วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561

“ลดาวัลลิ์” ติงรัฐแจกเงินคนจนไม่จนจริง


ลดาวัลลิ์ ชี้ พล..ประยุทธ์อย่าดูถูกประชาชนที่ให้วางแผนการใช้เงิน 500 บาท และแจกบัตรคนไม่จนจริงเป็นความผิดของรัฐบาลไม่ใช่ประชาชน

นางลดาวัลลิ์  วงศ์ศรีวงศ์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  ย้อนถามพล..ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ว่าจะตอบอย่างไรเมื่อเห็นแผนการใช้จ่ายเงินของประชาชนที่ได้รับแจกเป็นของขวัญปีใหม่คนละจำนวน 500 บาท ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  ภายหลังจากที่ท่านได้แนะนำให้คนที่ได้รับวางแผนการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม  เพราะมีประชาชนเป็นจำนวนมากมีความรู้สึกว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่มากพอจนที่จะสามารถกำหนดแผนการใช้จ่ายได้
       
เรื่องนี้กำลังเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ส่วนใหญ่จะเป็นการตอบกลับในเชิงประชดประชัน บางรายถึงกับแจกแจงให้เห็นเลยว่าจะใช้เงินไปทำอะไรบ้าง  บางรายก็บอกจะซื้อเหล้า เมื่อพิจารณาข้อความต่างๆที่ประชาชนแสดงความรู้สึกต่อกรณีดังกล่าวแล้วก็เข้าใจดีว่าเพราะอะไรประชาชนเป็นจำนวนมากถึงมีปฏิกิริยาในทางลบทันทีเมื่อได้ยินพล..ประยุทธ์ บอกให้วางแผนการใช้จ่ายเงิน 500บาทอย่างรอบคอบ
          
นางลดาวัลลิ์ กล่าวต่ออีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นคงจะเป็นบทเรียนให้พล..ประยุทธ์ ได้เป็นอย่างดีว่าอย่าดูถูกประชาชนว่าไร้ความคิดไม่สามารถบริหารจัดการเงินที่ได้รับแจกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคนที่ได้รับล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะกันแล้ว และเมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงเงินเพียงแค่ 500 บาท ที่ประชาชนได้รับแจกนั้นไม่มากเลย อาจจะน้อยกว่าเงินที่พลเอกประยุทธ์เคยแจกทิปให้เด็กเสริฟในร้านอาหารด้วยซ้ำ จะซื้ออะไรได้กี่อย่าง วันนี้สินค้าต่างๆก็มีราคาแพงขึ้น ทั้งๆที่โดยข้อเท็จจริงแล้วเงินหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆที่ประชาชนควรจะได้รับตลอด 4 ปีที่ผ่านมาน่าจะได้มากกว่านี้หลายร้อยเท่า  จะไม่เกิดรวยกระจุก จนกระจายขึ้น หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำได้อย่างที่เคยสัญญาเอาไว้
          
นอกจากนี้พลเอกประยุทธ์ควรจะขอโทษประชาชนที่ได้รับบัตรคนจน แต่อยู่ในข่ายไม่จนจริง อาจจะถูกยึดบัตรคืนตามที่เป็นข่าว เพราะไม่ใช่เป็นความผิดของประชาชนผู้ได้รับบัตร แต่เป็นความผิดของรัฐบาลที่สั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งจัดทำบัตรคนจนแจกก่อนเลือกตั้ง จึงขาดความรอบคอบและแจกผิดหลักเกณท์   จึงน่าสงสัยว่ารัฐบาลต้องการปริมาณคนจนจำนวนมากๆเพื่อหวังผลการเมืองหรือไม่? จนกระทั่งเกิดข้อผิดพลาดในทางปฏิบัติ ระวังจะเป็นการทำร้ายจิตใจประชาชนหากจะถูกยึดบัตรคืน คาดว่าน่าจะมีจำนวนมากในแต่ละจังหวัด

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ประเดิมปลดล็อกการเมือง! “ทักษิณ” เปิดประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับถ่วงความเจริญ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้ 


