วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559

"สุรพงษ์" แนะ "ประยุทธ์" ปรับครม.-ห่วงรัฐบาลเวลาเหลือน้อย


นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่พรรคเพื่อไทยว่า “ถ้าจะให้ดีก็อยากฝากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เมื่อต้องปรับครม.ท่านอาจจะคิดที่จะนำเอาคนที่มีฝีมือด้านเศรษฐกิจมาเป็นรองนายกฯดูแลด้านเศรษฐกิจแทนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มาแทนรัฐมนตรีคลัง หรือรัฐมนตรีพานิชย์ น่าจะทำให้เศรษฐกิจของบ้านเราดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะคิดเห็นอย่างไรบ้าง แต่ประเด็นที่ท่านคำนึงถึงคือ บางท่านที่มีความสามารถก็ไม่อยากเอาตนเองมาเสี่ยงกับระยะเวลาสั้นๆที่เหลืออยู่นี้ ตนก็คิดว่า รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นต้องทำงานหนักขึ้น หากไม่ถูกกีดกันโดยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งสิ่งนี้คือปัญหาใหญ่ที่จะทำให้รัฐบาลชุดใหม่ทำงานได้อย่างยากลำบาก สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์พูดอยู่ตลอดเวลาว่า ประเทศไทยเราจะต้องเป็นประชาธิปไตย ก็อยากฝากท่านว่า วันนี้เรายังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ นานาชาติ สังคมโลกเขาเฝ้ามองอยู่ว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เต็มรูปแบบ คือมีรัฐธรรมนูญ และมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นก็ขอฝากไว้ในดุลยพินิจของพล.อ.ประยุทธ์ด้วยซึ่งท่านรู้เรื่องนี้ดีที่สุด ความจริงก็คือความจริง"

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

"สุรพงษ์" แนะ "ประยุทธ์" เลิกหงุดหงิด สอน "มีชัย" คิดใหม่-ห่วงแผนยุทธศาสตร์พาชาติถอยหลัง


นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "ต้องฝากถึง ท่านนายกฯประยุทธ์ และ รองนายกฯ ประวิตร ว่าถึงวันนี้เชื่อว่าคงไม่มีใครหรือนักการเมืองคนไหนออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งให้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน เราทุกคนต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความปรองดอง สมานฉันท์ เอื้ออาทรซึ่งกันและกัน จึงใคร่ขอให้ทั้งสองท่านที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหยุดใช้อารมณ์หรือแสดงอาการหงุดหงิดใส่สื่อมวลชนหรือมากล่าวหาต่อว่าคนโน้นคนนี้ได้แล้ว ขอให้รัฐบาลสบายใจได้ ขอให้รัฐบาลเดินหน้าไปตามโรดแมป ที่พวกท่านได้กำหนดกันเอาไว้ ขอให้แม่น้ำ 5 สายทำงานให้สบายใจได้ ขอให้เราได้มีกฎหมาย และ กติกา ที่เป็นธรรมกับทุกๆฝ่ายก็แล้วกัน บ้านเมืองและประเทศชาติเราจะต้องก้าวต่อไปข้างหน้า ด้วยความสงบและเรียบร้อย การทุจริต คอร์รัปชั่น ฉ้อราษฎรบังหลวงต้องหมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทยกันเสียที ประชาชนต้องมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย สินค้าเกษตรต้องขายได้ราคา แรงงานไทยต้องมีงานทำ พูดง่ายๆว่าคนไทย ต้องมีกินมีใช้ ไม่อดอยากปากแห้ง และอยากให้พวกเราทุกสาขาอาชีพต้องหันหน้ามาช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองกันได้แล้ว ถึงเวลาที่คนไทยทุกคนต้องมาช่วยกันพัฒนาและปฎิรูปการทำงานในองค์กร และหน่วยงานต่างๆและปฎิรูปตนเองกันให้ได้เสียที เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยเรา แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการที่ประธานกรธ(มีชัย) ออกมาบอกว่าถ้ารัฐบาลชุดใหม่หลังเลือกตั้งไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อาจส่อผิดรัฐธรรมนูญ นั้น เพราะหากสมมุติว่าวิธีการคิดยุทธศาสตร์ของชาติ เกิดผิดพลาดหรือมันกำลังจะนำพาประเทศถอยหลังลงคลอง แล้วจะให้รัฐบาลชุดใหม่เดินตามแบบอย่างที่ผิดๆอย่างนั้นหรือ นี่ขนาดรัฐบาลชุดนี้เป็นต้นคิดวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและระดมสมองมาจากแม่น้ำ 4-5 สายรัฐบาลคสช. ก็บริหารบ้านเมืองมาเกือบ 3 ปี เศรษฐกิจประเทศยังถดถอยขนาดนี้และมีแนวโน้มที่ไม่ดีขึ้นเอาเสียเลย รายได้ประชากรก็ลดลง ประชาชนก็ทะยอยตกงาน สินค้าเกษตรราคาก็ตกต่ำแก้ไขไม่ได้ และรัฐบาลชุดนี้ก็ทำเป็นแค่การแจกเงินให้ประชาชนนำไปจับจ่ายใช้สอยเพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ และให้คนหยุดงานแล้วท่องเที่ยวช่วยกันใช้เงิน แล้วแบบนี้ถ้าจะให้เดินตามก้นกัน มันจะไม่พากันลงเหวกันหมดทั้งประเทศหรืออย่างไร แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีที่รัฐบาลชุดนี้วางไว้และใช้มาร่วม 3 ปี ยังไม่เอาไหนเลย แล้วเหลืออีก 2 ปีจะครบ 5 ปี ถามกันตรงๆว่ามันจะแก้เศรษฐกิจได้จริงหรือ? ก็ขอฝากให้พวกท่านกลับไปลองคิดไตร่ตรองกันดูเสียใหม่จะดีหรือไม่?

