วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"ภูวนิดา" หนุนส.ส.หญิงเพื่อไทย ส่งเสริมสตรีมีส่วนร่วมการเมือง


อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมโครงการฝึกอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมของสตรีในการเลือกตั้ง โดยสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี และ International Republican Institute เพื่อส่งเสริมศักยภาพและสัดส่วนสตรีในภาคการเมือง พร้อมกันนี้ทางสมาคมได้จัดเวทีสัมมนาสาธารณะ ณ โรงแรม S31 สุขุมวิท โดยผู้แทนกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว มองว่า การที่ผู้หญิงเข้ามาสู่ภาคการเมืองเป็นการส่งเสริมให้มีความคิดที่หลากหลายมากขึ้น เพราะผู้หญิงมีมุมมองที่ต่างออกไป

ทางด้าน ดร.ภูวนิดา คุณผลิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ร่วมอภิปรายนโยบายส่งเสริมสตรีเข้าสู่การเลือกตั้ง กล่าวแสดงทัศนะว่า "สถาบันพรรคการเมืองควรพิจารณาสัดส่วนสตรีในโครงสร้างพรรคและโครงสร้างการขับเคลื่อน ที่ผ่านมารัฐบาลเพื่อไทย ได้จัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือสตรีและเยาวชนผู้ถูกกระทำรุนแรงผ่านนโยบาย OSCC โดยเป็นหน้าที่ผู้หญิงทุกคนที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างโอกาสให้กับผู้หญิงในการก้าวเข้าสู่ภาคการเมืองเพื่อช่วยปรับสมดุลการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน การทำให้การมีส่วนร่วมของ ผู้หญิงมีความเข้มแข็งขึ้น ต้องเกิดจากการมีกลไกส่งเสริมที่ชัดเจน"

"ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีนักการเมืองหญิงมากที่สุดประเทศหนึ่ง จากความร่วมมือของพรรคต่างๆ ทำให้ผู้หญิงเข้มแข็งทางการเมือง ยอมรับว่าบทบาทสตรีขณะนี้มีความเข้มแข็งมากขึ้น แต่สตรียังต้องต่อสู้มากมาย เพื่อสร้างความเท่าเทียม ในการส่งเสริมบทบาทสถานภาพสตรีของพรรคเพื่อไทยนั้น เรามีการส่งเสริมที่ชัดเจน จากการจัดตั้งกลุ่ม ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย" ดร.ภูวนิดา กล่าว


















"เพื่อไทย" แนะรัฐเร่งเลือกตั้ง-ฟื้นเศรษฐกิจ ดีกว่าปล่อยประเทศเสียหาย


นางสาวอนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 เติบโตเพียง 3% เท่านั้น ซึ่งต่ำที่สุดใน 4 ไตรมาส ซึ่งเป็นไปตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เคยเตือนไว้แล้วว่ามีแนวโน้มจะตกต่ำ แต่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลออกมาเถียงว่าดี ทั้งปีจะโตได้ 3.5% แน่ แต่จริงๆโตได้แค่ 3.2% เท่านั้น ขนาดรัฐบาลออกนโยบายลดแลกแจกแถม ช็อปและเที่ยวช่วยชาติ สามารถหักภาษีได้แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งผลสำรวจล่าสุดก็ออกมาว่ารัฐบาลสอบตกในการบริหารเศรษฐกิจได้คะแนนเพียง 4.63 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำสุดกว่าทุกด้าน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้เปิดใจรับฟังทุกครั้งที่คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยออกมาเตือน เพราะ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นจริงทั้งหมด อีกทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจก็ยังย่ำแย่ การว่างงานเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นเป็น 1.2% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ และหากเป็นไทยแลนด์ 4.0 จริง การว่างงานอาจจะเพิ่มอีกหลายล้านคนตามกระแสเทคโนโลยีที่จะทดแทนการจ้างงาน รัฐบาลควรต้องเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้ และสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จะทำให้หนี้เสียในระบบธนาคารโดยเฉพาะหนี้เสียที่เกิดจากเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นมากและมีแนวโน้มจะเพิ่มอีกและเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะทำงานเศรษฐกิจเตือนมาโดยตลอด