วันนี้ การที่คสช.จำต้องปลดล็อกไม่ใช่เขามีความกรุณาต่อเรา แต่เป็นการเอาสิทธิขั้นพื้นฐานของเราที่เขาช่วงชิงจากเราไปเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี คืนกลับมาให้บางส่วนต่างหาก แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวไทยด้วยนะครับ ที่วันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความหวังที่เราจะได้รับสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคกลับคืนมา ถึงแม้ว่าอาจไม่เหมือนเดิมเหมือนเมื่อครั้งได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 2540 เพราะรัฐธรรมนูญนี้ตั้งใจควบคุมและจำกัดสิทธิของประชาชนตามมาตรฐานสากล ดังนั้นเราต้องร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญของประเทศฉบับนี้ โดยเริ่มต้นก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ด้วยความรัก ความสามัคคีของคนไทยที่หัวใจเป็นไทอย่างแท้จริง และจุดมุ่งหมายที่วางไว้ คงไม่ไกลเกินมือของพวกเรา ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนและผมจะขอทำหน้าที่ในฐานะที่เคยรับใช้ประเทศไทยมาและใจก็ยังไม่ได้จากไปไหนครับ

“รุ่นใหม่ ทษช.” จัดหนัก อัดรัฐลด-แลก-แจก-แถม ก่อนเลือกตั้ง


ผศ.ดร. อรุณี กาศยานนท์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกมาตรการ ลด แลก แจก แถม เพิ่มเติม ไม่หยุด เช่น การลดราคาปุ๋ย ที่เกษตรกรน่าจะอยากได้ราคาผลผลิตสูงขึ้นมากกว่า โดยเฉพาะราคายางพาราที่ รมว. เกษตรเคยสัญญาไว้ที่กิโลกรัมละ 60 บาท  การแจกซิมแก้จน ที่ผลประโยชน์น่าจะตกกับบริษัทโทรคมที่ให้บริการมือถือ การคืนแวต 5% แต่ไม่เกิน 1000 บาท ให้กับประชาชนในช่วงตรุษจีน หลังจากได้ออกมาตรการแจกเงินกว่า 80,000 ล้านบาท และมาตราการช้อปช่วยชาติที่ซื้อได้เฉพาะยางรถยนต์ หนังสือ และ สินค้าโอทอปแล้ว อยากให้ กกต. ช่วยพิจารณาว่าจะเป็นการซื้อเสียงก่อนการเลือกตั้ง หรือไม่ เพราะ ลด แลก แจก แถม กันอย่างหนัก อีกทั้งในเวลาการขอคืนแวตอยู่ในช่วงวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้งเพียงไม่กี่วัน โดย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต. สำนักนายกรัฐมนตรี และ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าชนบทสามารถซื้อเสียงได้ เท่ากับยอมรับว่ามาตราเหล่านี้เป็นการซื้อเสียงใช่หรือไม่  โดยเป็นการซื้อเสียงโดยใช้เงินภาษีของประชาชนเอง เพื่อสร้างความนิยมให้พรรคการเมืองที่ 4 รมต สังกัดอยู่ และ มีแนวโน้มที่จะเสนอพลเอกประยุทธ์ กลับมาเป็น นายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งใช่หรือไม่ หรือ อาจจะเรียกได้ว่านำเงินหลวงมาซื้อเสียง ได้หรือไม่ อีกทั้งการคืนแวตต้องชำระผ่านเดบิตการ์ดที่ผูกกับพร้อมเพย์และจ่ายคืนผ่านพร้อมเพย์ ประชาชนบางส่วน อาจไม่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ เพราะอาจจะยังไม่เชื่อใจระบบพร้อมเพย์จะไม่สามารถขอคืนแวตได้ นอกจากนี้การที่รัฐบาล ลด แลก แจก แถม แหลกช่วงก่อนเลือกตั้ง เท่ากับรัฐบาลยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ได้ดีจริง ประชาชนลำบากกันมาก ถึงต้องออกมาแจกกระจายขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่ามีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นจริงในสังคมไทย ที่การกระจายรายได้กระจุกตัวมาตลอด 4 ปี รวยกระจุกจนกระจาย ย้อนแย้งว่า หากเศรษฐกิจดีประชาชนมีความสุขคงไม่ต้องทำกันถึงขนาดนี้   และอยากให้ประชาชนเห็นว่าการที่รัฐบาลแจกเงินเหมือนกับเป็นการสำนึกผิดว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น จึงต้องแก้ตัวด้วยการ ลด แลก แจก แถม และก็ เป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนได้ประโยชน์ แต่อยากขอให้ ประชาชนตัดสินเลือกพรรคการเมืองที่จะทำประโยชน์และสร้างความเจริญยั่งยืนให้กับประเทศอย่างแท้จริง  ไม่ใช่รัฐบาลที่ไม่มีผลงานอะไรแต่มา ลด แลก แจก แถม ในช่วงก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น ทั้งนี้กังวลว่า การไม่พิมพ์ชื่อผู้สมัคร และ ไม่มีโลโก้พรรค ในบัตรเลือกตั้ง จะทำให้ประชาชนที่ ต้องการลงคะแนนเลือกฝ่ายประชาธิปไตยสับสนได้ อีกทั้งแต่ละเขตเลือกตั้งยังมีเบอร์ของผู้สมัครที่มาจากพรรคเดียวกันต่างกัน  ทั้งๆที่ระบบการเลือกตั้งที่ดีควรทำให้ง่ายและเป็นสากล แต่กลับออกแบบให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นประโยชน์กับพรรคการเมืองที่อิงแอบอำนาจรัฐ โดยอยากเห็นการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม และหวังว่าประชาชนจะตื่นตัวและรู้เท่าทัน กับมายาคติที่รัฐบาลสร้างขึ้น

