วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2561

"นพดล" แนะเร่งแก้ปัญหาทีแคส ผ่าตัดระบบการศึกษา


นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เห็นว่าระบบการรับคนเข้ามหาวิทยาลัยที่ใช้ในปัจจุบันหรือทีแคสนั้น แม้คนออกแบบมีเจตนาดี แต่อาจมีปัญหาเช่นเรื่องการกั๊กที่ สอบหลายครั้ง ยืดเยื้อ นักเรียนและผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังไม่ได้ ตนยังเสนอให้เปิดเวทีระดมสมองหาฉันทามติ เนื่องจากเรื่องนี้กระทบคนนับแสน ไม่อยากให้ด่วนสรุปโดยคนนับสิบ จึงขอเรียกร้องให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และรัฐบาลเปิดเวทีรับฟังความเห็นของเด็ก ผู้ปกครองและนักวิชาการอีกครั้ง เพื่อให้ได้ระบบที่สมบูรณ์มากที่สุด

นายนพดล กล่าวต่อว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรยกเลิกทีแคสในรูปแบบปัจจุบัน หรือผ่าตัดขนานใหญ่ให้มีระบบใหม่ที่ให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางที่สั้น ง่ายและเป็นธรรมกว่านี้เช่น การสอบนั้นอาจมีเพียงสองรอบเป็นต้นโดยรอบแรกใช้การรับตรงร่วมกันและมีระบบเคลียริ่งเฮาส์ ซึ่งอาจมีสัดส่วนคะแนนของโครงงานและเกรดเฉลี่ยในโรงเรียนประกอบ แล้วใช้คะแนนการทดสอบ GAT/PAT บวกวิชาความถนัดเฉพาะ โดยในรอบนี้ควรให้ผู้สอบเลือกคณะที่ตนสนใจเรียงตามลำดับ และไม่ควรให้เลือกจองที่หลายคณะเต็มไปหมด เพราะจะกันที่คนอื่น ส่วนรอบสอง อาจใช้ระบบแอดมิชชั่นก็ได้ คนที่พลาดในรอบแรกก็ยังมีโอกาสในรอบสองและหากรอบแรกได้ที่นั่งแล้ว ผู้สอบรอบสองต้องสละสิทธิ์ที่นั่งในรอบแรกก่อน นอกจากนั้นการออกข้อสอบควรเน้นเนื้อหาที่สอนในโรงเรียน สอบในสิ่งที่สอน อาจช่วยลดการกวดวิชาได้ ข้อเสนอนี้เป็นเพียงข้อเสนอเบื้องต้นเพื่อถกเถียงกันต่อไป เป้าหมายคือให้ได้ระบบที่เป็นธรรมกับลูกหลานของเรา และพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ควรต้องมาปวดหัวกับระบบคัดเลือกที่ซับซ้อน



วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“ชวลิต” ยันเพื่อไทยไม่ย้ายพรรค-ถูกดูดก็ไม่ไป


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ายิ่งใกล้เข้าโหมดเลือกตั้ง พลังดูดยิ่งรุนแรง นี่หรือคือการปฏิรูปการเมือง? ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง? รู้สึกเสียดายเวลา 4 ปีที่ผ่านมา การเมืองยังอยู่ในวังวนเดิมที่อำนาจอธิปไตยยังมิได้เป็นของปวงชนอย่างแท้จริง แล้วประเทศของเราจะเหลือความเชื่อมั่นให้สังคมโลกเชื่อถือได้อย่างไร? อดีต .. ของพรรคที่ถูกเชิญตัวไปพบผู้ใหญ่ในอำนาจ เขามาสารภาพกับผู้ใหญ่ในพรรคว่า ถูกพลังดูดจริง แต่เขาไม่ยอมย้ายพรรค ได้แต่ขอบคุณไป เพราะไม่รู้จะหันหน้าไปบอกประชาชนอย่างไร ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลคงป่นปี้ ถูกพี่น้องประชาชนสาปแช่ง ไม่ได้ผุด ไม่ได้เกิด และถ้าย้ายไป ก็คงสอบตกเหมือนกับผู้ที่ขายตัวในอดีต คือ สอบตกทุกราย ถูกประชาชนลงโทษ

นายชวลิต กล่าวต่อไปว่าอดีต .. ท่านนั้นยังบอกกับผมว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมาก รอด้วยใจจดใจจ่อเพื่อติดตามการพิจารณาคดีความผิดตามมาตรา 113 ในวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ถ้าโชคไม่ดี ประชาชนคนไทยก็ยังอยู่ในวังวนเก่าที่ประเทศไทยยังยอมรับอำนาจการรัฐประหาร ซึ่งก็จะไม่ได้รับการยอมรับในสังคมโลก แต่ถ้าโชคดีเป็นของประชาชนชาวไทย อาจจะเป็นทางออกที่ทำให้ได้รัฐบาลที่เป็นกลางมาจัดการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อความเรียบร้อย และความสงบสุข ของบ้านเมือง