ทั้งนี้ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยมีความเห็นตรงกับ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีต รองนายกฯที่ว่าปัจจุบันเป็นเศรษฐกิจขาลงและอาจจะลงเร็วมาก ไม่ได้เป็นเศรษฐกิจขาขึ้นอย่างที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลพยายามจะทำการตลาดแต่อย่างไร และอยากให้รัฐบาลได้ไปดูแผนเศรษฐกิจใหม่ของสิงคโปร์ที่ออกมาแล้ว ซึ่งต่างกับของยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาลไทยอย่างมาก อีกทั้งถ้าพูดถึงเศรษฐกิจฟื้นก็อยากให้ดูไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วของประเทศสิงคโปร์ที่เศรษฐกิจฟื้นจริงและโตกลับมาได้ถึง 12.3% สูงสุดในรอบ 5 ปี ดังนั้นหากรัฐบาลสอบตกทางเศรษฐกิจและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็ควรเร่งให้ประชาชนได้ตัดสินเลือกผู้บริหารประเทศที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทนจะเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่าที่จะอยู่ไปและทำประเทศเสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

“ยิ่งลักษณ์” ยิ้มแย้มแจ่มใส บริจาคโลงศพอุทิศเจ้ากรรมนายเวร-ประชาชนต้อนรับคึกคัก


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปทำบุญบริจาคโลงศพ พร้อมไถ่ชีวิตโค เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู วัดหัวลำโพง

หลังจากนั้นได้เดินทางไปนมัสการพระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง โดยมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากมาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ซึ่งบางคนเดินทางมาจากต่างประเทศได้มีโอกาสพบกับนางสาวยิ่งลักษณ์ถึงกับร้องไห้ พร้อมทั้งขอให้มีกำลังใจที่ดีในการต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ















วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"ดร.ทักษิณ" เยือนพม่า-สักการะชเวดากอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

(แอบ) เล่นsnowboard อยู่พ่อส่งมารูปว่าไปทำบุญที่พม่าและแวะไปสักการะเจดีย์ชเวดากองหน้าตายิ้มแย้มดูอิ่มบุญมาก บอกว่าไหว้เผื่อลูกๆหลานๆแล้วนะ 🤗 คุณตาาาา คิดถึงนะคะ เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ 💕 #thebestdad #thebestgrandpa #imblessed


วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"พิชัย" สอน "สมคิด" รับผิดชอบ เศรษฐกิจไม่โตตามคาด


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พยายามจะขายฝันว่าปี 2560 เศรษฐกิจจะดี การลงทุนจะมากเป็นประวัติศาสตร์ ทั้งๆที่ยังไม่มีปัจจัยอะไรเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เศรษฐกิจดีได้ โดยเฉพาะปัจจัยทางการเมืองที่ยังไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ดังนั้นที่บอกว่าจะโตถึง 4-5% นั้นก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ และที่ผ่านมานายสมคิดก็คาดการณ์เศรษฐกิจผิดมาโดยตลอดและส่งผลถึงการบริหาร จึงทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก ดังนั้นจึงอยากให้ตอบ 6 คำถามดังนี้

1. เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้ว ดีตามที่นายสมคิดออกมาเถียงหรือไม่? เศรษฐกิจทั้งปีโตได้ 3.5% ตามที่นายสมคิดเคยยืนยันหลายหนหรือไม่? เพราะจากข้อมูลที่ได้รับทราบว่าเศรษฐกิจปลายปีที่แล้วค่อนข้างแย่ ซึ่งไดัโตต่ำที่สุดกว่าทุกไตรมาสตามที่ได้เตือนไว้แล้ว ฉุดให้ทั้งปี 2559 โตได้แค่ 3.2% ไม่ได้ดีตามที่นายสมคิดยืนยัน นายสมคิดจะรับผิดชอบอย่างไร?

