วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558

“กิตติรัตน์” แนะจับตาประมูลข้าว จัดหนักแถลงผลงานรัฐ-ไร้ยางอาย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง โพสต์ข้อความผ่าน Facebook : Kittiratt Na-Ranong โดยมีเนื้อหาดังนี้

ในวันคริสต์มาสของผมปีนี้ไม่ชื่นมื่นหัวใจเอาเสียเลย เพราะเผลอไปฟังการ "กล่าวปิดแถลงสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบหนึ่งปี" ที่นอกจากจะจับเนื้อหาของสุดยอดผลงานอันน่าภาคภูมิใจของรัฐบาล จนมีความนิยมจากประชาชนเกือบเต็มร้อย ไม่ค่อยจะได้แล้ว ยังได้ยินการพาดพิงถึงรัฐบาลก่อนในเรื่อง โครงการรับจำนำข้าวเปลือก เข้าไปเต็มหูสองข้าง ที่มีใจความสำคัญว่า (1) จะไม่ขยายเวลาดำเนินการสอบสวนเพื่อเอาผิดทางละเมิด เพื่อสั่งให้มีการชดใช้เป็นทรัพย์สิน และ (2) จะไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ จากการขายข้าวทั้งสิ้น (ไม่ว่าจะกระทำดี หรือไม่ดีประการใด) และยังเป็นความชอบที่จะโยนความรับผิดไปให้รัฐบาลที่แล้วเสียอีก

ผมขอแสดงความรู้สึกอย่างกระชับที่สุดนะครับว่า "ลุแก่อำนาจ และไร้ยางอาย"

การให้โอกาสแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจง และให้ข้อมูลอย่างเพียงพอ เป็นสาระสำคัญของ พรบ.ความรับผิดทางละเมิด พ.ศ.2539 ที่เอามาใช้ และ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ที่ใช้ประกอบ พรบ.ดังกล่าว ดังนั้นการกล่าวว่าจะไม่ขยายเวลาสอบข้อเท็จจริงจนครบถ้วนกระบวนความ ทั้งๆ ที่ผู้เกี่ยวข้องยังมีคำชี้แจง และข้อมูลที่จะแสดงต่อ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงอยู่อีกมาก ย่อมตีความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากจะสรุปได้ว่า ผู้มีอำนาจ ช่างใหญ่โตเสียจนอยู่ในภาวะ "ลุแก่อำนาจ" อย่างไม่คำนึงถึงกฎหมายของบ้านเมือง

ส่วนเรื่องการระบายข้าวด้วยวิธีการ และกระบวนการที่อาจไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปิดโกดังไว้เนิ่นนานจนมีการเสื่อมสภาพเกินความสมควร จนถึงการระบายข้าวที่น่ากังขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมูลข้าวที่กล่าวอ้างว่าเสื่อมสภาพ จำนวนกว่า 37,000 ตัน ที่กำลังถูกจับตา และทักท้วง ซึ่งแม้จะดูเหมือนมีประกาศตาม ม.44 มาคุ้มกันเอาไว้ ก็ชัดเจนในประกาศฯ ของตนเองว่า คุ้มครองแต่การดำเนินการที่ "สุจริต" เท่านั้น ผมเห็นว่าความพยายามที่จะปิดป้องตนเองให้พ้นผิด ทั้งๆที่อาจจะผิด พอเข้าใจได้อยู่หรอก แต่การที่คิดจะไปเที่ยวโยนอะไรต่อมิอะไรให้คนก่อน ที่ไม่ได้รู้เห็นการปฏิบัติอันอาจไม่สมควรของพวกท่านนั้น อยากถามดังๆว่า "ไม่มียางอาย" กันบ้างเลยหรือ

ผมเข้าใจว่าท่านผู้นำคงจะ เข้าใจผิดเรื่องค่าเสียหายชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะการขายข้าวราคาถูกกว่าคุณภาพที่ถูกต้องนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบคือเซอร์เวเยอร์หรือเจ้าของโกดังไม่ใช่รัฐบาล แต่ถ้าขายราคาถูกกว่าราคาตลาดจนเกินสมควรนี้คนที่ได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคา คือผู้ซื้อและคนที่ไม่สุจริต ซึ่งรัฐบาลควรรีบตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยเร็วก่อนที่ปัญหาจะลุกลามเหมือนโครงการอุทยานราชภักดิ์

กิตติรัตน์ ณ ระนอง
27 ธันวาคม 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น