วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

"เพื่อไทย" สอน "สปท." คอร์รัปชั่นอำนาจ-แช่เเข็งประชาธิปไตย น่ากลัวที่สุด


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณี ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ สปท.ให้ความเห็นว่า ช่วงปี 2544 - 2549 เป็นช่วงที่การเมืองสกปรกที่สุด มีการโกงการเลือกตั้ง โกงการแต่งตั้งข้าราชการ และมีการคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร นั้น  นายชวลิตกล่าวว่า ถ้า สปท.มีวิสัยทัศน์หรือแนวคิดทางการเมืองเช่นนี้ น่าห่วงใยต่อแนวทางการปฏิรูปประเทศ

"ผมคิดว่าประชาชนสามารถเปรียบเทียบหรือจับต้องได้ ช่วงดังกล่าวไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ของอาเซียนในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจเราสามารถใช้หนี้ IMF ได้ก่อนกำหนด สามารถเปลี่ยนจากประเทศผู้กู้เป็นประเทศผู้ให้กู้ได้ ประชาชนเริ่มลืมตาอ้าปากได้ และอยู่ในขั้นที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนให้หมดสิ้นใน 4-8 ปี

แต่ปัจจุบัน ธนาคารโลกหรือ World Bank ได้ออกประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ว่า เศรษฐกิจไทยถดถอยต่ำสุดในอาเซียน อัตราการเจริญเติบโตแพ้แม้กระทั่ง ลาว พม่า และกัมพูชา ทั้งๆที่เรามีพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก ที่สำคัญธนาคารโลกยังพยากรณ์โดยหลักวิชาว่า ไทยจะถดถอยทางเศรษฐกิจอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปี

ข้อพิจารณาสำคัญก็คือ ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจไทยถดถอยต่ำสุดในอาเซียน คงไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจโลกถดถอยแต่เพียงอย่างเดียว เพราะทุกประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกถดถอยเหมือนกัน   แต่ที่เศรษฐกิจไทยถดถอยต่ำสุดในอาเซียนน่าจะมาจากระบบการเมือง การปกครอง หรือไม่ วิญญูชนคงพิจารณาได้

สำหรับประเด็นการโกงการเลือกตั้ง การโกงการแต่งตั้งข้าราชการ และการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น มีมาทุกยุค ทุกสมัย ทุกฝ่ายก็เห็นพ้องกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ประการสำคัญ เราต้องให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้และนำประสบการณ์ไปแก้ไขในรอบของการเลือกตั้งทั่วไป เหมือนนานาอารยะประเทศ แต่ประเทศไทย 83 ปี หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีที่ยืนให้ฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ครบเทอม 4 ปีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น เราให้เวลาประชาชนเรียนรู้และพัฒนาประชาธิปไตย  น้อยไปหรือไม่

ดังนั้น ผมกลับเห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นอำนาจ น่าจะเป็นปัญหาใหญ่สุดที่ ดร.สังศิต น่าจะนำไปถกใน สปท.มากกว่าจะตามล้าง ตามเช็ดกันทางการเมือง ซึ่งพิสูจน์แล้วหลายรอบว่าแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไม่ได้ ซ้ำกลับยิ่งเพิ่มปัญหาความขัดแย้งให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น