2. การที่นายสมคิดบอกว่ายอดการส่งเสริมการลงทุนที่ 584,350 ล้านบาท เป็นยอดที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ ต้องถามว่าที่ได้ขอส่งเสริมไปแล้ว และที่ได้มีการลงทุนจริงเป็นเท่าไหร่ ทำไมแบงค์ชาติถึงบอกว่าการลงทุนจากต่างประเทศในปี 2559 ถึงลดลง 63% จากปี 2558 ที่แย่อยู่แล้ว เพราะความจริงคือยอดการขอส่งเสริมมีมากแต่การลงทุนจริงๆกลับมีน้อย อีกทั้งหากย้อนกลับไปในปีก่อนการปฏิวัติ เช่น ปี 2555 ยอดการส่งเสริมการลงทุนสูงมีถึง 1.4 ล้านล้านบาท และในปี 2556 ยอดขอการส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาทและมีการลงทุนจริงสูง และยอดขอส่งเสริมก็สูงกว่ายอด 5.8 แสนล้านบาทที่นายสมคิดพยายามขายฝันว่าสูงสุดในประวัติศาสตร์มาก ใช่หรือไม่?

3.  การที่นายสมคิดจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา โดยบอกว่าจะไปเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน นายสมคิดทราบหรือไม่ว่าสหรัฐในยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีนโยบาย "สหรัฐมาก่อน" ส่งเสริมให้คนลงทุนในสหรัฐมากกว่าลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้นจะหวังความสำเร็จในการเยือนได้ขนาดไหน อีกทั้ง สหรัฐเองก็เร่งให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยจากการฝึกคอบร้าโกลด์ที่ผ่านมา และอยากให้นายสมคิดช่วยแถลงว่าที่ผ่านมาที่ได้ไปเยือนญี่ปุ่น เยอรมัน ฝรั่งเศส และจีน แล้วมีผลสำเร็จในการเยือนเป็นอย่างไร เหตุใดกลับมาแล้วการลงทุนจึงไม่เพิ่มขึ้นเลย เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ใช่หรือไม่? ไม่อยากให้ไปเยือนเฉยๆแต่ไม่เกิดประโยชน์อะไร ได้แค่เอามาทำการตลาดเท่านั้น

4. นายสมคิดทราบหรือไม่ว่า การจะปรับประเทศไทยเป็นไทยแลนด์ 4.0 ให้เทียบเท่าประเทศอื่น จะทำให้ต้องมีการนำเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ และ ปัญญาประดิษฐ์ มาทดแทนการจ้างงาน ซึ่งจะทำให้คนตกงานเพิ่มขึ้น รัฐบาลได้เตรียมพร้อมในเรื่องดังกล่าวอย่างไร ทำไมไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เลย

5. จริงอยู่ที่ฐานะการเงินการคลังของประเทศยังแข็งแกร่งในปัจจุบันที่มีเงินทุนสำรองสูงและหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต่ำ แต่อนาคตจะเป็นอย่างไรถ้าประเทศไทยยังมีการเจริญเติบโตที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านมาก มีการส่งออกที่ไม่เพิ่มขึ้น และการลงทุนหดหาย ซึ่งแปลว่าปัจจุบันเป็นการกินบุญเก่าใช่หรือไม่? เพราะทุนสำรองที่สูงและหนี้สาธารณะที่ต่ำก็มีมาตั้งแต่รัฐบาลเดิมแล้ว ไม่ได้เกิดเพราะรัฐบาลนี้ และการที่หนี้สาธารณะที่ต่ำมาตลอดแสดงให้เห็นว่านโยบายประชานิยมที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ประเทศล่มสลายเหมือนที่ถูกใส่ร้ายใช่หรือไม่?

6. การที่รัฐบาลจะพยายามที่จะเก็บภาษีเพิ่มหลายทางในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่เป็นแนวทางที่ถูกหรือไม่ ทำให้ดูเหมือนว่ารัฐบาลกำลังถังแตกหรือไม่ ซึ่งโดยหลักแล้วควรต้องลดภาษี เพราะการลดภาษีจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นแล้วจะส่งผลให้รัฐบาลได้ภาษีกลับมามากกว่า ซึ่งมีตัวอย่างแล้ว หากจำกันได้รัฐบาลเพื่อไทย มีการลดอัตราภาษีนิติบุคคลลงจาก 30% เหลือ 23% แต่กลับเก็บภาษีได้มากขึ้น เพราะเศรษฐกิจดีมีการเจริญเติบโตสูงถึง 6.5% ในปี 2555 ก่อนที่จะมีการประท้วงและเกิดการปฏิวัติ

