วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558

“นรวิชญ์”สับ“ไก่อู”ไม่เข้าใจ แนะสวดเอาบุญ คดีจำนำข้าว

นรวิชญ์ “ชี้” ไก่อูยังไม่เข้าใจคำว่า “อำนวยความยุติธรรม” การอำนวยความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลต้องระอาใจ
 

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

วันนี้ (31 ธันวาคม 2558) ทนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของ อดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึง กรณีที่ พล.ตรี สรรเสริญฯ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผย ว่า รัฐบาลรู้สึกอ่อนระอาใจกับการขอเพิ่มพยาน จำนวน 18 ปากของอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ฯ ในการดำเนินคดีความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว นั้น

ทนายนรวิชญ์ กล่าวว่า การที่โฆษกรัฐบาลออกมาให้ข่าวเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจของ รัฐบาล และการทำหน้าที่ของโฆษกรัฐบาล “ในการอำนวยความยุติธรรม” ความจริงผลงานรัฐบาลก็แถลงไปแล้วจึงไม่มีอะไรที่ต้องรีบเร่งอีก

ทนายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ในการทำหน้าที่ของโฆษกรัฐบาล ท่านยังไม่เข้าใจหลายเรื่อง เช่น

1. การอำนวยความยุติธรรม เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับ แม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ก็ได้รับรอง และคุ้มครองไว้

2. เรื่องดำเนินคดีความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เคยเรียกร้องต่อรัฐบาลแล้ว หากเกิดความเสียหาย ก็ให้ไปดำเนินการฟ้องร้องที่ศาล ซึ่งถือว่าเป็นคนกลางให้เป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียมาดำเนินการสอบสวนและตัดสินเอง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐบาลเลือกที่จะสอบสวนและตัดสินเอง รัฐบาลก็ไม่ควรมาพูด ว่า “ระอาใจ” ในการอำนวยความยุติธรรม

3. พยานที่เพิ่มจำนวน 18 ปากล้วนแต่เป็นพยานที่ศาลท่านได้รับไว้เป็นพยานเกือบทั้งสิ้น การที่โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า “พยานบางท่านมองแทบไม่ออกว่าเกี่ยวข้องอย่างไร..” นั้น จึงเป็นการ “มโน” เองทั้งสิ้น อันเป็นการขัดต่อหลักการรับฟังข้อเท็จจริงอย่างยิ่ง

4. การที่โฆษกรัฐบาลออกมากล่าว เช่นนี้ อาจจะถูกมมองว่า รัฐบาลกำลังเร่งรีบไปหรือไม่ ทั้งที่มีพยานอีกหลายปากที่เกี่ยวข้อง และเกี่ยวเนื่องกับโครงการับจำนำข้าว ก็ยังไม่ได้สอบสวน

5. รัฐบาลจะเร่งรีบจะปิดสำนวนการสอบสวนไปหรือไม่ ทั้งที่คดีหมดอายุความในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 แต่หากการเร่งรีบปิดสำนวน เป็นเพียงเพราะต้องการสำนวนคดีแพ่งไปประกอบการเบิกความเป็นพยานของประธานการสอบสวนฯ ที่จะไปเบิกความในคดีอาญาในวันที่ 15 มกราคม 2559 นี้แล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังละเลยการอำนวยความยุติธรรมหรือไม่?

ทนายนรวิชญ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วยดีมาตลอด และพยานที่อ้างเป็นพยานทั้งหลาย ล้วนแต่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และรู้เห็นในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ทั้งสิ้น

ทนายนรวิชญ์ จึงขอฝากถึง "โฆษกรัฐบาล" ในปีใหม่นี้ ให้ท่านไปนั่งสวดมนต์ข้ามปีกับเขาบ้าง จะได้เป็นบุญกุศลต่อท่านบ้าง...

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น