วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

“จาตุรนต์”ติงสูตรเลือกตั้งใหม่ ส่งผลขัดแย้ง-กระทบเสียงประชาชน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้


“ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง” มาอีกแล้ว

ขอเริ่มจากประเด็นเล็กๆเบาๆในเรื่องหนักๆคือเรื่องระบบเลือกตั้งแบบมีชัยก่อนแล้วกัน ผมให้ความเห็นทางหลักการไปบ้างแล้ว และหลายๆท่านก็ออกมารุมยำแนวความคิดนี้กันใหญ่แล้วด้วย

วันนี้จึงจะขอยกประเด็นเล็กๆแบบชวนให้คิดกันสักหน่อย เพื่อมองให้เห็นความแปลกประหลาดของระบบเลือกตั้งแบบมีชัย ดูสักเรื่องสองเรื่องก็แล้วกัน

ผมลองคิดตามและสมมติตัวเลขดู ตามสูตรของท่านมีชัยนี้ จะพบความแปลกประหลาดอย่างมากจนชักไม่แน่ใจว่า ผมจะคำนวณผิดไปหรือเปล่าคือ ถ้าสมมุติว่าสส.เขตและสส.แบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนเท่ากัน ไม่ว่าพรรคการเมืองพรรคหนื่งจะได้สส.เขตมากเพียงใด พรรคนี้จะไม่ได้เสียงเกินครึ่งหรือไม่ก็จะกลายเป็นเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนเสมอ

ยกตัวอย่างแบบสุดๆไปเลย สมมุติว่า มีสส.เขตกับสส.บัญชีรายชื่ออย่างละ 100 คนเท่าๆกัน ถ้าพรรค ก.ได้สส.ในทุกเขตก็จะได้สส. 100 คน แต่พรรคนี้จะไม่ได้สส.แบบบัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว เพราะเวลาคำนวณจำนวนสส.แบบบัญชีรายชื่อเขาเอาคะแนนเสียงของผู้ไม่ได้รับการเลือกตั้งไปรวมกัน พรรค ก.ที่ได้สส.เขตจากทุกเขตก็จะไม่ได้สส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว พรรคที่เหลือจะได้สส.บัญชีรายชื่อไปทั้งหมดคือ 100 คนเหมือนกัน

ถ้าพรรค ก.ได้สส.เขต 90 คน พรรค ก.ก็จะมีแนวโน้มได้สส.บัญชีรายชื่อไม่ถึง 10 คน พรรคอื่นๆได้สส.เขต 10 คนและจะได้สส.บัญชีรายชื่อมากกว่า 90 คน หมายความว่าพรรค ก.ซึ่งได้สส.เขต 90 คนจะกลายเป็นเสียงข้างน้อยในสภาฯ

ท่านที่สนใจลองคิดตัวเลขนี้ตรวจสอบดูก็ได้ ถ้าจะให้ดีลองทำเป็นกราฟฟิคประกอบก็จะเข้าใจง่ายขึ้น

อาจจะมีข้อโต้แย้งแก้ตัวว่า สส.บัญชีรายชื่อคงไม่มากเท่ากับสส.แบบแบ่งเขต แต่นั่นก็เป็นเพียงการลดระดับการบิดเบือนเจตนาของผู้ออกเสียงลงคะแนนไปได้บ้างเท่านั้น

ดูเหมือนที่ท่านมีชัยกลัวคนจะได้กินแต่แกงไก่อย่างเดียว อยากให้คนได้กินกับข้าวอย่างอื่นบ้างนั้น สุดท้ายจะได้กินแกงโฮะหรือจับฉ่ายแทนเสียแล้ว

ความจริงแกงโฮะหรือจับฉ่ายก็เป็นกับข้าวที่อร่อย หลายๆคนก็อาจจะชอบ แต่ที่ผมยกขึ้นมาตามคำเปรียบเทียบอย่างคมคายของท่านมีชัยนั้น ผมกำลังบอกว่าตามสูตรของท่านมีชัยนั้นมีปัญหา คือ คนอยากกินแกงไก่ แต่จะไม่ได้กินแกงไก่ แต่กลับจะได้กินแกงโฮะแทนครับ

ระบบนี้ใช้คะแนนเสียงของผู้ไม่ได้รับการเลือกตั้งในแบบแบ่งเขตมาคำนวณหาจำนวนสส.แบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตนั้น ผู้ออกเสียงลงคะแนนจะให้ความสำคัญต่อทั้งผู้สมัครและพรรคการเมือง แต่ผู้ออกเสียงจำนวนมากจะให้ความสำคัญต่อผู้สมัครมากกว่า ระบบนี้จึงกำลังจะเน้นความสำคัญของบุคคลมากกว่าพรรคการเมือง