ดังนั้นจึงอยากให้นายสมคิดได้ศึกษาแนวคิดเดิมที่นายสมคิดเคยสังกัด เพื่อนำไปศึกษาปรับปรุงแนวทางของตัวเอง มิเช่นนั้นประชาชนจะไม่เชื่อว่านายสมคิดจะเคยมีแนวคิดที่ดีในอดีตจริง เพียงแต่ทำตามแนวทางของพรรคเดิมเท่านั้น และหากนายสมคิดเห็นว่าไม่ถูกต้อง ตนก็ยินดีจะร่วมชี้แจงให้ประชาชนฟังพร้อมกันได้เสมอเพื่อให้ประชาชนทราบภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่แท้จริง และอนาคตที่ยังคงมืดมน

วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

"ภูมิธรรม" เผยรัฐไม่เชิญ "เพื่อไทย" ถกปรองดอง-ติงคสช.หยุดอ้างชื่อพรรค


นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการให้ข่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับหนังสือเชิญจากทางฝ่ายรัฐบาลให้เข้าร่วมการหารือเรื่องการปรองดองที่กระทรวงกลาโหมนั้น สำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอเรียนชี้แจงว่าจนถึงขณะนี้ เวลา 14.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 พรรคเพื่อไทยยังไม่มีผู้ใดได้รับการติดต่อเชิญจากทางรัฐบาลแต่อย่างใด และได้ตรวจสอบไปทางฝ่ายธุรการของพรรคแล้ว ก็ยังยืนยันว่ายังไม่ได้รับหนังสือเชิญ

ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งที่โฆษกหรือผู้แทนฝ่ายรัฐบาลหรือผู้จัดได้มีการแถลงว่า ได้จัดส่งหนังสือเชิญและได้รับการตอบรับจากพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ทราบว่าได้รับการตอบรับจากผู้ใด? เพราะทางสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบจากท่านหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ตลอดจนผู้ใหญ่ของพรรคทุกท่านแล้ว ได้รับการยืนยันว่ายังไม่มีท่านใดได้รับการติดต่อและไม่มีใครเคยได้รับหนังสือเชิญแต่อย่างใด

นายภูมิธรรม กล่าวว่า "ถือเป็นเรื่องน่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าเรื่องใหญ่มากขนาดนี้ ทำไมจึงพูดกันไปมาเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไร? หรือเป็นเรื่องความคลาดเคลื่อนในการทำงานของผู้จัดหรืออย่างไร? แต่อย่างไรก็ดีก็อยากเห็นหนังสือเชิญให้ชัดเจน จะได้ดำเนินการหารือผู้ใหญ่ของพรรคที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนทันที"

"สุรพงษ์" แนะรัฐฟังเสียงมิตรประเทศ-สหรัฐฯเร่งไทยคืนประชาธิปไตย


นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า หลังจาก พล.ร.อ.แฮร์รี่ บี แฮริส จูเนียร์ (Adm. Harry B. Harris, Jr.) ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ได้กล่าวในพิธีเปิดการฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ และมี นายกลิน เดวีส์ (Glyn Davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ไปร่วมพิธีด้วยนั้น จากที่ได้ติดตามการเสนอข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น สเตรทส์ไทมส์ หรือ เอพี ก็มีคำพูดของ พล.ร.อ.แฮร์รี่ ที่ท่านได้พูดว่า สหรัฐฯอยากเห็นการฟื้นฟูประชาธิปไตยของไทยเบ่งบาน และสหรัฐฯก็ยังคงอยากเห็นประเทศไทยเป็นมิตรประเทศที่มีเสถียรภาพและความมั่นคง

ซึ่งคำกล่าวเช่นนี้ก็หวังที่จะเห็นรัฐบาล คสช. นำเอาไปคิดไตร่ตรองดูให้รอบคอบ เพราะประเทศไทยเราก็คงจะละทิ้งระบอบประชาธิปไตยที่สากลให้การยอมรับไม่ได้ และเชื่อว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับในเวทีโลก และก็คงจะคาดหวังได้ว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้นถ้าหากเรากลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบโดยเร็ว ขอให้ท่านนายกฯประยุทธ์ ได้โปรดรับไว้พิจารณาด้วย เพื่ออนาคตของประเทศจะได้ดีขึ้น