วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

"เพื่อไทย" ติงรัฐปล่อยสื่อเติมเชื้อไฟ-โหมขยายความขัดแย้ง


นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่า รู้สึกแปลกๆ กับบรรยากาศที่อยู่ในห้วงเวลาของการสร้างความปรองดอง แทนที่ทุกภาคส่วนจะอดทนและให้ความเห็นกันอย่างสร้างสรรค์ ตรงกันข้ามกลับเติมเชื้อไฟเหมือนไม่อยากให้เกิดความสงบในบ้านเมือง ไม่อยากจะวิจารณ์ว่า หลงเหลี่ยม หลงมุมกับผู้หากินกับความขัดแย้งหรือไม่? เป็นไปได้อย่างไรที่ปล่อยปละละเลยให้ทีวีหลายช่อง วิทยุหลายคลื่น โจมตีสร้างความแตกแยกให้เกิดการเกลียดชังระหว่างกัน โดยสื่อดังกล่าวนั้นดำเนินการอย่างผิดธรรมชาติ และผิดจรรยาบรรณ ทำเหมือนกับรับจ๊อบมาเพื่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเฉพาะ

ขอให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา และตรงกับข้อเท็จจริงว่า ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อนด้วยปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของเขาอย่างที่สุด แต่ผู้ที่มีเงินเดือนกิน หรือรับจ๊อบมา ไม่รู้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านหรอก เพราะไม่ได้เดือดร้อนด้วย ประเทศไทยเราขัดแย้งกันมา 10 ปีเศษแล้ว ยังบอบช้ำไม่พออีกหรือ? เพื่อนบ้านเราเขาไปถึงไหนๆแล้ว แต่เรายังจิกตีกันเองเหมือนไก่ที่รอวันถูกเชือด

ทางออกของการแก้ไขความขัดแย้ง รัฐบาลต้องเป็นผู้ใหญ่ที่รับฟังทุกภาคส่วนอย่างมีสติ อดทน ไม่หลงไปกับคำถามที่บิดเบือนกับพวกที่หากินกับความขัดแย้ง นึกถึงคนส่วนใหญ่ที่กำลังลำบากจากปัญหาเศรษฐกิจ จะครบ 3 ปีอยู่แล้วตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมา ผมไม่เห็นว่าจะมีกลุ่มการเมืองใด พรรคการเมืองใดจะก่อความวุ่นวายทางการเมือง มีแต่ให้ความร่วมมือ การมีความเห็นต่าง ถือเป็นเรื่องปกติ อย่างน้อยจะได้รอบคอบขึ้น ขอให้ร่วมมือกันก้าวข้ามกับดักความขัดแย้งไปให้ได้

"ดร.ทักษิณ" แจ้ง ปอท. เอาผิด "ยุคล-สนธิญาณ" หมิ่นฯ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายชุมสาย ศรียาภัย ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าพบ ร.ต.อ.กง ไม่เศร้า รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายยุคล วิเศษสังข์ และนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยนำหลักฐานเป็นแผ่นบักทึกเทปรายการ “ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ” มีเนื้อหาประมาณ 30 นาที และเอกสารที่ถอดเทปมาแล้ว

"องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับควบคุมดูแลสื่อ ต้องมีบทบาทในการตักเตือน ป้องปรามหรือลงโทษสื่อที่จะเพิ่มเติมความขัดแย้งและไม่เลือกปฏิบัติ" นายชุมสายกล่าว

"เพื่อไทย" แนะรัฐรับฟังความเห็นต่าง-ไม่ขวางปรองดอง


นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พรรคเพื่อไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการออกจดหมายเปิดผนึก เป็นท่าทีที่พยายามขัดขวางเรื่องการสร้างความปรองดองว่า พรรคเพื่อไทย ไม่เคยปฏิเสธเรื่องการสร้างความปรองดอง เพียงแต่เห็นว่าเมื่อจบขั้นตอนของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ควรจะมีคณะกรรมการอิสระเข้ามาทำหน้าที่ตามแนวทางที่ระบอบประชาธิปไตยสากลใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนในการสร้างความปรองดอง

สำหรับการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ นายชัยเกษมยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการสร้างความปรองดอง และสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการรวบรวม ความคิดเห็นให้คณะกรรมการอิสระที่จะเข้ามาทำหน้าที่ หลังการรับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้น นำข้อมูลไปดำเนินการต่อ

