมีคำถามว่า ประเทศและประชาชน ได้อะไรจากการถดถอยของระบอบประชาธิปไตยครั้งนี้  ชีวิตและความเป็นอยู่ ของประชาชน เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเพียงใด  ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดกับทุกคน

เดือนพฤษภาคมยังมีเหตุการณ์สำคัญมากที่เป็นแผลฝังใจคนไทยผู้รักประชาธิปไตย นั่นคือ เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มประชาชนที่เกิดขึ้นที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งมาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ด้วยการสังเวยชีวิตของประชาชนต่อเนื่องมาตั้งแต่วันเริ่มต้นยุทธการล้อมปราบ 13 พฤษภาคม 2553 จำนวนถึง 56 ศพและบาดเจ็บถึง 480 คน...สื่อมวลชนต่างให้คำนิยามและความหมายไว้ว่าเป็นการยิงนกในกรง

เหตุการณ์ครั้งนั้นมีคดีเกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มีผู้สูญเสียชีวิตตลอดช่วงเหตุการณ์มากถึง "99ศพ" ศาลสถิตย์ยุติธรรมได้มีการไต่สวนว่า การตายในหลายกรณีที่สรุปเสร็จสิ้นแล้ว เป็นการตายที่เกิดจากกระสุนปืนที่มาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถืออาวุธร้ายแรง การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด และผู้สมควรรับผิดชอบในความสูญเสียที่เกิดขึ้นของประชาชน กลับเชื่องช้าและพบว่าฝ่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและสูญเสียหลายคน กลับตกเป็นจำเลยในคดีอาญาร้ายแรง ในขณะที่กลุ่มคนผู้สั่งการสลายการชุมนุมซึ่งถูกมองว่าควรมีส่วนสำคัญที่ต้องรับผิดชอบในความสูญเสียและความเสียหายต่างๆ กลับหลุดรอดพ้นจากคดีความอย่างน่ากังขา

เดือนพฤษภาคม...จึงสมควรเป็นเดือนแห่งการรำลึกและแสวงหาความยุติธรรมให้แก่ผู้สูญเสียชีวิตและบาดเจ็บซึ่งรอคอยความหวังจากกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยของเรา

เสียงเปล่งร้อง ..."ความยุติธรรมไม่มี ยากที่จะทำให้ความสามัคคีเกิดขึ้นได้"  จึงยังคงเป็นวลีที่ดังก้องอยู่ในสังคมไทยอยู่ต่อไป....ตราบที่ความยุติธรรมแบบ สองมาตรฐานยังไม่หมดสิ้นไปจากสังคมไทย

ขอคารวะดวงวิญญาณของผู้รักประชาธิปไตยที่เสียสละทุกท่าน

พรรคเพื่อไทย
20 พฤษภาคม 2559


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีต และรักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ระบุว่า "ขออฐิษฐานจิต ถึงดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ ทางการเมือง เมื่อ 19 พฤษภาคม 2553 ด้วยจิตคารวะ และขอส่งความระลึกถึงผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ได้รับผลกระทบทางเสรีภาพ รวมทั้งผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมโดยสงบ ในเหตุการณ์ทางการเมืองในครั้งนั้นด้วยความเคารพครับ... ความรักในประชาธิปไตยของทุกท่าน ย่อมไม่สูญเปล่า และจะเป็นคุณูปการในระยะยาว แก่ประเทศไทย และประชาชนคนไทยทุกคน ทั้งที่เป็นผู้ตระหนักรู้ และยังมิได้รับรู้ ถึงคุณค่าของเสรีภาพ และประชาธิปไตย..."


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น