วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"ชัชชาติ" นำเพื่อไทย จัดเสวนา “เศรษฐกิจด้วยวิธีคิดแบบคนรุ่นใหม่”


พรรคเพื่อไทย จัดเสวนา “เศรษฐกิจด้วยวิธีคิดแบบคนรุ่นใหม่” โดย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ซึ่งมีนักศึกษาและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมเสวนาจำนวนมาก ทั้งนี้ นายชัชชาติ ระบุว่า โจทย์ของเศรษฐกิจยุคใหม่ คือการมีเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวเปลี่ยนแปลง เราในฐานะเยาวชนต้องปรับตัวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ พรรคเพื่อไทย จะมุ่งส่งเสริมคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม โดยใช้เทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพในการผลิต และเอื้ออำนวยโอกาสใหม่ๆ ให้กับประชาชน เช่น การถ่ายโอนเทคโนโลยีโดยการเชื่อมทรัพยากรในประเทศกับความต้องการของโลก ไม่ว่าจะเป็นทักษะของแรงงาน สินค้าโอทอป ทุกวันนี้โลกไร้พรมแดนแล้ว การค้าขายในปัจจุบันจึงเปลี่ยนแปลงไป เราต้องให้โลกทั้งโลกเป็นตลาดของเรา









วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"ดร.ทักษิณ" เผย คู่แข่งคือคู่ค้าในโลกยุคใหม่


ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

หลายคนกังวลว่าปลายปีนี้ไปถึงกลางปีหน้า เศรษฐกิจโลกน่าจะผันผวนหนัก คำถามต่อมาก็คือ…ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีแล้วจะทำอะไรกินดี หรือถ้าคนที่ลงทุนในตลาดหุ้นจะว่ายังไง

วันนี้ผมเลยอยากมาชวนคุยเรื่องทำมาหากินทั่วๆ ไป และแชร์แนวคิดสำหรับพี่น้องนักธุรกิจไทยรุ่นใหม่ว่าทำยังไงเราถึงจะอยู่รอดในโลกการค้ายุคใหม่ภายใต้เศรษฐกิจที่ผันผวนกันครับ

สวัสดีครับท่านผู้ฟังพี่น้องชาวไทยที่เคารพรักครับ
ครั้งนี้เป็นการพบกันครั้งที่ 6 ของรายการ Good Monday นะครับ

วันนี้ผมจะพยายามเอาเป็นเรื่องทำธุรกิจทั่วไปเพราะว่าอยากจะกลับไปที่หลักของการทำธุรกิจทั่วไปว่า ทำอย่างไรให้เราเติบโตเข้มแข็ง

ก็จะเอาชีวิตเก่าๆมาเล่าให้ฟังแต่ก็หมายความว่าประกอบกับเรื่องราวที่เคยได้ยินได้ฟังในช่วงนี้จากการเดินทางไปต่างประเทศ ก็สิ่งที่เป็นห่วงก็คือว่า ยิ่งเจอนักธุรกิจจากจุดนั้นจุดนี้ มุมนั้นมุมนี้ของโลก ทุกคนกำลังบอกว่าปลายปี 2019 เนี่ยอันตรายนะจนถึงกลางปี 2020 ก็คือปี 2563

อาการเศรษฐกิจของโลกจะหนักเพราะว่ามันจะผันผวนมาก มันจะเกิดวิกฤต วิกฤติในตรงนั้นตรงนี้เพราะฉะนั้นเนี่ยเราต้องแข็งแรงไว้นะ นี่คือสิ่งที่นักธุรกิจก็เจอกันเตือนกัน ผมก็เลยอยากจะมาเล่าเรื่องการทำมาหากินทั้งหลายเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าเราควรจะทำยังไง

