วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

“พิชัย” สอน “คสช.” แนะพึ่งส่งออกฟื้นฟูเศรษฐกิจ


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การที่การส่งออกที่แท้จริง ติดลบตลอดช่วงการบริหารงานของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และยังไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ นายสมคิด กลับออกมาบอกว่า เศรษฐกิจไทยยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพิงการส่งออกนั้น ไม่น่าจะใช่แนวคิดทางเศรษฐกิจที่ถูกต้อง เพราะการส่งออกมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงสุดของรายได้ประชาชาติ หากรัฐบาลไม่สามารถฟื้นการส่งออกได้เศรษฐกิจไทย ก็จะโตได้น้อย และจะไม่มีแรงขับเคลื่อนในอนาคต ขอยืนยันว่าประเทศไทย ยังต้องพึ่งการส่งออกในการขับเคลื่อนประเทศ และรัฐบาลควรจะต้องเร่งฟื้นฟูการส่งออกและการลงทุนเพื่อให้ประเทศก้าวหน้าไปได้ ทั้งนี้ อยากฝากคำถามไปถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า เศรษฐกิจจะโตอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ถ้าการส่งออกไม่ฟื้นและการลงทุนไม่เพิ่มจะหวังพึ่งแต่การลงทุนภาครัฐและการท่องเที่ยวจะสามารถขยายเศรษฐกิจให้ยั่งยืนได้หรือไม่ ซึ่งหากตอบไม่ได้ก็สมควรแล้ว ที่จะมีการปรับคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ผู้ค้าตลาดบางแคสุดทน! โวย กทม. ยกเลิกแผงค้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อค้า-แม่ค้า ที่ได้รับความเดือนร้อนจากนโยบายการจัดระเบียบฯของกรุงเทพมหานคร รวมตัวกันที่ตลาดบางแค ร้องเรียนและขอความเป็นธรรม ก่อนที่จะประกาศ ยกเลิกจุดผ่อนผัน ในเดือน กันยายน นี้

คุณชาลิสา เจริญวัฒนะโพธิ์แก้ว อายุ 45ปี ตัวแทนผู้ค้าในตลาดบางแค เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ค้าไม่สามารถจำหน่ายสินค้าในพื้นที่เดิมได้ เนื่องจากกทม.ได้ประกาศยกเลิกจุดผ่อนผัน กลุ่มผู้ค้าตลาดบางแคจึงได้ขอให้กทม.ยืดระยะเวลาจำหน่ายสินค้าออกไปจนกว่าจะมีสถานที่เหมาะสม โดยการจัดระเบียบทางเท้าบริเวณตลาดบางแค ในพื้นที่เขตบางแค มีผู้ค้าในจุดผ่อนผันได้รับผลกระทบจำนวน 469 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ กรุงเทพมหานคร และ ตัวแทนผู้ค้าตลาดบางแค ได้ประชุมเพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าว แต่ผลสรุปยังไม่เป็นที่ยุติ ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การประชุมร่วมดังกล่าวด้วย















ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จับกุมแก็งค์ล้วงกระเป๋าชาวเวียดนาม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 25 สิงหาคม 2559 เวลา 23.00 น. ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา (ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.) ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพัทยา จับกุมตัวหญิงชาวเวียดนามจำนวน 3 คน  คือ 1. MS. NGUYEN THI DUYEN สัญชาติเวียดนาม อายุ 40 ปี , MS. NGUYEN  THI THUAN สัญชาติเวียดนาม  อายุ 56 ปี และ MS.CHU THI CHIEN  สัญชาติเวียดนาม อายุ 59 ปี ก่อเหตุล้วงกระเป๋า MS.ZHENG JIANPING อายุ 56  ปี  สัญชาติจีน  นักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 เวลาประมาณ 19.10 น. บริเวณลานน้ำพุ โคลอสเซี่ยมโชว์พัทยา  ถ.เทพประสิทธิ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี โดยมีของกลาง ธนบัตรสกุลเงินไทย รวม 30,730 บาท ธนบัตรสกุลเงินยูเอสดอลล่า รวม 220 ดอลล่า ธนบัตรสกุลเงินเวียตนาม รวม 2,682,000 ดอง ธนบัตรสกุลเงินจีน รวม 145 หยวน
โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง พร้อมของกลางอื่นอีกรวม 22 รายการ ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือ รับของโจร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่า ได้ถูกหญิงต่างชาติ 3 คน ที่ทำทีเป็นนักท่องเที่ยว มายืนถ่ายรูปอยู่ติดกับตน และได้ร่วมกันลักเอากระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในกระเป๋าสะพายของตนไป  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ขณะที่  ผู้ถูกจับทั้ง 3 กำลังก่อเหตุโดยมีการแบ่งหน้าที่กันกระทำผิด  จากนั้นได้กระจายกำลังกันออกตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัว ได้  และนำตัวไปตรวจค้นห้องพักที่โรงแรมทาวร์อินทาวร์ พัทยากลางฯ ห้อง 321 เพื่อติดตามทรัพย์ที่ได้จากการกระทำผิด โดยมีผู้เสียหายชี้ยืนยันให้ทำการจับกุมตัว จึงแจ้งข้อกล่าวหา นำตัวพร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป










วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

"ยิ่งลักษณ์" ห่วงประชาชน ได้รับผลกระทบน้ำท่วม-แผ่นดินไหว


นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ และแสดงความเป็นห่วงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วม โดยมีเนื้อหาดังนี้

"ช่วงนี้มีข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งทำให้พี่น้องได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหาย ขอให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วค่ะ ดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจส่งผ่านความห่วงใยทางเฟซบุ๊กไปถึงพี่น้องทุกพื้นที่ด้วยนะคะ"



"เมื่อวานนี้มีแผ่นดินไหวระดับรุนแรงเกิดขึ้นทั้งในอิตาลีและเมียนมา ที่อิตาลีตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตสูงกว่า 150 คน ส่วนที่เมียนมานั้น ส่งผลในสถูป เจดีย์ ที่พุกามซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่นับพันปีได้รับความเสียหายรุนแรง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างมากค่ะ ในโอกาสนี้ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ชาวอิตาลีและเมียนมาให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วนะคะ"

"จาตุรนต์" ห่วง รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย เปิดช่องนายกฯคนนอก-ก่อปัญหา


นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุกระบวนการเลือกนายกฯควรมาจากสภาผู้แทนราษฎรว่า "ตนเห็นว่าหลักการตามร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงควรดำเนินการเช่นนั้น หากไปตีความนอกเหนือจากหลักการท้ายที่สุดอาจไปขัดเจตนารมณ์ และหลักการของร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงคำถามพ่วง อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าสาระสำคัญในรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะในมาตรา 272 ก็ยังเปิดช่องให้เกิดนายกรัฐมนตรีคนนอกได้อยู่ดี ซึ่งกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาในอนาคต ส่วนที่จะมีการแก้กฎหมายเพิ่ม สนช.เข้ามาทำงานอีก 30 คนนั้น ตนไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะเห็นว่าเป็นความพยายามเพื่อจุดประสงค์ใด หรือสิ้นเปลืองงบประมาณมากน้อยเพียงใดก็ตาม เพราะเมื่อเทียบกับปัญหาของประเทศที่กำลังเผชิญและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เรื่องเหล่านี้ถือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย"

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เผย “ประยุทธ์” ไม่ปรับครม. “สุรพงษ์” คาดอยู่ไม่นาน


นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงวิสัยทัศน์ในการทำผัดไทยและตักข้าวราดแกงโชว์ ไม่ได้แตกต่างจากสมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ส่งเสริมนโยบายเรื่องครัวไทยสู่ครัวโลกในต่างประเทศ เพียงแต่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ส่งเสริมในประเทศ ซึ่งนายกฯ ไทยก็จะโชว์การทำอาหารมาแทบทุกคนนับตั้งแต่แกงเขียวหวานใส่บรั่นดีของพล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เป็นต้นมา แต่อยากเห็นการไปจ.ร้อยเอ็ดของท่านนายกฯ ซึ่งน่าจะไปนอนค้างคืนกับชาวบ้านเหมือนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ทัวร์นกขมิ้นเหลืองอ่อนไปนอน ไปกิน ไปค้างคืนกับชาวบ้าน

ตนเชื่อว่านายทักษิณคงไม่สงวนลิขสิทธ์ถ้าพล.อ.ประยุทธ์จะลอกเลียนแบบ เพราะแทบทุกโครงการที่รัฐบาลนี้นำขึ้นมาทำใหม่ก็ล้วนแต่เป็นโครงการที่รัฐบาลทักษิณและรัฐบาลยิ่งลักษณ์เริ่มต้นคิดและเริ่มต้นทำเอาไว้มาก่อนแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาฟรีทุกโรค หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล (OTOP) เขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ การเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และการเปิดด่านชายแดนเพื่อส่งเสริมการค้าขายตามแนวชายแดน เราไม่ว่ากัน ขอเพียงให้ท่านทำความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศและพี่น้องประชาชนมีความสุข อยู่ดี กินดี ก็แล้วกัน และไม่จำเป็นที่ท่านนายกฯ จะต้องปรับครม.อีกแล้ว เพราะท่านก็พูดอยู่ตลอดเวลาว่าท่านจะอยู่อีกไม่นาน