"นพดล" เร่ง คสช. ปลคล็อคพรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายแก้ปัญหาการศึกษา


นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงปัญหาการศึกษาเช่นเรื่องการสอบเข้า ป.1 เรื่องการบ้านเด็ก ข้อเสนอการสอบประจำวัน ประจำสัปดาห์ นั้นว่า “ผมเห็นว่าวันนี้ไม่ใช่วันที่เราจะชี้นิ้วว่าใครบกพร่องในการแก้ปัญหาการศึกษา แต่ทุกฝ่ายต้องประสานนิ้วให้เป็นหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ให้ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านนายกฯพูดเป็นเรื่องปลีกย่อยและรัฐบาลต้องตั้งหลักให้มั่นและเข้าใจว่าโจทย์ใหญ่ด้านการศึกษาคือเรื่องคุณภาพ ความเท่าเทียม และประสิทธิภาพในการบริหาร เราเคยบ่นว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งเปลี่ยนรัฐมนตรีและนโยบายด้านการศึกษาบ่อยจึงทำให้งานไม่ต่อเนื่อง แต่รัฐบาลนี้อยู่ในอำนาจจะย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว ยาวกว่ารัฐบาลเลือกตั้งเสียอีก ถามว่าการปฏิรูปการศึกษาคืบหน้าไปแค่ไหน? มีเรื่องใหญ่ๆที่ทำสำเร็จไปแล้วอะไรบ้าง? เช่น เรื่องหลักสูตร การเรียนการสอน การพัฒนาครู สมรรถนะของผู้เรียน การกระจายอำนาจในการจัดการศึกษา เป็นต้น”

นายนพดล กล่าวต่อไปว่า “ผมทราบว่างานด้านการศึกษาเป็นงานยากและต้องใช้เวลา ไม่เหมือนการสร้างทางรถไฟ ทำถนน แต่อย่างน้อยผู้นำต้องเข้าใจถ่องแท้ และสร้างความเปลี่ยนแปลง แต่รัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้มากแค่ไหน? ทำไมยังมีปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ผลประเมินขององค์กรต่างประเทศคะแนนเรายังตำ่ บัณฑิตจำนวนมากยังตกงาน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา และเชื่อว่าเมื่อปลดล็อคการเมืองแล้ว จะสามารถนำเสนอนโยบายเรื่องนี้ให้ประชาชนพิจารณา”

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“อนุสรณ์” แนะรัฐชี้แจงข่าวใช้ ม.44 สนับสนุนเครือข่าย คสช.


นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการคืนตำแหน่งให้ 4 นายก อบจ. ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับการคืนตำแหน่ง แต่ประชาชนคงอยากตั้งคำถามถึงหลักการเกณฑ์การพิจารณาในการคืนตำแหน่งดังกล่าว เป็นการหวังผลทางการเมือง หรือมีนัยยะทางการเมืองอย่างไรหรือไม่? สังคมยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า ที่คืนตำแหน่งให้ คืนเพราะเหตุอะไร แล้วคนอื่นๆ ที่เหลือจะได้คืนหรือไม่? มีเงื่อนไขใดในการพิจารณาคืนก่อน คืนหลัง เพราะหากจะคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ถูกกล่าวหาอย่างถูกต้องโปร่งใส คณะกรรมการที่สอบก็ต้องแถลงต่อสังคมให้ชัดด้วยว่า ที่สอบไม่ผิดแล้วนั้น ไม่ผิดอย่างไร? เพราะตอนใช้คำสั่งมาตรา 44 สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ถือว่าไม่ชัดเจนมาแล้ว แล้วจู่ๆ บทจะคืนก็คืนตำแหน่งให้ ก็ยังไม่มีการแจ้งให้สังคมรับรู้อย่างเปิดเผยโปร่งใสตรงไปตรงมา หรือจะเป็นไปตามกระแสข่าวที่มีการปล่อยกันออกมาอย่างเป็นระบบหรือไม่ว่าถ้าเป็นไปตามกระแสข่าวนี้ จะเป็นไปตามยุทธวิธีล่าเมืองขึ้น เพื่อหาฐานเครือข่ายสนับสนุนพรรคของ คสช. ในอนาคตหรือไม่? ประชาชนรอฟังคำตอบ

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“พานทองแท้” เชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อลายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10


นายพานทองแท้ ชินวัตร เชิญชวนประชาชนสวมใส่เสื้อลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 หลังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เปิดจำหน่ายเสื้อจากร้านจิตอาสา 904 โดยลายเสื้อด้านหน้าจะเป็นลายฝีพระหัตถ์เป็นรูปการละเล่นพื้นบ้านในราคาตัวละ 299 บาท และมีกระเป๋าผ้าลายฝีพระหัตถ์จำหน่ายราคา 350 บาท