วันนี้ทุกคนก็บอกแล้วจะทำอะไรกินดี ลงทุนในตลาดหุ้นจะว่าไง ผมก็อยากจะบอกว่า หุ้นจะผันผวนตั้งแต่กลางปี19 ไป การขึ้นลงจะหวือหวามาก ซึ่งภาษานักเล่นหุ้นก็บอกว่า ถ้ามันขึ้นลงแรงอย่างนี้ต้องไปหากินกับเดลต้า เดลต้าแปลว่าไง แปลว่าความแตกต่างระหว่างราคาที่มันขึ้นลงในระยะเวลาไม่ยาวนัก ก็คือว่าสมมุติว่าหุ้นตัวนึงเนี่ยเคยราคา 100 วันนี้ตกลงมาเหลือ 70 ก็ตกมาเยอะ ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนี้ยังดีอยู่ Volume การซื้อขายแต่ละวันก็เยอะ การบริหารก็ดูยังดีอยู่ เราก็น่าจะเข้าไปซื้อที่ 70 แล้วพอถึงเวลาไม่ต้องรอให้กลับไปที่ 100 ใหม่ สัก 80 ก็ขายแล้วก็กลับมานั่งรอใหม่อย่างนี้เขาเรียกว่าหากินกับเดลต้า

ตรงนี้ช่วงตลาดผันผวนนักเล่นหุ้นมืออาชีพก็จะไปนั่งหากินไปเดลต้าคือผลต่างระหว่างการขึ้นลงที่ผันผวนอย่างรวดเร็ว แต่ต้องเลือกนะครับ เลือกบริษัทที่มันมีความมั่นคง บริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีนักลงทุนซื้อหุ้นวันหนึ่งจำนวนมาก แล้วปัจจัยพื้นฐานของบริษัทนี้ยังดีอยู่นะครับ ถ้าอย่างนี้ไม่เสี่ยงแต่ก็ต้องเข้าไวออกไว้นะครับ

แล้วคนก็ถามว่าแล้วจะทำมาหากินอะไรดีนอกจากเล่นหุ้น ช่วงนี้ก็ต้องคิดว่าเทคโนโลยีกำลังมาแรง เพราะฉะนั้นเนี่ยการทำมาหากินเลยต้องพยายามอิงเทคโนโลยีไว้ ถึงแม้ว่าเราไม่ใช่เป็นบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ความแม่นยำในการทำนายความแม่นยำในการมีข้อมูลของตัวเองในการศึกษาข้อมูลของคนอื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ

พูดวกมาถึงเรื่องนี้เนี่ยผมก็เลยอยากจะบอกว่า คนไทยเรามีจุดอ่อนอย่างหนึ่งเราคิดว่าการแข่งขันกันต้องเป็นศัตรูกัน จริงๆแล้วเนี่ยมันไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน อยากให้วิเคราะห์จากคำว่า Zero sum Game

Zero sum Game ในวงการธุรกิจนี้คือว่าถ้าคุณแพ้ผมคือชนะ ถ้าคุณชนะคือผมแพ้ มันไม่มีอะไรในโลกแบบนี้ล่ะครับว่า ชนะ 100% แพ้ 100% ภาษาทุนนิยมเศรษฐกิจทุนนิยมคือเขาบอกว่า If you can’t beat them, better join them คือถ้าเอาชนะเขาไม่ได้เป็นพวกเขาดีกว่า นั่นคือการค้าขายในเศรษฐกิจทุนนิยม เค้าถึงบอกว่าการค้าการขายเศรษฐกิจทุนนิยมมันต้อง Compete ต้องแข่งขัน แล้วก็ต้อง collaborate ต้องร่วมมือด้วยมันไม่สามารถแข่งขันอย่างเดียวหรือร่วมมืออย่างเดียวนะครับ แข่งขันอย่างเดียวไม่ร่วมมือกับใครเลยเนี่ยมันก็จะกลายเป็นว่าเราก็จะมีความรู้สึกว่ามันทำการค้าแบบเครียดครับ