ทษช. ประชุมเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง


ที่พรรคไทยรักษาชาติ ..ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า พรรคจะมีการจัดประชุมเตรียมความพร้อมของผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งส.. และตัวแทนพรรคประจำจังหวัดในวันที่ 13 ธันวาคม นี้ ที่ห้องเดอะ พอร์ทอล บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 17.00 . โดยในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 12.00 .นั้น จะเป็นการพูดคุยเรื่องจุดยืน อัตลักษณ์ และวิสัยทัศน์ของพรรค โดยตนและนายจาตุรนต์ ฉายแสง ทั้งนี้จะเปิดให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟังด้วย ส่วนในช่วงบ่ายนั้นจะเป็นการให้ความรู้กับผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งส..และสมาชิกพรรคเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รวมถึงการจัดทำตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ตลอดจนโรดแม็พ และระเบียบต่างๆ ด้วย ขณะที่ นายพงษ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรคไทยรักษาชาติ ระบุว่า ในช่วงเช้าวันนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคได้มีการประชุมและแต่งตั้งคณะทำงานในหลายตำแหน่งได้แก่ 1.รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ 3 คนคือ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ อดีตส..ศรีสะเกษ และนายพงศกร อรรณนพพร 2.ผู้อำนวยการเลือกตั้งคือนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 3.ประธานคณะกรรมการนโยบายคือ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ทั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น 5 ด้านคือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง ความมั่นคง และกฎหมาย ด้านสังคม ด้านเทคโนโลยี และด้านการต่างประเทศ 4.ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส..คือ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด 5.ประธานคณะกรรมการฝ่ายสนับสนุนคือ นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร 6.ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคคือนายพิชิต ชื่นบาน และ 7. รองโฆษกพรรคคือนางสาวอรุณี กาสยานนท์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งไปแล้ว 2 คนคือ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล และนายนิติ เนื่องจำนงค์ 

“ก่อแก้ว” สงสารชาวสวนปาล์ม หวั่นขายสวนทิ้งใช้หนี้-ขาดทุน


นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) กล่าวถึงกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ครม. มีมติให้นำน้ำมันปาล์มดิบไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงงานไฟฟ้าบางปะกง 160,000 ตัน เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยดึงราคาปาล์มน้ำมันให้สูงขึ้นส่งผลให้ราคารับซื้อผลปาล์มสดขยับเป็น 3 บาท/กก.ว่า ในฐานะที่ตนเป็นคนใต้ เมื่อเห็นข่าวดังกล่าว ตนอยากจะร้องไห้และรู้สึกสงสารชาวสวนปาล์มซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนใต้เหมือนกัน เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ราคาต้นทุนของปาล์มอยู่ที่ 3.50-3.70 บาท/กก. ถึงมีมาตราดังกล่าวชาวสวนปาล์มก็ยังขาดทุนอยู่ดี หากยิ่งได้ราคาต่ำกว่าต้นทุนนานๆ ชาวสวนปาล์มอาจจะต้องตัดสินครั้งใหญ่ในชีวิต คือ ขายสวนปาล์มทิ้ง เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ เพราะขาดทุน
         
ทั้งนี้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรมีปัญหามายาวนานกว่า 5 ปีและตนก็ไม่เห็นว่า รัฐบาลจะออกมาตราการอะไรในการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและแก้ปัญหาได้จริงและปล่อยให้เรื้อรังมานาน พอใกล้วันเลือกตั้ง กลับมาเร่งช่วยเหลือเอาหน้าในช่วงโค้งสุดท้าย แต่มาตราการช่วยเหลือก็ช่วยไม่ได้จริง 
           
