วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2558

“ยรรยง” แนะจับตารัฐบาล ตั้งข้อสังเกต ประมูลข้าว 37,412 ตัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ขายข้าวเสื่อมให้โรงงานผลิตไฟฟ้าและโรงงานปุ๋ยเป็นการเปิดช่องทุจริตและทำลายหลักฐานหรือไม่
ช่วงนี้มีกระแสข่าวลือสะพัดในวงการข้าวเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในการประมูลข้าวเสื่อมในสต็อกข้าวรัฐบาลจำนวน

37,412 ตัน ในทำนองว่าเป็นการเปิดช่องทุจริตและจะเป็นการทำลายหลักฐานหรือไม่
สาเหตุของข่าวลือน่าจะมาจากส่วนต่างของราคาที่ประมูลได้ตันละ 5,020-5,420 บาทกับราคาตลาดของข้าวที่มีลักษณะและคุณภาพเช่นเดียวกันซึ่งตกอยู่ประมาณตันละ 7,000-8,000 บาท จึงน่าจะทำให้มีผู้คาดเดาว่าจะมีเงินทอนตันละกว่า 3,000 บาทไปเข้ากระเป๋าใคร

นอกจากนี้ข้าวที่นำออกประมูลส่วนใหญ่หรือทั้งหมดน่าจะอยู่ระหว่างการฟ้องร้องดำเนินคดีกับเซอร์เวเยอร์และเจ้าของโกดัง

ดังนั้นการขายข้าวล็อตนี้ให้เฉพาะโรงงานไฟฟ้าและโรงงานปุ๋ยเท่านั้นน่าจะเป็นเหตุให้มีคนคาดเดาว่าน่าจะทำเพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่าไม่สามารถตรวจสอบได้อีกเพราะได้เผาทำไฟฟ้าหรือหมักทำปุ๋ยไปแล้วแม้ตามความเป็นจริงจะมีการสับเปลี่ยนไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือส่งออกก็ตาม

ผมอยากให้เรื่องนี้เป็นเพียงข่าวลือ และดีใจที่เห็นมีตัวแทนรัฐบาลและเจ้าหน้าที่พาคณะสื่อมวลชนไปดูข้าวที่ประมูลขายล็อตนี้ที่โกดังบ่อตะกั่ว นครปฐม เมื่อวานนี้ (24 ธ.ค.) ซึ่งผมมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ
ดังนี้

1. ขอให้ทำการตรวจสอบคุณภาพข้าวโดยละเอียด(ไม่ใช่ใช้วิธีสุ่มตรวจ) ทั้ง 10 โกดังที่ขายล็อตนี้ โดยการเก็บตัวอย่างข้าวให้มากที่สุดในขณะส่งมอบข้าวขึ้นรถบรรทุกเพื่อขนส่งไปยังโรงงานผู้ซื้อ โดยให้เซอร์เวเยอร์หรือเจ้าของโกดังรับรู้ด้วยเพื่อป้องกันบุคคลดังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้รับรู้การตรวจสอบเช่นที่ผ่านมา

ดังที่ปรากฎว่าแม้แต่สมาคมเซอร์เวเยอร์ก็ได้โต้แย้งวิธีการและผลการตรวจสอบของรัฐบาล และควรนำคณะสื่อมวลชนไปดูทุกครั้งด้วย

2. ควรมีคณะทำงานเฉพาะเพื่อทำการตรวจสอบว่ามีการใช้ข้าวสารที่ซื้อไปผลิตไฟฟ้าและปุ๋ยตามเงื่อนไขสัญญาจริงโดยละเอียดทุกครั้ง และควรนำคณะสื่อมวลชนไปดูด้วย

3. เพื่อป้องกันข้อครหาว่าการตรวจสอบคุณภาพข้าวไม่ละเอียดและไม่ได้มาตรฐานเป็นการเปิดช่องทุจริตและกดราคาข้าวให้ตกตํ่า รัฐบาลควรเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทที่รัฐบาลจ้างให้ตรวจสอบ การแบ่งเกรดข้าวเป็นเกรดA เกรดB และเกรดC มีหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่ยอมรับทั่วไปหรือไม่ และการตรวจสอบที่ผ่านมามีการเก็บตัวอย่างข้าวจำนวนเท่าใด

(มีข่าวว่าการตรวจสอบข้าวกว่า 18 ล้านตัน หรือกว่า 180 ล้านกระสอบ มีการเก็บตัวอย่างข้าวไปตรวจสอบเพียง 11,962 ตัวอย่าง คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.0066 เท่านั้น)

4. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการฟ้องร้องเซอร์เวเยอร์และเจ้าของโกดังที่ทำผิดฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐโดยเร็ว โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเต็มที่รวมทั้งสิทธิในการต่อสู้คดีและคุ้มครองพยานหลักฐานด้วย ผมจึงยังคงยืนยันให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 39/2558 เพื่อให้ความเป็นธรรมและแสดงความบริสุทธิ์ใจของรัฐบาลนะครับ

ยรรยง พวงราช
25 ธันวาคม 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น