อย่างจีนกับไทยเนี่ย เราไม่สามารถที่จะบอกว่า จีนคือคู่แข่งขันเรา100%ก็ไม่ใช่ จีนเป็นตลาดของเรา 100%ก็ไม่ใช่ เพราะเราก็เป็นตลาดของเขาเขาก็เป็นตลาดของเราแต่ตลาดเขาใหญ่กว่า การแข่งขันสินค้าเขาเข้ามาของเราเยอะกว่า สินค้าของเราไปหาเขาน้อยกว่า เราจะปรับตัวอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องคิดว่าการแข่งขันการค้านั้นต้องมีแต่ต้องมีความร่วมมือไปด้วย

คู่แข่งของเรากลายเป็นตลาดของเราก็ได้ เหมือนตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศในปี 1994 ผมเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศผมก็ไปเยือนประเทศสิงคโปร์

รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นคนสิงคโปร์ที่ต้อนรับผม พาไปพบนายกของเขาตาม protocol ระหว่างประเทศนะครับ ตอนนั้นนายกของเค้าก็คือ โก๊ะ จ๊กตง ไปถึงเห็นหน้าผมก็เข้ามาเช็คแฮนด์แล้วก็บอกว่า Thailand and Singapore are competitor but don’t worry the cake is getting bigger please sit down sit down

นั่นคือเป็นคำสนทนาที่ผมไม่คิดว่าผู้นำประเทศประเทศหนึ่งเนี่ยต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศหนึ่งแล้วคุยกันแบบนี้ แสดงให้เห็นว่าเขาทุกประเทศเนี่ยเขาเน้นเรื่องการบริหารเศรษฐกิจเพราะเศรษฐกิจนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่เราจะแข็งแรงไม่แข็งแรงประชาชนจะแข็งแรงไม่แข็งแรง เขาก็เลยต้องมาสนใจเรื่องเศรษฐกิจ เขาก็บอกว่าเขายอมรับว่าไทยกับสิงคโปร์เป็นคู่แข่งขันแต่เขาบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกเพราะว่าโลกมันเชื่อมโยงกันตลาดมันใหญ่ขึ้น เหมือนเค้กมันก้อนใหญ่ขึ้น เราจะแข่งกันยังไงเราก็อิ่มทั้งคู่ เราไม่มีการอดตายทั้งคู่นั่นคือสิ่งที่เป็นโลกยุคใหม่ที่ต้องคิดว่าเรามีเพื่อนธุรกิจที่อาจจะทำเหมือนกันบ้างคล้ายกันบ้างก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลว่า เราจะต้องคบกันแบบชนิดที่มันจำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน ไม่เป็นเพื่อนกันมันเป็นเพื่อนกันได้นะครับ

ครั้งหนึ่งเนี่ยผมตอนผมทำธุรกิจอยู่ผมก็เชิญนักธุรกิจรุ่นหนุ่มหนุ่ม ซึ่งประสบความสำเร็จในวันนั้นมาประมาณ 10 คนมาตั้งเป็นก๊วนกันพบกันเดือนละครั้ง

ก็บางทีก็คนนั้นเลี้ยงคนนี้เลี้ยงตอนหลังมาแล้วบอกว่าเอางี้ดีกว่าเราลงขันเอาเงินไปใส่กันคนละไม่มากแล้วก็ไปให้เพื่อนคนหนึ่งในนั้นที่เก่งเรื่องหุ้นเก่งเรื่องการเงินไปเล่นหุ้น เรากำไรหุ้นนี่แหละมากินมาเที่ยวกันก็มีความสนิทสนมชิดเชื้อกันบางทีก็ร่วมมือกันทางธุรกิจบ้างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องเศรษฐกิจบ้างอะไรบ้าง ก็ได้ประโยชน์ครับ บางคนก็ทำธุรกิจคล้ายคลึงกันแข่งขันกันแต่ก็ไม่ได้เอาเป็นเอาตายอะไรกันเพราะว่าเนื่องจากว่าตลาดมันใหญ่ขึ้นจริงๆ ยิ่งแข่งยิ่งตลาดเยอะ เพราะว่าต่างคนต่างโฆษณาต่างคนขยายขยายฐานลูกค้านะครับ