"คณิน" แนะ กรธ. เปิดทางพรรคการเมือง-ประชาชนทำกิจกรรม


นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 ในฐานะ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างกฏหมายลูก พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่ กรธ. เผย ถ้า พรป.พรรคการเมืองประกาศใช้ พรรคการเมืองจะทำกิจกรรมได้ทันที ว่า "ฟังดูเหมือน กรธ. จะใจกว้าง แต่แท้จริงน่าจะเป็นตรงกันข้าม เพราะตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 กกต. ต้องดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ (ซึ่งหมายรวมถึง พรป.พรรคการเมืองที่ กรธ. กล่าวถึงด้วย) มีผลใช้บังคับแล้ว ข้อนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองจะมีเวลาเพียงไม่ถึง 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ พรป.ประกาศใช้ที่จะดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญใหม่ รวมทั้งการจัดทำทะเบียนสมาชิก จัดทำข้อบังคับพรรค การตั้งสาขาพรรคการเมือง ตั้งคณะกรรมการบริหาร ตั้งคณะกรรมการสรรหา และที่สำคัญที่สุด คือ เตรียมผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อให้แล้วเสร็จก่อนที่จะถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องเหลือวิสัยที่พรรคการเมืองเก่าจะดำเนินการได้ทันเพื่อดำเนินการอย่างถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายใหม่"

นายคณิน กล่าวว่า "การที่รัฐธรรมนูญระบุว่าต้องดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ หมายถึง ขั้นตอนตั้งแต่การรับสมัครเลือกตั้งจนถึงการประกาศผล ซึ่งอย่างน้อยต้องใช้เวลา 60 วัน และอาจจะยาวกว่านั้น ถ้ายังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ ดังนั้น กรณีที่ กรธ. บอกว่าจะให้พรรคการเมืองเริ่มทำกิจกรรมได้เมื่อ พรป.พรรคการเมืองประกาศใช้ จึงไม่มีเหตุผล หรือไม่ก็อาจแปลได้ว่า กรธ. ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งและกระบวนการประชาธิปไตย"