ทั้งนี้สิ่งที่พรรคเพื่อไทยแสดงความกังวล หากเดินตามแนวทางของผู้มีอำนาจ คือขั้นตอนการรวบรวมความเห็น หากทำโดยคนที่ฝ่ายรัฐบาล แต่งตั้งขึ้น อาจไม่ได้ความคิดเห็นที่หลากหลาย เพราะที่สุดแล้วเชื่อว่า คณะกรรมการชุดรวบรวมความเห็นจะนำข้อมูลเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายรัฐไปดำเนินการเท่านั้น และข้อเสนอที่เห็นต่างจากภาครัฐอาจไม่ได้รับการตอบรับหรือนำไปปฏิบัติ

ที่สำคัญ หลักในการสร้างความปรองดอง จะต้องไม่ละเลยเหยื่อผู้ถูกกระทำจากความขัดแย้งและวิกฤตทางการเมือง ซึ่งหากผู้มีอำนาจที่ถูกมองว่าเป็นคู่ขัดแย้งเข้ามาทำหน้าที่รวบรวมความเห็น อาจไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้สูญเสีย ดังนั้น การเลือกกรรมการอิสระที่ทุกฝ่ายยอมรับเข้ามาดำเนินการต่อจากการรับฟังความเห็นในขั้นตอนแรกก็จะเป็นประโยชน์ และทำให้การปรองดองสามารถเกิดขึ้นได้จริง

สำหรับกรรมการกลางที่จะเข้ามาทำหน้าที่จะได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมหรือไม่? นายชัยเกษมระบุว่า ยังมีนักวิชาการ หรือบุคคลที่ยึดหลักการ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ สามารถทำหน้าที่ และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมอีกเป็นจำนวนมาก

"วัฒนา" หนุน "ทักษิณ" แจ้งความ ขบวนการใส่ร้าย-ใส่ความ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

"ทักษิณ..โกตี๋..ทีนิวส์"

ผมอยากให้ท่านนายกทักษิณมอบอำนาจให้ทนายความ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายสนธิญาณและสำนักข่าวทีนิวส์ที่กล่าวหาว่า "ถ้าไม่มีทักษิณขบวนการเหล่านี้ก็เดินต่อไม่ได้" อันเป็นการจงใจใส่ความนายกทักษิณว่าอยู่เบื้องหลังโกตี๋ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าของอาวุธสงครามและอยู่ในขบวนการล้มเจ้า ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะนายกทักษิณและพวกผมแม้จะไม่ชอบเผด็จการ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะใช้ความรุนแรง ส่วนเรื่องล้มเจ้าไม่เคยอยู่ในความคิด

ระยะนี้ท่านนายกทักษิณงานเข้ามากเป็นพิเศษ เช่น ภาษีหุ้นชินคอร์ปที่เรื่องจบไปนานแล้วแต่รัฐบาลจะใช้อภินิหารเรียกเก็บให้ได้ หรือเหตุการณ์ที่วัดพระธรรมกายที่ท่านผู้นำเคยมีคำถามว่าเป็นพุทธแท้หรือพุทธเทียม ในขณะที่ผมออกมาต่อสู้เพราะเห็นว่าการที่สาธุชนเข้าวัดเพื่อปฏิบัติธรรมย่อมดีกว่าออกมาเพ่นพ่านบนถนนหรือยกพวกไปปิดสถานที่ราชการ ล่าสุดคือการจับกุมอาวุธที่อ้างว่าเป็นของโกตี๋ที่หลายฝ่ายเห็นว่าเป็นการจัดฉาก ทั้งสองเรื่องก็ถูกลากโยงมาที่นายกทักษิณทั้งที่ท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความจริงท่านวางเฉยมานานแล้วเพราะต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ แต่เผด็จการกลับหาเรื่องเอาท่านเป็นข้ออ้างเพื่อจะได้อยู่ในอำนาจต่อไป เราจึงเห็นกลุ่มคนเหล่านี้แบ่งหน้าที่กันทำ โดยหัวหน้ากลุ่มการเมืองข้างถนนออกมาเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจนกว่าจะปฏิรูปสำเร็จ ฝ่ายสื่อก็ช่วยออกมาปลุกผีใส่ร้ายท่านว่าอยู่เบื้องหลังขบวนการล้มเจ้า ส่วนท่านผู้นำก็สนุกกับการใช้อำนาจพิเศษที่ขัดต่อหลักนิติธรรมและนำมาซึ่งความขัดแย้ง ที่น่าแปลกคือเผด็จการที่เพลิดเพลินกับการจัดการฝ่ายตรงข้ามแต่กลัวถูกคิดบัญชี ความจริงคำว่าคิดบัญชีของผมคือเอาอำนาจกลับคืนให้กับประชาชนเท่านั้นเอง ช่างขวัญอ่อนเสียเหลือเกิน แล้วบอกเป็นชายชาติทหาร

