วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

“ประยุทธ์” รับน้ำน้อย แนะปลูกถั่ว-งา แทนข้าว


#TV24 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับรายงานสถานการณ์น้ำปัจจุบันจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) ที่ได้ชี้แจงว่าในลุ่มน้ำและเขื่อนสำคัญต่างๆ มีผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรและชาวนา จากการวิเคราะห์สถานการณ์ทั้งหมดทั้งการปลูกข้าวนาปรังในช่วงปลายฤดูฝนปีนี้และปีหน้า เนื่องจากเรามีน้ำต้นทุนที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ร้อยละ 10-20 เป็นพื้นที่ไป อีกทั้งฝนขาดช่วงและฝนตกนอกพื้นที่เขื่อนอีกด้วย ดังนั้นทำให้น้ำในเขื่อนหลักลดลงอย่างแน่นอนโดยรวมแล้วน้ำในเขื่อนหลักทั้ง 17 แห่ง ต่ำกว่าเกณฑ์ ร้อยละ 30 ดังนั้นมีปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะในส่วนของนาปรังหากมีการออกมาตรการเดี๋ยวมาโกรธตนอีก ถ้าไม่ได้ก็ทำไม่ได้ เสียหายมาอย่างไร ก็ต้องเสียหาย  ถ้าจะทำอย่างนั้น รัฐบาลจะไปหาทางว่าจะทำอย่างไรปรับเปลี่ยนอาชีพปรับเปลี่ยนการปลูกพืชก่อนได้หรือไม่ เมื่อแหล่งน้ำดี ฝนตกมีน้ำเพิ่มมากขึ้นก็กลับมาทำนาใหม่ก็ได้แต่ตอนนี้ต้องไปทำอย่างอื่น เช่น การปลูกถั่ว ปลูกงา เป็นต้น ที่มีรายได้ที่จะอยู่กินกันไปในช่วงนี้ที่น้ำแล้ง เพราะต้องดูสถานการณ์ปีหน้าด้วยจะมีผลในเรื่องของการเพาะปลูกทั้งสิ้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์เข้าไปดูแล ทั้งการผลิต ต้นทุนการผลิต เครื่องไม้เครื่องมือและในส่วนของโซนนิ่งพื้นที่ ซึ่งดูในเรื่องของการตลาดด้วยต้องมีการบริโภคกันเองในประเทศ ขายชายแดน และส่งประเทศไกลๆด้วย ต้องแข่งกับเขาได้ถ้าต้นทุนเราสูง ราคาก็สูง ลดราคาแข่งกับเขาไม่ได้ เสียหายอีกนี่ก็เป็นประเด็นสำคัญ สิ่งที่รัฐบาลทำเรื่องน้ำวันนี้กำลังทำแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มเติมในลักษณะแก้มลิง  หรือขนมครกบ้าง ใหญ่ๆ คงทำยาก ก็ทำเล็กไปก่อนให้กระจายไปทุกจังหวัดทุกพื้นที่ที่มีความแล้งซ้ำซากก่อน ที่เหลือก็จะทำต่อไปเรื่อยๆทั้งในพื้นที่เขตชลประทาน และนอกเขตชลประทานต้องทำทั้งคู่ เพราะน้ำในเขื่อนน้อยลงต้องพร้อมที่จะรองรับน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภคด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น