นายคณิน กล่าวต่อว่า "ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 กรธ. มีเวลาตั้ง 240 วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ที่จะจัดทำกฎหมายลูกให้เสร็จ และ สนช. มีเวลาอีก 60 วัน ที่จะพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนที่จะนำไปประกาศใช้ ทั้งหมดรวมเป็น 300 วัน ซึ่งหมายความว่า กรธ. และ สนช. มีเวลาตั้งเกือบปีในการเขียนกฎหมายลูก แต่พอถึงเวลาที่พรรคการเมืองและนักการเมือง รวมทั้งประชาชนจะนำไปปฏิบัติและทำให้ถูกต้องอย่างครบถ้วน กลับให้เวลาเพียงแค่ไม่ถึง 90 วัน เช่นนี้จะให้หมายความว่าอย่างไร? กรธ. ทำล่วงหน้าไปตั้งเยอะ พร้อมมีรายละเอียดที่เข้มข้นและเปลี่ยนแปลงไปจากกฎหมายเดิมตั้งมากมาย ในขณะที่พรรคการเมืองและประชาชนถูกห้ามมิให้ทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวเลย ตั้งวงเสวนาก็ไม่ได้ ประชุมปรึกษาหารือก็ไม่ได้ แต่พอถึงเวลาที่ กรธ. ร่างจนเสร็จแล้วกลับบอกว่า ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้หลังจากที่กฎหมายลูกประกาศใช้ ฟังแล้วตลก แต่คงหัวเราะไม่ออก ยิ่งไปฟังรองประธาน กรธ. พูดก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ที่บอกว่าจะให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เมื่อไร อยู่ที่ คสช. และรัฐบาล ถ้าอย่างนั้นจะให้มีการเลือกตั้งไปทำไม?"

นายคณิน กล่าวว่า "ที่ถูกแล้วพรรคการเมืองและประชาชนควรจะทำกิจกรรมทางการเมืองได้แล้ว ทันทีที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ อย่าลืมว่า พรรคการเมืองและประชาชนไม่เพียงแต่จะมีภาระในการศึกษาทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ก่อนที่จะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเท่านั้น ยังมีรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่จะต้องทำการศึกษาทำความเข้าใจและปฏิบัติตามอีกด้วย ดังนั้น ระยะเวลาที่ กรธ. บอกว่าจะให้พรรคการเมืองและประชาชนทำกิจกรรมได้ก็ต่อเมื่อ พรป.พรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว จึงไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง ดีไม่ดีอาจถูกมองว่า มีเป้าประสงค์อย่างอื่นแอบแฝงอยู่"

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

"สุดารัตน์" แนะ คสช. เปิดพื้นที่ภาคการเมืองมีส่วนร่วมยุทธศาสตร์ชาติ


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางมาปฏิบัติธรรมที่วัดมหาธาตุฯ ถึงกรณีที่ผู้มีอำนาจยังไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองว่า "ที่ผ่านมาไม่ได้มีเจตนาให้เกิดสิทธิและเสรีภาพของนักการเมืองและประชาชนที่จะให้สื่อสารกันมากนัก ไม่ได้เดินไปสู่การเป็นประชาธิปไตย การจะให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริงต้องมีกฎหมายและองค์ประกอบให้เกิดภาพสมานฉันท์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ต้องทำให้การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ประเทศไทยติดหล่มเป็นเวลานาน โดยเห็นว่าที่ผ่านมายังไม่เห็นชัดเจนว่าจะทำตามโรดแม็พ จากนี้ไปอยากให้ผู้มีอำนาจสร้างความเข้าใจ หาความร่วมมือระหว่างผู้มีอำนาจ ประชาชน และพรรคการเมือง เปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมที่จะคิดยุทธศาสตร์ชาติ 10 ปี หรือ 20 ปี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ หากคิดแต่จะกำจัดทางการเมือง ไม่ฟังความเห็นพอถึงการเลือกตั้งก็จะเกิดปัญหาได้ อย่าคิดว่าฉันคือกฎหมาย ฉันจะเอาแบบนี้ เพราะท้ายที่สุดก็เหมือนแรงโน้มถ่วงของโลก ลูกตุ้มมันเอียงไปด้านใดมากจนเกินไป ท้ายที่สุดมันจะอยู่ไม่ได้ ส่วนที่วิจารณ์ว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งอาจจะไม่ได้เป็นรัฐบาลนั้นไม่กังวล แต่สิ่งที่น่าห่วงกว่านักการเมืองคือ เงื่อนไขและบรรยากาศเช่นนี้เหมือนไม่ให้มีส่วนร่วมใดๆ เช่น แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ควรต้องได้รับฟังความเห็นอย่างถี่ถ้วน อย่าทำอะไรแล้วต้องไปแก้ทีหลังมันยุ่งยาก"

