วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

"จาตุรนต์" จับตา กปปส. เคลื่อนไหว กระทบเลือกตั้งยืดเยื้อ


นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยว่า การแถลงข่าวถือเป็นสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว ไม่ควรไปตำหนิคสช.ที่ปล่อยให้มีการแถลง ถ้าจะมีปัญหาก็อยู่ที่การไปห้ามองค์กรหรือกลุ่มอื่นไม่ให้มีการแถลงข่าวในช่วงที่ผ่านมา หวังว่าต่อไปบุคคลอื่นหรือองค์กรอื่น ควรมีสิทธิเสรีภาพในการแถลงข่าวเช่นเดียวกัน ส่วนการตั้งมูลนิธิก็เป็นสิทธิตามกฎหมายสามารถทำได้ ดูจากวัตถุประสงค์แล้ว หลายเรื่องเป็นงานที่เหมาะสมกับการใช้มูลนิธิทำงาน เพียงแต่ว่ามีบางส่วนที่อาจจะเป็นเรื่องการเมืองได้ ก็จะไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยมูลนิธิ แต่เรื่องนี้ไม่น่าจะไปเคร่งครัดอะไรมาก ตราบใดที่เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ใช้สิทธิเสรีภาพทางหนึ่ง

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการปฏิรูปที่บอกว่า จะสนับสนุนให้ปฏิรูปให้สำเร็จก่อนมีการเลือกตั้งไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไรก็ตาม แสดงให้เห็นถึงความคงเส้นคงวาของนายสุเทพ ซึ่งมีความมุ่งหมายอย่างนี้มาตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร แต่ความมุ่งหมายนี้ ถ้าคนไทยยังเห็นต่างกันอยู่มากเรื่องการปฏิรูป คือมีทั้งที่เห็นว่าการปฏิรูปที่กำลังทำกันอยู่เป็นเรื่องดี ควรทำให้สำเร็จก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าไม่ควรเรียกว่าการปฏิรูป จะทำให้เกิดผลเสียต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เมื่อความเห็นที่แตกต่างนี้ สังคมไทยยังไม่มีวิถีการหาข้อยุติโดยสันติให้ได้ก่อน

“ผมคงไม่วิจารณ์อะไรคุณสุเทพมาก เพราะมักจะมีอะไรที่เหนือความคาดหมาย แต่ถ้าพูดในแง่บ้านเมืองแล้ว ขณะนี้ไม่รู้ว่าเมื่อนายสุเทพมีความคงเส้นคงวาในเรื่องการเมืองแล้ว จะมีความคงเส้นคงวาในวิธีการเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ ถ้าคงเส้นคงวาวิธีการเคลื่อนไหว หมายความว่าอาจจะทำให้อะไรที่ขัดต่อกฎหมายได้อย่างไม่มีขัดจำกัด เพราะมีภูมิต้านทานต่อกฎหมายสูง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องให้เป็นหน้าที่ของคสช.ที่ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับนายสุเทพเรื่อยมา จะต้องไปพิจารณาหาทางดูแล หากจะเป็นปัญหาในอนาคต” นายจาตุรนต์ กล่าว

เมื่อถามว่า มองหรือไม่ว่าทำไมนายสุเทพ เลือกออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คาดการณ์ไม่ถูกเหมือนกัน แต่ถ้าจะดูจากสถานการณ์ในขณะนี้ มันเป็นช่วงใกล้เวลาที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็หมายถึงถ้าผ่านต้องนำไปสู่การลงประชามติ แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะทำให้ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ รวมกับนายสุเทพที่ต้องการให้ปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง นั้นอาจหมายถึงการทำให้กระบวนการเลือกตั้งยืดเยื้อออกไปก็ได้

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้น ในช่วงนี้สิ่งที่น่าติดตามจริงๆอาจเป็นเนื้อหาสาระร่างรัฐธรรมนูญ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สุดท้ายแล้วจะไม่มีการแก้ไขอะไรให้แตกต่างจากต้นร่าง และจะเป็นร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง ทำให้บ้านเมืองจมปลักกับความขัดแย้ง ความไร้เสถียรภาพ ไร้ประสิทธิภาพ และจะทำให้คนทั้งประเทศเสียโอกาสอย่างมาก ถ้าหากปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ออกมา บ้านเมืองก็จะเสียหายอย่างนี้ไปอีกนาน

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น