การทำธุรกิจเนี่ยต้องอย่าไปคิดว่าเราต้องเป็นศัตรูคนนั้นคนนี้สู้เราเป็นเพื่อนดีที่สุด อันนี้ก็อยากให้สังคมไทยคิดอย่างนี้เป็นอย่างนี้ผมเลยเล่าเรื่องการตั้งก๊วนของผมให้ฟังนะครับ

เมื่อก่อนนี้ก่อนนะผมจะเริ่มตั้งก๊วน ผมเป็นนักธุรกิจ ตอนนั้นเป็นเรื่องที่…ขอโทษ…โทษนะครับ ปากกัดตีนถีบ ยังไม่มีตังค์กู้แบงค์ แบงค์ก็ไม่ให้กู้เพราะไม่มีไม่มีอะไรไปจำนองจำนำแบงค์

ก็ใช้วิธีการเล่นแชร์ซึ่งคนจีนสมัยนั้นนักธุรกิจสมัยนั้นจะรวมตัวตั้งแชร์ ตอนนี้เหลือน้อยก็มีบ้างแต่น้อย เพราะว่าแหล่งกู้เงินมันมีมากกว่าเดิม เดิมมันไม่มีแหล่งกู้ก็ใช้เพื่อนฝูงรวมกัน ใครเปียให้ดอกเบี้ยสูงกว่านั้น เอาไปใช้ทุกคนก็มาลงขันกันทุกรอบใครเปียได้คนนั้นไปใช้แล้วก็ผลัดกันไปผลัดกันไป มันก็ผลัดกันเอาเงินกองกลางมาวางไว้นะครับ สมมุติว่าเดือนละแสนก็ 10 คนก็ 1 ล้านมาวางไว้ ใครเปียดอกเบี้ยสูงก็ไปกินเอาไปบริหารทำมาหากิน เดือนต่อไปอีกคนนึงเปียได้ แล้วคนที่เอาไปล้านนึงต้องเอามาใช้แสนนึงเค้าเรียกว่าเล่นแชร์

การเล่นแชร์กันในหมู่คนจีนเยอะพ่อค้าจีนเพราะว่าจะได้เอาเงินมาให้เหมือนกับมาลงกองทุนเพื่อให้เพื่อนผลัดกันเอาไปทำมาหากินกันเองนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดการเกิดเป็นพันธมิตรทางการค้ากันเป็นเพื่อนฝูงกันคุยกันรู้เรื่องกู้ยืมเงินกันได้นั่นคือในอดีตซึ่งผมก็คิดว่าสมัยนี้มันมีน้อยไปหน่อย เลยคิดว่าโดยเฉพาะคนที่ไปเรียนในโครงการต่างๆเช่นไปเรียน RE บ้าง ไปเรียน Next tycoon บ้างอะไรบ้าง ก็มีเพื่อนมีก๊วนเนี่ยถ้าหากว่าจะคบกันติดต่อกันเป็นก๊วนกันในเชิงของธุรกิจก็จะทำให้คนทุกคนมีโอกาสทางธุรกิจ

เอาเรื่องโบราณโบราณเรื่อง 1 สมัยพ่อผมเนี่ย

พ่อผมไปทำร้านกาแฟอยู่หัวมุมในตลาดที่จะเข้าตลาดสันกำแพงอยู่บ้านนอกเนี่ย ก็พ่อผมขายกาแฟตอนเช้าก็จะให้ร้านแขกขายโรตีมาทำโรตีขายอยู่หน้าบ้าน หน้าร้านกาแฟ อีกข้างนึงก็จะมีคนจีนทําปาท่องโก๋ขาย ปรากฎว่ากาแฟที่บ้านพ่อผมก็ขายดิบขายดีเพราะว่าคนอยากมากินปาท่องโก๋อยากมากินโรตีก็กิน ก็กินทั้งโรตีปาท่องโก๋ก็ขายกาแฟไป ช่วงนั้นเป็นร้านกาแฟร้านเดียวที่คนแน่นไปหมดนั่นก็คือว่ารู้จักทำ alliance หรือพันธมิตรทางธุรกิจ หรือเป็นการเสริมพลังกัน Synergy กัน