"ชวลิต" เผยอดีตส.ส.เพื่อไทย ร่วมอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลฯ


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวกับสื่อมวลชนเช้านี้ ที่วัดมหาธาตุฯ ว่า อดีต ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เตรียมอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลฯแบ่งเป็นพื้นที่ภาคอีสาน นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อุปสมบทไปแล้วที่วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม, ภาคกลาง โดย นายพายัพ ปั้นเกตุ อุปสมบทที่วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี, ภาคเหนือ โดย นายรังสรรค์ มณีรัตน์ กำลังจะอุปสมบท ณ วัดพระพุทธบาทตากผ้า จังหวัดลำพูน ในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 และ กรุงเทพมหานคร โดย นายการุณ โหสกุล กำลังจะเข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดดอนเมือง (พระอารามหลวง) เขตดอนเมือง ในวันที่ 4 ธันวาคม 2559 นี้ โดยตนเองเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง










วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

"เพื่อไทย" ติงเงื่อนไขกฏหมายพรรคการเมือง-ผิดหลักการ


นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า จากการติดตามเห็นว่าผิดตั้งแต่ต้น เพราะพรรคการเมืองคือที่รวมของคนที่มีอุดมการณ์ ความคิดเดียวกัน ดังนั้น กรธ.ควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้จัดตั้งโดยไม่ยาก จนเกินไป เพราะพรรคการเมืองจะได้รับเลือกหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่วันนี้ กรธ.ตั้งข้อจำกัด เงื่อนไข จนความเป็นพรรคการเมืองที่มีเสรีภาพหายไปหมด

นายสามารถ ยังกล่าวว่า "สมมุติว่าชาวไร่ชาวนาที่อยากตั้งพรรคการเมืองของตัวเองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะ กรธ.กำหนดให้เริ่มต้นตั้งพรรคที่ 500 คน กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยแต่ละคนต้องลงขันเป็นทุนประเดิมเริ่มต้นคนละ 2,000 บาท และภายใน 4 ปี ต้องหาสมาชิกพรรคให้ได้ 2 หมื่นคน และบังคับให้มีสาขาทุกภูมิภาค ซึ่งเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ชอบด้วยหลักการ เพราะไปบังคับว่าต้องมีสมาชิกตามจำนวนที่กำหนด ทั้งที่พรรคการเมืองจะมีสมาชิกมากหรือน้อย ก็ควรจะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองได้พัฒนาตัวเอง ไม่ควรไปบังคับ"

ขณะเดียวกัน นายสามารถ ยังอยากขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้พรรคการเมืองจัดประชุมพรรคได้เพราะร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำกฎหมายลูก จากนั้นจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง พรรคการเมืองควรได้ประชุมหารือเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ไปให้ผู้ที่ทำกติกา และพรรคการเมืองก็จะได้เตรียมการรองรับกฎหมายใหม่ที่จะออกมาด้วย

"เพื่อไทย" วิจารณ์ ร่างพรป.พรรคการเมือง มุ่งสกัดพรรคใหญ่


นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 ในฐานะ ประธานคณะทำงานติดตามการร่างกฏหมายลูก พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึง กรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ระบุว่า จะไม่มีการรีเซ็ตพรรคการเมืองว่า ฟังดูเหมือนจะเอาใจพรรคการเมืองเก่าที่จะได้ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่ที่ไหนได้พอเห็นบทเฉพาะกาลของ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พรป.)พรรคการเมือง ที่ กรธ. กำลังจะเผยแพร่ในวันสองวันนี้แล้ว เหมือนเป็นการเตะ สกัดขาพรรคใหญ่เสียมากกว่า ทั้งนี้ เพราะ (1) มาตรา 114 ให้พรรคการเมืองดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคและสาขาพรรคตามกฎหมายใหม่ ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่กฎหมายใหม่ใช้บังคับ มิฉะนั้นจะต้องสิ้นสภาพพรรคการเมือง (2) มาตรา 116 ให้พรรคปรับปรุงข้อบังคับพรรคให้เป็นไปตามกฎหมายใหม่ภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์ส่งสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก และ (3) มาตรา 117 ให้พรรคจัดทำและส่งทะเบียนสมาชิกพรรค พร้อมบัญชีการเงินของพรรคและสาขาพรรคแก่นายทะเบียน พรรคการเมือง ภายใน 90 วันมิฉะนั้น จะไม่มีสิทธิ์ส่งสมัครรับเลือกตั้งเช่นเดียวกัน