“จตุพร” หวังดี แนะ “ประยุทธ์” ลาออก


นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวผ่านการจัดรายการผ่านทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ วันนี้ (วันที่ 24 สิงหาคม 2559) โดยเสนอความหวังดีให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องเป็นนายกฯรักษาการ และไม่เป็นหัวหน้า คสช. ด้วย แล้วตั้งพรรคการเมือง ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีจากเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสิน จึงจะเป็นความสง่างามตามวิถีการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) ถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เปิดโอกาสให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีว่า นายรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องสง่างาม

นายจตุพร กล่าวว่า ความสง่างามของ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงนั้นคืออะไร และเข้าใจตรงกันหรือไม่ เพราะความสง่างามทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยต้องมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากกระบอกปืน ดังนั้น การแต่งตั้งวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน ให้เป็นฐานกำลังมาออกเสียงเลือกตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก แล้วจะมีความสง่างามอย่างนั้นหรือ

ตนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสมากกว่าคนอื่นในการถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก เพราะในที่ประชุมร่วมของสองสภานั้น การสร้างหลักประกันให้กับนายกรัฐมนตรีคนนอกต้องดึงพรรคการเมืองอะไหล่มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนอีก 126 เสียง เมื่อร่วมกับ ส.ว. 250 คน ที่พล.อ.ระยุทธ์ แต่งตั้ง จึงมีเสียงเกินครึ่งของที่ประชุมรัฐสภาทั้งหมด 750 คน แล้ว ดังนั้น พรรคการเมืองที่เข้าร่วมสนับสนุนคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี จึงเป็นพรรคต้องการขอความคุ้มครองจากทหาร เพื่อจะสะดวกต่อการทำหน้าที่ไม่สุจริตต่อไป

“ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ เชื่อว่า การบริหารประเทศในเวลาที่เหลืออีกปีครึ่งสามารถทำสร้างเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ ควรตั้งพรรคการเมืองของตัวเอง แล้วลงเลือกตั้งให้ประชาชนตัดสินใจ เมื่อพิจารณาคะแนนนิยมจากผลโพลมาชี้วัดแล้ว ท่านจะมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างสง่างามได้อีก แต่ต้องการเพียงเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก โดยอาศัยเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คงหลีกเลี่ยงการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ยาก รวมทั้งจะทำให้การบริหารประเทศมีความล่าช้า เมื่อไม่มีอำนาจตาม มาตรา 44 มาช่วย การผ่านกฎหมายจะยิ่งลำบาก เพราะต้องให้ ส.ส. เห็นชอบ ถึงที่สุดแล้วนายกรัฐมนตรีจะมาจากเลือกตั้งหรือคนนอกก็ตาม ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ย่อมบริหารงานลำบากอยู่ดี”

นายจตุพร ย้ำว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงเลือกตั้ง แต่แต่งตั้ง ส.ว. 250 คน มาเป็นเครื่องมือหนุนช่วยให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกจึงไม่ใช่ความสง่างามทางการเมืองอันแท้จริง และยิ่งอาศัยเสียงข้างน้อยในสภาบริหารประเทศ ย่อมเกิดความล้มเหลวตั้งแต่ต้นแล้ว

ตนเชื่อว่า การเลือกตั้งในอนาคต ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองไปถ่วงดุลอำนาจของ คสช. ที่มีพรรค ส.ว. เป็นเครื่องมือสนับสนุน แล้วล็อกเสียง ส.ส. อีก 126 คน เพื่อสกัดการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมของสองสภา จากนั้น ส.ว.จึงเสนอชื่อคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่า คงเป็น ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ดี เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศไม่เป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกแล้ว ดังนั้น จึงอย่าได้สนใจว่า ใครจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี เพราะสุดท้ายแล้วนายกรัฐมนตรีไม่สามารถบริหารประเทศภายใต้กติกาของรัฐธรรมนูญนี้ได้

นายจตุพร กล่าวว่า จากนี้ไป เหตุการณ์บ้านเมืองในเวลาปีครึ่งจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ บริหารประเทศมาร่วม 4 ปี ประชาชนรู้ดีว่า ผลงานประสบผลสำเร็จหรือไม่ แต่การบ่นต้องสั่งงานตั้งแต่สากกะเบือ ยันเรือรบ แสดงถึงประสิทธิภาพการทำงานได้ชัดเจน แล้วถ้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอกด้วยเสียงข้างน้อยสนับสนุน อีกทั้งไม่มีอำนาจตามมาตรา 44 มาสั่งการแล้ว ย่อมสะท้อนว่า ไปไม่รอดตั้งแต่เริ่มต้น