ผมไม่มีปาท่องโก๋ขาย แต่ผมมีกาแฟขายก็มาเสริมพลังกันเป็นทั้ง Synergy เป็น Business alliance เป็นธุรกิจที่เป็นพันธมิตรกัน

ตอนกลางวันพ่อผมก็ให้รถเข็นก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อมาขาย จนทำให้ผมเนี่ยทุกวันนี้ชอบกินแต่ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น เนื้อปาท่องโก๋ โรตีอยู่นั่นแหละเพราะมันกินตั้งแต่เด็กๆ

นั่นคือสิ่งที่เอาธุรกิจที่เก่าๆมาปรับประยุกต์กับธุรกิจที่วิธีคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีก็ดีตลาดที่มันกว้างไกลกว่าเดิมก็ดีมันจะทำให้นักธุรกิจเราเนี่ยแข็งแรงขึ้นที่พูดอย่างนี้ก็เลยอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ว่า เราทำธุรกิจเราต้องสร้างมิตรมากกว่าสร้างศัตรูเราต้องคิดว่าในประเทศนี้เรามีเพื่อนเยอะๆรวมกันให้แข็งแรงแล้วตลาดมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตลาดต่างประเทศตลาดภูมิภาคมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นการที่เรามีเพื่อนมี Connection เป็นเรื่องที่สำคัญ

แล้วนี่นะครับ know how สำคัญมากแต่ know who ยิ่งสำคัญกว่าเพราะฉะนั้นถ้ามีเพื่อน มี Connection มีเครือข่ายมีการประสานงานติดต่อข้ามประเทศอะไรบ้างเนี่ยก็จะทำให้ธุรกิจและแข็งแรง

เพราะฉะนั้นก็วันนี้ก็เลยอยากจะมาแนะนำว่าการทำธุรกิจยุคนี้อย่าไปคิดว่าคู่แข่งขันคือศัตรู เราต้องคิดว่าคู่แข่งขันคือผู้ที่จะต้องร่วมมือกันในการไปแข่งในพื้นที่อื่นบ้างหรือในการที่จะค้าขายร่วมกันบ้างนะครับ

ฝากแนะนำให้ท่านทั้งหลายว่าธุรกิจยุคนี้สร้างเพื่อนเถอะครับ สร้างเพื่อนเยอะๆแล้วเราจะแข็งแรงครับ
ขอให้โชคดีในปี 2019 ความผันผวนทางเศรษฐกิจ สาธุอย่าให้มี แต่ถ้ามีแล้วก็ขอให้นักธุรกิจไทยอยู่รอดปลอดภัยทุกคนครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"บอร์ด ทษช." แถลงงดหาเสียง 7 วัน แก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรค


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีเนื้อหาดังนี้

เนื่องด้วยศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องแล้วนั้น และทางพรรคก็ได้รับสำเนาคำร้องดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 16.00 น. ซึ่งกำหนดให้พรรคยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

​​เนื่องจากคณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องพิจารณารายละเอียดของคดีในเวลาที่เหลือ 7 วัน ในส่วนของคณะกรรมการบริหารพรรค จึงของดภารกิจในการหาเสียงและกิจกรรมทางการเมือง และขอสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคทุกท่านทราบว่า คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ จะขอใช้เวลาในช่วงนี้เพื่อปรึกษาหารือในการทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลในทางกฎหมาย ตามกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และเป็นการยืนยันเจตนาอันบริสุทธิ์และความปรารถนาดีของคณะกรรมการบริหารพรรค ที่มีต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนชาวไทยมา ณ ที่นี้ด้วย

