วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

“นิวัฒน์ธำรง” ยืนยัน โครงการรับจำนำข้าวถูกกฎหมาย


นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการไต่สวนความผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่กระทรวงพาณิชย์ก่อนจะมีการปิดสำนวนตามกรอบเวลา 30 วัน เพื่อพิจารณาค่าเสียหายคดีโครงการรับจำนำข้าวสมัย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังดำรงตำแหน่งในกรณีนายกรัฐมนตรีปล่อยปละละเลยละเว้นปฎิบัติหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าวเข้าข่ายคดีทางแพ่ง ว่า การเดินทางให้ถ้อยคำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 และมีการพูดคุยร่วมกันนานกว่า 5 ชั่วโมง โดยเตรียมข้อมมูลมาชี้แจง 12 ข้อ

สำหรับประเด็นสำคัญการชี้แจงครั้งนี้ คือ การดำเนินโครงการจะอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ที่ระบุไว้ว่าโครงการใดที่ช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ และผลประโยชน์ตกอยู่กับประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลสามารถที่จะดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ ไม่ใช่เฉพาะโครงการรับจำนำเท่านั้น ซึ่งโครงการที่เกี่ยวกับประเทศชาติจะได้รับการยกเว้น ดังนั้น จึงถือว่าอดีตนายกรัฐมนตรีไม่เข้าข่ายการปล่อยปะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้ดำเนินการภายใต้กรอบข้อกฎหมายทุกประการ

อย่างไรก็ตาม โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมามี 2 หน่วยงานหลักจะร่วมกันพิจารณาถึงความคุ้มค่าและก่อประโยชน์ต่อประเทศชาติ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ ซึ่งจะเป็นผู้กลั่นกรอง วิเคราะห์ความคุ้มค่าของโครงการก่อนที่จะมีการนำเสนอให้ออกเป็นกฎหมายจัดทำโครงการรับจำนำแต่ละรอบของปี และหากหน่วยงานพิจารณาและไม่มีความคุ้มค่าก็สามารถท้วงติงได้ ที่ผ่านมาโครงการรับจำนำรัฐบาลผ่านคณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎร และมีการประเมินว่าโครงการดังกล่าวสามารถช่วยเหลือเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรทั้งทางตรงและทางอ้อมได้จริง และเมื่อเกษตรกรมีรายได้จากการขายข้าวเปลือกจะมีการนำเงินมาจับจ่ายใช้สอยเงินก็จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และหากดูความคุ้มค่าเกษตรกร รายได้ ผลประโยชน์ก็จะตกกับประเทศทำให้เศรษฐกิจในประเทศมีการหมุนเวียนส่งผลให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษี ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมปีละหลายแสนล้านบาท ถือเป็นโครงการที่คุ้มค่าและก่อประโยชน์ได้จริง

ส่วนการดูแลและป้องกันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น ได้มีการชี้แจงว่าในช่วงรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้วางมาตรการป้องกันการทุจริตและเอาผิดกับผู้กระทำความผิดไว้หลายราย และมองว่ากรณีการทุจริตในผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่ระบุว่าโครงรับจำนำก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่รัฐบาลดำเนินมามีการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์การระบายสตอกข้าวของรัฐบาลมีขั้นตอนการระบายที่รัดกุมและเข้มงวดอย่างมาก

นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า การชี้แจงวันนี้มั่นใจมีเอกสารที่เพียงพอครอบคลุมทุกประเด็น ซึ่งทางคณะกรรมการฯ ได้เอกสารเพิ่มบางประเด็น เช่น การระบายข้าว หลังจากนี้จะจัดส่งเอกสารเข้ามาเพิ่ม ทั้งนี้ยืนยันว่าจะทันปิดสำนวนตามกรอบวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น