วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2559

"ธีรรัตน์-ขัตติยา" ผนึกกำลัง ให้กำลังใจ "วัฒนา เมืองสุข"


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเพิ่มเติมกรณีที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางมายังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อเข้ารายงานตัว หลังครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 2 กรณีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์ข้อความวิจารณ์การทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังทหารนำรถมาเฝ้าหน้าบ้านตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เนื่องจากสนับสนุนการแสดงความคิดเห็นของนายวรชัย เหมะ  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ  ที่ถูก คสช. ควบคุมตัวเนื่องจากต้องการให้มีผู้รับผิดชอบหากประชาชนลงประชามติร่างฯรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่าน

ต่อมา ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 20 พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความในเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


เช้านี้ได้เดินทางมาให้กำลังใจท่านวัฒนา เมืองสุข (พี่ไก่) ณ ศาลอาญากรุงเทพใต้ หลังจากที่ถูกทหารเรียกปรับทัศนคติ วันนี้พี่ไก่ต้องไปรายงานตัวที่ มทบ.11 ตามคำสั่งของหัวหน้า คสช. ได้มีโอกาสคุยกันว่ารอบนี้พี่ไก่เตรียมเสื้อผ้าพร้อมมั้ย หยูกยาเอามารึยัง พี่ไก่บอกว่าไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย เพราะยังไม่ได้เข้าบ้านตั้งแต่เมื่อวาน มานั่งคุยกันก็ตลกแบบขำไม่ออกนะว่า เราไม่เอาเผด็จการ แต่เรากลับปฏิบัติตามกฎหมายของเผด็จการ เข้าใจว่าเป็นเพราะคำว่า "อารยธรรม" นั่นเอง พี่ไก่เป็นนักคิดนักเขียน คิดอย่างไรก็เขียนออกมาเช่นนั้น ตอนเป็นรัฐมนตรีหรือผู้แทนก็ใช้สภาฯ เป็นสถานที่สื่อสารกับประชาชน ตอนนี้อยากสื่ออะไรก็โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คเท่านั้น ไม่เคยทำอะไรให้ใครเดือดร้อน ไม่เคยเอาอาวุธ ปืน ไปจี้บังคับข่มขู่ใครให้เห็นด้วยตามตน ไม่น่าเชื่อนะ ว่าภาพอนาคตของไทยคือการกำลังเดินถอยหลังกลับสู่อดีต แม้เทคโนโลยีจะก้าวไกล แต่ก็แพ้ภัยเผด็จการ ขอให้พี่ไก่ปลอดภัยนะคะ เป็นกำลังใจให้นักสู้เพื่อประชาธิปไตยค่ะ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความในเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


นับแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันนี้...ก็เป็นเวลากว่า 600 วันแล้วค่ะ ที่รัฐบาลทหารยังคงเรียกตัวบุคคลที่ใช้เสรีภาพในการแสดงออกของตน (ที่แม้จะมีอยู่เพียงน้อยนิด) ไป “ปรับทัศนคติ” แบบไม่หยุดหย่อน เดียร์ไม่แน่ใจว่า...ทางรัฐบาลทหารเคยลองคิดน้อมรับความเห็นหรือคำวิจารณ์ เพื่อนำไปหาแนวทางในการบริหารประเทศหรือหาแนวทางในการปรองดองอย่างที่ปากบอกว่าต้องการหรือไม่ แต่เดียร์ว่าประชาชนทั่วไปน่าจะคิดได้ว่า...วิธีแบบไหนจะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า และแบบไหนจะทำให้ประเทศถอยหลังลงคลอง และการกระทำแบบไหนคือการทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน และแบบไหนคือการกระทำเพื่อต่ออำนาจให้ตัวเองและพวกพ้อง

จากที่สัมผัสมา...นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึง ส.ส. (โดยเฉพาะที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน) ถือหลักว่าทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือกเราให้เข้าไปเป็นตัวแทนเขาในสภานั้นมีคุณค่า ผู้ที่ได้รับเลือกเข้าไปจึงต้องตั้งใจทำงานเพื่อตอบแทนทุกคะแนนเสียงที่มีให้ และแม้จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว (ไม่ว่าจะด้วยการยุบสภาหรือโดนปล้นไปก็ตาม) หน้าที่หลักในการพูดแทนประชาชน เป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน และสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชนให้ดังขึ้นเพื่อรับการแก้ไขนั้น ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ติดตัวอดีตนายกฯ อดีตรัฐมนตรี และอดีตส.ส. อยู่ตลอดเวลา

เช่นเดียวกับกรณีของพี่เงาะ (วรชัย เหมะ) และอาไก่ (วัฒนา เมืองสุข) ค่ะ ทั้งคู่เป็นอดีตส.ส. และตัวอาไก่เองก็เป็นอดีตรมต. ด้วย ที่แม้จะถูกข่มขู่จากรัฐบาลทหารหลายต่อหลายครั้งเกี่ยวกับการออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง แต่การที่ทั้งคู่ออกมาเสนอความคิดหรือตั้งคำถามไปยังรัฐบาลนั้นก็ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อสะท้อนความคิดหรือคำถามของประชาชนให้รัฐบาลทหารได้ฟัง และเพื่อให้รัฐบาลทหารได้ตอบคำถามในสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ เดียร์จึงขอส่งกำลังใจจากโพสต์นี้ของเดียร์ไปยังอาไก่และพี่เงาะนะคะ

เดียร์ว่า...ให้โอกาสเราได้พูด ได้แสดงความเห็น ได้สะท้อนความคิดของประชาชนให้ท่านฟังบ้างเถอะค่ะ

เพราะสุดท้ายแล้วไม่ใช่นักการเมืองแต่เป็นประชาชนนี่แหละ ที่จะเป็นคนเลือกทางเดินให้กับประเทศ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น