มิตติ ติยะไพรัช
เลขาธิการพรรค
15 กุมภาพันธ์ 2562








"ทนายวิญญัติ" ยื่น กกต. ไต่สวนยุบพลังประชารัฐ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00น. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ (สกสส.) พร้อมคณะทำงาน ยื่นหนังสือกล่าวโทษ ขอให้ กกต.ไต่สวนยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อประธาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏหลายประเด็น คือ การครอบงำพรรค พปชร. ของพลเอกประยุทธ์ การที่มีเจ้าหน้าที่รัฐใช้ตำแหน่งเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัครและพรรคการเมือง และยินยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของรัฐ การสมคบใช้นโยบายของรัฐเพื่อเป็นนโยบายพรรคการเมืองเพื่อเอื้อประโยชน์ จูงใจในการหาเสียงเลือกตั้ง และ พรรค พปชร.กระทำการอันเป็นปฎิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยการเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ อันเป็นการขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยการยึดอำนาจและบริหารประเทศ ซึ่งขัดกับหลักการระบอบประชาธิปไตย ประกอบกับพลเอกประยุทธ์ ยังเคยยอมรับว่าตนเองเป็นผู้นำมาจากการยึดอำนาจพร้อมแนบหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้อง





















วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"ทษช." แถลง ยืนยันเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่อง


วันนี้ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงและกรรมการบริหารพรรค นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจพรรค แถลงข่าวท่าทีและจุดยืนหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ


นายจาตุรนต์ กล่าวว่า "วันนี้ผู้ที่ทำงานเป็นประธานและกรรมการด้านต่าง ๆ ภายในพรรค และทั้งหมดเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้เข้าหารือกรณีเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาที่พรรคกำลังเผชิญอย่างเต็มความสามารถ เนื่องจากเหตุการณ์ไปถึงขั้นที่จะดำเนินการยุบพรรค เราติดตามกรณีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรค ด้วยความห่วงใยมาโดยตลอด เมื่อถึงขั้นที่ กกต.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องยุบพรรค ถือว่าเรื่องได้เข้าสู่กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ได้พูดคุยกับกรรมการบริหารพรรคหลายคนหลังจากวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ทราบว่าคณะกรรมการบริหารมีเจตนาดีและดำเนินการไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่เมื่อเรื่องนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ ไม่มีปัญหาเพิ่มขึ้น จึงขอยุติการปราศรัยใหญ่ที่มีประชาชนจำนวนมาก จนว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาวินิจฉัยแล้วเสร็จ แต่การหาลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ต่าง ๆ กว่า 100 เขต ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยพรรคยืนยันที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ และผลักดันในเกิดประชาธิปไตย"

"ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานการณ์ ข้อกล่าวหาและประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การปราศรัยพบกับคนจำนวนมากไม่น่าจะเป็นผลดี ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนมีสิทธิตามกฎหมายและอยู่ในฐานะที่ต้องพบและพูดคุยกับประชาชน ตราบใดที่ยังไม่มีข้อห้ามอะไร เว้นการปราศรัยขนาดใหญ่" นายจาตุรนต์ กล่าว

"มิตติ" ยืนยัน พรรคไทยรักษาชาติ จะทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย


วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2562 (07.00 น.)พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ลงพื้นที่เขตสวนหลวง  บริเวณตลาดคลองตันและสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ มักกะสัน นำโดย ดร.สุชาติ​ ธาดาธำรงเวช​ ทีมเศรษฐกิจ, นายมิตติ​ ติยะ​ไพรัช​ เลขาธิการ​พรรค, นายต้น​ ณ​ ระนอง รองเลขาธิการพรรค, นางสาว​ชยิกา​ วงศ์​นภา​จันทร์ นายทะเบียนพรรค , ดร. อ​รุณี​ กาส​ยา​นนท์ รองโฆษกพรรค  และผู้สมัครเขตที่ 20 นายธกร​ เลา​หะ​พงษ์​ชนะ​ โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายมิตติ​ ติยะ​ไพรัช​ เลขาธิการ​พรรคไทยรักษาชาติ  กล่าวว่า  การลงพื้นที่ในวันนี้พรรคได้แบ่งหน้าที่คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น  และจากการรับฟังประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจ  พร้อมให้กำลังใจ  ทั้งนี้พรรคไทยรักษาชาติเคารพการตัดสินใจของสมาชิกพรรคที่ลาออก  ซึ่งผู้สมัครและสมาชิกพรรคปัจจุบันยังคงมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน   มีความพร้อมเต็มที่ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง  โดยยืนยันจะยังคงลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการพิจารณารับคำร้องยุบพรรคของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น  พรรคไทยรักษาชาติไม่อาจก้าวล่วง  หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้

“ไทยรักษาชาติเป็นพรรคการเมืองของประชาชน  เรายืนยันว่ามีเจตนาอันบริสุทธิ์  เราคือพรรคการเมืองที่คิดแล้วอยากทำประโยชน์ให้กับประเทศต่อ   เราจึงขอทำหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย  วันนี้ทีมกรรมการบริหารและผู้สมัคร ทำหน้าที่ของตัวเองสุดความสามารถ  เพราะเราเป็นนักการเมืองของประชาชน”
นายมิตติกล่าว

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

"วอยซ์ทีวี" ไม่หวั่น กสทช.พักใบอนุญาต-เดินหน้ายื่นศาลปกครอง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติสั่งพักใบอนุญาต วอยซ์ ทีวี เป็นเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.นี้ เวลา 01.00 น. จากกรณีการออกอากาศรายการ Wake up News และ Tonight Thailand นั้น

ทางด้าน นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด กล่าวว่า ตามที่ กสทช. สั่งบริษัทระงับการออกอากาศ ยืนยันว่า วอยซ์ ทีวี ได้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนโดยมุ่งนำเสนอข้อมูลรอบด้านและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ชมและสังคม ตามหลักวิชาชีพ พร้อมเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่รอบด้านหลากหลาย รวมทั้งการเปิดกว้างให้วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารอย่างอิสระ นอกจากจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง หรือความสงบสุขภายใต้วิถีประชาธิปไตย ยังเป็นการส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของสังคมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศ วอยซ์ ทีวี ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก กสทช. และถูกแทรกแซงการทำงานในฐานะสื่อมวลชนมาโดยตลอดระยะเวลา ตั้งแต่มีการรัฐประหาร 2557 เฉพาะเดือน ม.ค.เป็นต้นมา วอยซ์ทีวีถูก กสทช. ถูกเรียกไปชี้แจงแล้ว 3 ครั้ง และถูกพิจารณาตักเตือน 2 ครั้ง กสทช.ใช้อำนาจในการกำกับดูแลวอยซ์ทีวีเป็นกรณีพิเศษ อาจตีความและบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เสมอภาคเมื่อเทียบกับสถานีข่าวอื่น ๆ

การออกคำสั่งระงับการออกอากาศสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี สะท้อนให้เห็นถึงการลุแก่อำนาจของหน่วยงานอิสระ นับตั้งแต่รัฐประหาร 2557 ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพของสื่อมวลชนและเสรีภาพในการแสดงความเห็นซึ่งได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ในสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งภายในไม่กี่สัปดาห์ ข้อตกลงหรือข้อบังคับใด ๆ สำหรับเหตุการณ์พิเศษควรยุติลง เพราะสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนคือข้อมูลช่าวสารที่ครอบคลุม รอบด้าน และมีคุณภาพ หลังจากนี้วอยซ์ ทีวี จะดำเนินการยืนฟ้องคดีต่อศาลปกครองโดยทันที และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นจะนำรายการที่ผลิตออกอากาศทางช่องทางออนไลน์