แต่ที่ว่าแปลกประหลาดก็คือ ระบบนี้จะเอาคะแนนเสียงของผู้ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งในแบบแบ่งเขตซึ่งเป็นคะแนนที่ได้มาจากการเน้นตัวบุคคลมาคำนวณหาสัดส่วนและจำนวนที่นั่งที่พรรคการเมืองจะได้รับ ซึ่งพรรคการเมืองจะเป็นผู้กำหนดว่าใครจะได้เป็นสส.บ้าง โดยที่คนเหล่านี้จะไม่ใช่ผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในแบบแบ่งเขตแต่อย่างใด

พูดอีกแบบหนึ่งคือ เอาเจตนารมณ์ที่คนเขาเลือกผู้สมัครโดยเน้นตัวบุคคลมากำหนดที่นั่งให้พรรคการเมืองแล้วให้พรรคกำหนดว่าใครจะได้เป็นสส.ในแบบบัญชีรายชื่อบ้าง โดยที่คนเหล่านั้นไม่ใช่คนที่ประชาชนเขาตั้งใจเลือก

ผลต่อความขัดแย้งในพรรคการเมือง ในระบบแบบนี้ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อหลายรายอาจจะพยายามลุ้นให้สส.เขตสอบตก เพื่อจะได้เอาคะแนนที่ได้รับไปคำนวณที่นั่งแบบบัญชีรายชื่อและตนเองจะได้มีสิทธิ์ได้เป็นสส.มากขึ้น ความขัดแย้งแตกแยกอาจจะเกิดขึ้นในพรรคการเมืองหลายพรรคได้

แต่สำหรับผู้ที่เป็นนายทุนของพรรคและเป็นนักซื้อเสียงก็อาจจะพร้อมที่จะซื้อทุกคะแนน เพราะถ้าชนะก็ได้สส.แบ่งเขต ถ้าแพ้ก็เอาไปคำนวณสส.แบบบัญชีรายชื่อ การซื้อเสียงจึงจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตที่การแข่งขันสูสีกันมากๆและในกรณีของพรรคขนาดกลางที่อาจได้ประโยชน์จากระบบนี้

ส่วนพรรคเล็กๆและพรรคการเมืองตั้งใหม่จะเกิดยากมาก เพราะจะต้องไปหาผู้สมัครมาลงสมัครให้ครบทุกเขตเพื่อจะมีสิทธิ์มีสส.แบบบัญชีรายชื่อได้ พรรคเหล่านี้ส่วนใหญ่จะตกอยู่ในสภาพที่จะต้องหาผู้สมัครจำนวนมหาศาล โดยที่ส่วนใหญหรือเกือบทั้งหมดรู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ต้องลงสมัครเพื่อเอาคะแนนเสียงที่ตนได้รับไปคำนวณที่นั่งให้กับพรรคของตน ซึ่งจะจัดสรรที่นั่งให้แก่สมาชิกพรรคคนอื่นที่ไม่ได้ลงสมัครแบบแบ่งเขตด้วยเลย

ลองวิเคราะห์เล่นๆเพียงไม่กี่ประเด็น ก็รู้สึกน่าแปลกใจว่าเขาคิดระบบนี้กันมาได้อย่างไรและต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าเป็นการโยนประเด็นให้ถกเถียงกันเอาเป็นเอาตาย แล้วก็อาจจะถอยไป แต่ไปแอบทำเรื่องอื่นๆที่เลวร้ายไม่แพ้กัน หรือถ้าไม่มีใครสนใจทักท้วงก็อาจเอาจริงไปเสียเลยก็ได้

การร่างรัฐธรรมนูญแบบที่ทำกันอยู่นี้วิเคราะห์ยากครับ เขาอาจจะร่างให้แย่มากๆแบบตั้งใจให้ผ่าน ซึ่งถ้าผ่านประชามติก็ดีสำหรับผู้ร่าง ถ้าไม่ผ่านคสช.จะทำอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ อาจให้คณะเดิมร่างอีกให้สนุกสนานกันไปก็ได้ หรือเขาอาจจะตั้งใจร่างให้แย่มากๆเพื่อไม่ให้ผ่านก็ได้อีก คือ ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

"ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง” นี่ฟังดูคุ้นๆมั้ยครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น