นายคณิน  กล่าวว่า เรื่องการจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคและส่งให้นายทะเบียนภายใน 90 วัน นี่แหละจะเป็นปัญหาสาหัสของพรรคการเมืองเก่า ที่มีสมาชิกเป็นเรือนแสนเรือนล้าน เพราะกฎหมายใหม่บังคับไว้เลยว่าหัวหน้าพรรคต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกให้ตรงตามความเป็นจริง และจะติดต่อสอบถาม หรือตรวจสอบให้ละเอียดเป็นรายคนได้อย่างไร ? ในเมื่อตลอดเวลา 3 ปี กว่าที่กฎหมายใหม่จะมีผลใช้บังคับ คสช. ไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวอะไรเกี่ยวกับสมาชิกพรรคเลย ชุมนุมเกิน 5 คนยังไม่ได้ ดังนั้น เวลา 90 วัน ตามบทเฉพาะกาลซึ่งเป็นเสมือนกับดักอันเบ้อเร่อที่จะ ทำให้พรรคเก่าที่มีสมาชิกเป็นแสนเป็นล้านคน ต้องกลายเป็น “กิ้งกือตกท่อ” เอาได้ง่ายๆ ครั้นจะตัดสมาชิกไปเฉยๆ เพื่อให้เหลือจำนวนน้อยๆ ก็ทำไม่ได้ ต้องให้เขาลาออกเอง ซึ่งต้องจี้กันเป็นรายตัว แต่เดี๋ยวก็จะไปร้อง กกต.ว่าถูกบีบบังคับให้ต้องลาออก และภายหลังเมื่อส่งให้นายทะเบียนไปแล้ว ยังมีชื่อคนที่ตายไปแล้ว ไปบวช หรือขาดคุณสมบัติอื่นๆ หรือเป็นสมาชิกพรรคซ้ำกันกับพรรคอื่น ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ จะทำอย่างไร หรือเกิดมีใครไปร้องต่อ กกต. ว่าเขาไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่มีชื่อเป็นสมาชิกอยู่ จะทำอย่างไร ทั้งหมดนี้จะส่งผลร้ายต่อพรรคการเมืองเก่าทั้งสิ้น

นายคณิน กล่าวว่า ที่พอจะได้รับประโยชน์จากเงื่อนไขที่ว่านี้อยู่บ้างก็จะเป็นพรรคขนาดเล็ก ที่มีสมาชิกระดับพัน แต่ที่จะได้แจ็คพอตไปกินคำโตก็เห็นจะเป็นพรรคการเมืองตั้งใหม่นั่นแหละ เพราะการที่ กรธ. ลดจำนวนสมาชิกพรรคจาก 5,000 คน ลงมาเหลือแค่ 500 คน ในตอนเริ่มก่อตั้งและมีสาขาพรรคภาคและหนึ่งสาขา พร้อมมีเงินทุนสำรอง 1 ล้านบาทขึ้นไป ตามกฎหมายใหม่นี้ ถือเป็นเรื่องง่ายอย่างยิ่ง แถมยังมีเวลาตั้งปีในการดำเนินการจนเสร็จสิ้น ได้รับการจดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง ที่พร้อมจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

นายคณิน กล่าวในที่สุดว่า การที่ กรธ. เขียนบทเฉพาะกาลไว้เช่นนี้ ไม่ว่าจะมีเจตนาอย่างไร แต่ผลเหมือนเป็นการสกัดพรรคการเมืองใหญ่ ก่อนที่จะถึงวันสมัครรับเลือกตั้งด้วยซ้ำ ในขณะที่ ดูเหมือนจะเปิดทางโล่งสำหรับพรรคการเมืองตั้งใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นกติกาที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นประชาธิปไตย และทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันมากเกินไป เพราะฉะนั้น ถ้าไม่เซตซีโร่ จะด้วยเหตุผลอะไรก็สุดแล้วแต่ ก็ควรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในบทเฉพาะกาลการเสียใหม่ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และเป็นไปได้มากกว่านี้