สำนักนายกรัฐมนตรี จำหน่ายเสื้อลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 สวมใส่ได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลเชิญชวนประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าโทนสีเหลือง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 

นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมข้าราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นำเสื้อจากร้านจิตอาสา 904 ซึ่งเป็นเสื้อลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาจำหน่ายบริเวณด้านหน้าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยลายเสื้อจะเป็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ ลวดลายการละเล่นไทย สามารถเลือกซื้อได้ในราคาตัวละ 299 บาท มีให้เลือกทั้งสีเหลือง และสีขาว ซึ่งประชาชนสามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 

ขณะที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่าทราบว่าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นำเสื้อลายฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 จากร้านจิตอาสา 904 มาจำหน่าย วันนี้หลังประชุมเสร็จผมได้มีโอกาสไปซื้อเสื้อและถุงผ้ามา ตั้งใจว่าจะส่งให้ไปให้คุณพ่อและอาปู ขอเชิญชวนพี่น้องและเพื่อนๆ ไปเลือกซื้อกันนะครับ





“ทนายวันชัย” ยื่นเอาผิด คดีฟอกเงินกรุงไทย


เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ นายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ เข้ายื่นหนังสือติดตามทวงถามความคืบหน้าคดีฟอกเงินจากการทุจริตอนุมัติเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร โดยมี ...ปิยะ รักสกุล ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว

นายวันชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการทุจริตเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย แต่ปรากฏว่ากรรมการธนาคารกรุงไทย 5 คนที่ร่วมกันอนุมัติปล่อยกู้ถูกดำเนินคดีและถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองลงโทษเพียง 3 คน โดยนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ ไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าบุคคลทั้ง 2 จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญา แต่ไม่มีผลผูกพันกับคดีฟอกเงิน ดังนั้นดีเอสไอจึงมีหน้าที่ต้องดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน รวมถึงธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของกลุ่มกฤษดามหานคร โดยมีพฤติการณ์ปรับโครงสร้างหนี้ให้จาก 7,800 ล้านบาท เหลือ 4,500 ล้านบาท หากกลุ่มกฤษดาไม่ได้รับการปรับลดหนี้ก็คงไม่เกิดการทุจริตและการฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาตนได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 รายแต่ก็ไม่เคยได้รับทราบความคืบหน้าใดๆ เลยจึงจำเป็นต้องมาทวงถามความคืบหน้า เนื่องจากคดีจะครบอายุความ 15 ปีภายในเดือนธันวาคม 2561

วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2561

“นพดล” ห่วงปัญหาทีแคส สร้างภาระผู้ปกครอง-เยาวชน


นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาที่เกิดกับระบบการคัดเลือกและสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทีแคส ที่ใช้เป็นปีแรกว่า ตนคิดว่าคนที่ออกแบบระบบมีเจตนาที่ดี แต่เมื่อระบบยังมีปัญหาและสร้างความทุกข์ให้นักเรียนและผู้ปกครอง จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ผู้มีหน้าที่ความรับผิดชอบ เช่น ทปอ. และรัฐบาลควรจัดเวทีรับฟังความเห็นของนักเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งครูและนักวิชาการและผู้สนใจเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด ปีหน้าไม่ควรมีปัญหาเช่นปีนี้ ต้องไม่ให้ลูกหลานเรามีความกังวลและความทุกข์ที่เกิดจากระบบและต้องรับฟังความเห็นของฝ่ายต่างๆ ให้มากขึ้นเพื่อสร้างระบบที่ไม่ซับซ้อน ยุ่งยาก ยืดเยื้อ ไม่สร้างภาระค่าใช้จ่ายแก่เด็กและผู้ปกครองในการวิ่งสมัครตามสถาบันการศึกษาต่างๆ

คำถามคือระบบที่ใช้ในปัจจุบันยังคงสร้างความเหลื่อมล้ำหรือไม่? เนื่องจากปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาต้องได้รับการแก้ไข ระบบที่ดีต้องไม่ให้มีความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กที่มีฐานะและเด็กยากจน และถ้าหากฟังนักวิชาการด้านการศึกษาเผยตัวเลขและภาระทางการเงินที่ผู้ปกครองทั้งประเทศต้องเสียไปในการเตรียมตัวลูกหลานและกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่งๆ นับหมื่นๆ ล้านบาทยิ่งน่าตกใจ ตนหวังว่าทุกฝ่ายที่มีหน้าที่จะมีคำตอบและแก้ไขปรับปรุงหรือสร้างระบบที่ดีที่เอาเด็กและลูกหลานเราเป็นศูนย์กลางให้ได้โดยเร็ว