"ขอให้ชาวสวนปาล์ม อดทนรออีกนิด จนถึงวันเลือกตั้ง เพราะพรรคทษช. กำลังคิดนโยบายในการแก้ปัญหาช่วยพี่น้องชาวใต้อยู่ ทั้งปาล์ม ยาง ประมง ท่องเที่ยว และโครงการพัฒนาต่างๆ จึงเชื่อมั่นได้เลยว่าทษช.แก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน และสาเหตุที่ทำให้ชาวใต้ต้องกลืนเลือดกลั้นน้ำตามาถึงทุกวันนี้ เพราะเหตุใด พี่น้องน่าจะรู้กันดี และเมื่อใดที่ได้เข้าคูหาเลือกตั้ง อยากให้สั่งสอนคนที่เป็นต้นเหตุ ให้เขารู้ว่า ชาวใต้สุดจะทนแล้ว" นายก่อแก้ว กล่าว
          

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีข้อจำกัดจากรัฐธรรมนูญและงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ 4 ปีกว่าที่ผ่านมา สร้างภาระหนี้สินให้กับประเทศชาติมากมาย และสร้างภาระผูกพัน ทำให้เหลืองบประมาณในการแก้ปัญหาใหญ่ได้น้อยลงอย่างมาก แต่ทษช. ก็กำลังหาทางออกให้กับพี่น้องในเรื่องเหล่านี้อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และเชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้พี่น้องคนใต้ได้อย่างแน่นอน 

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

“สุดารัตน์” นำเพื่อไทยลงพื้นที่เชียงใหม่ แนะฟื้นท่องเที่ยวไทย คืนรายได้ให้ประเทศ


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ฟื้นท่องเที่ยวไทย คืนรายได้ให้ประเทศ เร่งขจัดอุปสรรคที่ขวางโอกาสการเติบโต
.
หน่อยมาเชียงใหม่ พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อรับสมัครสมาชิก และตั้งใจถือโอกาสมาพูดคุยรับฟังปัญหาการท่องเที่ยวของที่นี่ด้วยค่ะ มีนักธุรกิจและน้องๆคนรุ่นใหม่แวดวงการท่องเที่ยวมาแชร์ให้ฟังค่ะ
.
หน่อยมองว่าเวลานี้เศรษฐกิจไทยมาถึงจุดวิกฤติ คนไทยมีเงินในกระเป๋าสตางค์น้อยลง  การส่งออกหดตัว ขณะที่การท่องเที่ยวซึ่งเป็นกิจกรรมที่นำรายได้สู่ประเทศอย่างเป็นกอบเป็นกำ มาถึงจุดชะลอตัว ถดถอย ซบเซา 
.
มาเที่ยวนี้หน่อยได้มีโอกาสนั่งคุยกับ ตัวแทนสมาคมโรงแรมและสมาคมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้รายได้จากการท่องเที่ยวของเชียงใหม่มาจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ และยิ่งมากขึ้นเมื่อพี่น้องชาวจีนเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก แต่ตอนนี้จำนวนนักท่องเที่ยวหายไปถึง 60% ค่ะ ปัญหาอุปสรรคใหญ่มาจากกฎหมาย โดยเฉพาะการควบคุมเกสต์เฮาส์-โฮมสเตย์ ทำให้เศรษฐกิจชุมชนฐานรากไม่เกิดการกระจายรายได้ เป็นการขัดขวางโอกาสการเติบโตของพี่น้องประชาชน
.
ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท ย้อนกลับไปหลังรัฐประหารนักท่องเที่ยวยุโรปหาย เราได้นักท่องเที่ยวจีนมาพยุงไว้ เป็นรายได้กว่า1ใน3ของรายได้การท่องเที่ยวทั้งหมด แต่เหตุการณ์เรือล่มภูเก็ต บวกกับผู้รับผิดชอบในบ้านเมืองไม่ระวังคำพูด ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหาย 160,000 คน ไทยสูญเงินไป 15,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
.
เวลานี้คนจีนที่มี Passport ออกไปเที่ยวต่างประเทศยังมีแค่ 9% ซึ่งจะเพิ่มอีกสองเท่า เป็นถึง 240 ล้านคน เราจะเสียโอกาสตรงนี้ไม่ได้
.
หน่อยมองว่าประเทศไทยเรามีจุดแข็งเรื่องการท่องเที่ยว และรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นต้นทุนที่เรามีอยู่แล้ว เราสามารถที่จะสร้างการท่องเที่ยวแบบมีคุณภาพ
.
เพื่อฟื้นการท่องเที่ยวไทย คืนรายได้ให้ประเทศ หน่อยเสนอว่ามี 3 เรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน
.
1.ทุ่มงบประมาณไปที่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งเรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัย การกู้ภัยช่วยเหลือ ความเร็วในการตอบสนองของรัฐและการหาผู้รับผิดชอบ
.
2.ยกเลิกวีซ่าระหว่างไทยกับประเทศอื่นๆเพิ่ม เช่น จีน เหมือนที่เราทำให้ญี่ปุ่นและอาเซียน เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเขามายังบ้านเรา
.
3.เราต้องดูแลเอาใจใส่นักท่องเที่ยวและสร้างทัศนคติที่มองเขาเป็นมิตร สร้างความอบอุ่นให้กับนักท่องเที่ยว ดูแลนักท่องเที่ยวเหมือนเป็นพี่น้อง
.
จุดแข็งอีกเรื่องที่หน่อยคิดว่าบ้านเราได้เปรียบ คือการท่องเที่ยวเพื่อการเกษตร การท่องเที่ยวสุขภาพ ธุรกิจเสริมความงาม การมีบุตร การแต่งงาน และการแปลงเพศ ที่ยกตัวอย่างมานั้น หน่อยมองว่าเราเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยได้รับความนิยมและมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 
.
แต่หลายเรื่องยังติดระเบียบกฎเกณฑ์ที่ทำให้เสียรายได้ไปจำนวนมาก รัฐต้องหันมาแก้ไขหรือยกเลิกกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ซึ่งไม่ต้องใช้เงินลงทุนอะไร แต่ยิ่งจะทำให้ได้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมหาศาล อีกเรื่องที่หน่อยคิดว่าสำคัญคือ เราต้องนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ด้วย เพื่อที่จะยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของโลกสมัยใหม่
.
เชียงใหม่ คือตัวอย่างของผลกระทบ ที่เวลานี้กำลังเกิดในหลายๆจังหวัด การมาเชียงใหม่วันนี้มีประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางประเทศเรื่องการท่องเที่ยวอย่างมากค่ะ ทุกคนแชร์ให้ฟังอย่างเต็มที่ เสนอจุดอ่อน จุดแข็ง และทางแก้ 
.

หน่อยจะนำกลับไปต่อยอด เพราะเราเคยทำสำเร็จมาแล้ว เราจะทำให้ดีกว่าเดิม เราตั้งใจจะฟื้นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมา และขอยืนยันว่าเราจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยล้าหลัง ถดถอย อยู่กับความยากจน และที่สำคัญจะต้องไม่สิ้นหวังอีกต่อไปค่ะ

‪“สุดารัตน์” รำลึก 86 ปี วันรัฐธรรมนูญ ‬


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

10 ธันวาคม ..2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ให้กับปวงชนชาวไทย เป็นฉบับแรก 

ต่อมาเราจึงถือเอาวันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ โดยตลอด 86ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ เมื่อคิดโดยเฉลี่ยแล้ว ฉบับหนึ่งมีอายุเพียง 4ปีเศษเท่านั้น 

ถือว่าได้ว่า เรามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บ่อยครั้งที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นเช่นนั้นก็คือ ตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมา ประเทศไทยเรามีการกระทำรัฐประหารบ่อยถึง 13ครั้ง นับว่าบ่อยครั้งที่สุดประเทศหนึ่งในโลกเช่นกัน 

จวบจนปัจจุบัน วงจรประชาธิปไตยไทย ก็ยังคงอยู่ในวังวนเดิม แทบจะไม่พัฒนาไปไหน กล่าวคือเราได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง-มีการกระทำรัฐประหาร-ฉีกรัฐธรรมนูญ-ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว-ได้รัฐบาลเผด็จการฯ-ร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรขึ้นมาใหม่-จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่-จัดตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็วนกลับไปที่การกระทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก วนเวียนไปไม่จบสิ้น

ดิฉันขอเรียนว่า รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้น ถือเป็นกติกาพื้นฐาน ในการอยู่ร่วมกันของคนในชาติ รัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของภาคประชาชน สามารถที่จะอำนวยประโยชน์สูงสุด ให้กับพี่น้อง ประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียมและเหมาะสม 

รัฐธรรมนูญต้องเป็นเครื่องมือในการทำให้ระบอบประชาธิปไตยตั้งมั่น เบ่งบาน ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการปกครองประเทศให้มากที่สุด ไม่เป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย

10 ธันวาคม 2561