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560

"จาตุรนต์" มองขาดการเมืองไทย "ปรองดองไม่เกิด"


นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้

'ปรองดองไม่เกิด'

เห็นผังการดำเนินงานของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองแล้ว ก็แปลกใจว่าร่างสัญญาประชาคมที่ว่านั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? ใครจะเป็นคนร่างและใครจะร่วมกันแถลงว่าอย่างไร? และเมื่อแถลงสัญญาประชาคมต่อสาธารณชนแล้ว จะมีผลต่อการสร้างความปรองดองอย่างไร?

ในเมื่อกระบวนการปรองดองที่ทำกันอยู่ไม่มีคนกลางมาฟังวิเคราะห์และช่วยทำข้อเสนอ แต่ทำกันเองในหมู่ข้าราชการสายความมั่นคงเป็นหลัก ก็ไม่เห็นทางเลยว่า จะนำไปสู่ข้อสรุปหรือข้อเสนออะไรที่จะนำไปสู่การปรองดองได้เลย

อย่าว่าตีตนไปก่อนไข้เลยนะครับ เรื่องเหล่านี้ผมเสนอความเห็นทักท้วงด้วยความห่วงใยมาตลอด พอเห็นผังแต่ไม่เห็นการปรับกระบวนการก็คิดว่ากระบวนการสร้างความปรองดองครั้งนี้ คงไม่เกิดผลสำเร็จใดๆหรอกครับ

"สุดารัตน์" แจ้งความจับมือโพสต์หมิ่นฯ-ใส่ร้ายบิดเบือน


เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ตัวแทนรับมอบอำนาจจาก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว.กก.3 ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก หลังแต่งกลอน 8 ทำนองใส่ความหมิ่นประมาท จนทำให้เกิดความเสียหาย ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง

นายชวลิต กล่าวว่า ได้รับมอบอำนาจจากคุณหญิงสุดารัตน์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้นามแฝงในเฟซบุ๊กที่มีการแต่งเป็นกลอน 8 ซึ่งมีเนื้อหาใจความใส่ร้ายบิดเบือนและเป็นข้อความโดยมีเจตนาที่ใส่ความอันเป็นเท็จ ทำนองว่าทำตนเป็นนักการเมืองพิเศษมาเทศน์ให้พระฟัง ทั้งยังเชื่อมโยงกับกิจกรรมวัดพระธรรมกาย ทั้งที่การจัดงานต่างกัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ได้รับความเสียหาย

นายชวลิต กล่าวว่า "ข้อเท็จจริงคุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรถวายความรู้พระภิกษุบวชใหม่ในโครงการบรรพชาอุปสมบทฯ ที่ธรรมสถานเฉลิมพระเกียรติวัดพระราม 9 เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพราะได้รับเชิญในฐานะทำงานส่งเสริมพระพุทธศาสนามานาน นอกจากนี้วัดพระราม 9 ยังได้เชิญวิทยากรสุภาพสตรี สุภาพบุรุษ ไปถวายความรู้อีกหลายท่าน โดยเฉพาะนักการเมืองสุภาพสตรี ที่ไม่ได้มีแต่ คุณหญิงสุดารัตน์ เพียงคนเดียวเท่านั้น"

"จากข้อมูลและกลอน 8 ดังกล่าว ที่มีการแชร์และเผยแพร่ในขณะนี้ ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ได้รับความเสียหาย จึงจำเป็นต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และการมีบุคคลอื่นได้โพสต์ข้อความและภาพในระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมส่งเอกสารหลักฐานเป็นภาพถ่ายและกลอนข้อความที่แต่งให้กับตำรวจดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด" นายชวลิต กล่าว

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

"เพื่อไทย" ร้องยกเลิกอนุกรรมการฟังความเห็นปรองดอง ขาดอิสระ-ไม่เป็นกลาง

พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ยกเลิกคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เพราะขาดความอิสระไม่เป็นกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย ได้เผยแพร่เอกสาร ที่ พท.0010/2560 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2560 ต่อสื่อมวลชน โดยมีเนื้อหาดังนี้


เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปสู่การสร้างความสามัคคีปรองดองที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน 

เรียน ประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง 
(พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล) 
อ้างถึง หลักการและแนวทางการปรองดองของพรรคเพื่อไทยที่ได้เสนอต่อคณะอนุกรรมการฯ 
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 

ตามที่พรรคเพื่อไทยได้ส่งตัวแทนของพรรคเข้าให้ข้อมูลความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ซึ่งมีท่านเป็นประธานอนุกรรมการ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2560 โดยมีข้อเสนอแนะอันเป็นสาระสำคัญว่าการสร้างความปรองดองนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศ การดำเนินการจึงควรจะต้องได้รับความเชื่อถือไว้วางใจและยอมรับของประชาชนผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ควรเป็น “คณะกรรมการอิสระ” ที่มาจากทุกภาคส่วนไม่อยู่ภายใต้การสั่งการหรือครอบงำของ คสช. รัฐบาล หรือองค์กรใด โดยคณะกรรมการอิสระจะต้องมีความเป็นกลาง ปราศจากอคติและใช้หลักนิติธรรมในการดำเนินการอย่างเคร่งครัด พร้อมกับต้องเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งได้มีโอกาสในการเสนอความคิดเห็นอย่างเสรี ผ่านช่องทางต่างๆ โดยไม่ควรให้การรับฟังความคิดเห็นเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้น รวมถึงจะต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วย อีกทั้ง ผลสรุปของแนวทางสร้างความปรองดองนั้น ต้องเป็นข้อตกลงร่วมกันบนพื้นฐานของการคำนึงถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกันบนพื้นฐานของหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมที่เป็นสากล ไม่ใช่เกิดจากการบังคับด้วยอำนาจ รายละเอียดปรากฎตามเอกสารที่อ้างถึงนั้น

พรรคเพื่อไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้อเสนอข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองนั้น มิใช่การมองเหตุการณ์ในอดีตแล้วปล่อยพ้นไปโดยมุ่งเพียงเพื่อจะป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตเท่านั้น แต่การยุติความขัดแย้งในอดีตจนถึงปัจจุบันนั้น จะต้องเข้าถึงแก่นแท้ของต้นเหตุปัญหาและต้องทราบถึงคู่ขัดแย้งและผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งในแต่ละเหตุการณ์ให้ครบถ้วนถูกต้อง อันจะนำไปสู่วิธีการเยียวยาผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความพอใจและให้อภัยระหว่างกัน ลืมความบาดหมางในอดีตและตกลงร่วมกันที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติแม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างภายใต้กฎกติกาที่เป็นธรรมและได้รับการยอมรับของทุกฝ่าย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะสำเร็จลงได้ก็ต้องอาศัยการดำเนินการที่มีความเป็นอิสระ ความเป็นกลางและปราศจากอคติอย่างแท้จริง การที่พรรคได้เสนอให้มี “คณะกรรมการอิสระ” ขึ้นมาดำเนินการในเรื่องนี้ จึงเป็นข้อเสนอที่มีเหตุผลเพื่อยุติความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดเป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนอย่างแท้จริง แต่เมื่อได้พิจารณาคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าว ทั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความ

สามัคคีปรองดอง คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะและคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดองจะเห็นได้ว่ากรรมการและอนุกรรมการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทั้งหมด ทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ โดยการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้อำนาจการครอบงำหรือการตัดสินใจของหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี จึงทำให้การดำเนินการขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง การจะไปสู่จุดหมายของการสร้างความสามัคคีปรองดองจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง

ดังนั้น พรรคเพื่อไทย จึงเห็นว่าเพื่อให้กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองบรรลุผลสำเร็จตามเจตนาและเป้าหมายอย่างแท้จริง ควรต้องดำเนินการ ดังนี้

1. รัฐบาลควรจัดตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” ซึ่งมีองค์ประกอบของกรรมการมาจากทุกภาคส่วนและเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลางและเที่ยงธรรม ได้รับการยอมรับจากสังคมมาเป็นผู้ดำเนินการในการแสวงหาข้อเท็จจริง ต้นเหตุของปัญหาและวิธีการเยียวยาแก้ไข รวมถึงจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดองโดยให้นำข้อมูลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่ได้รวบรวมไว้ทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการอิสระดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบในการดำเนินการต่อไป และยกเลิกคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง คณะอนุกรรมการบูรณาการข้อคิดเห็นและเสนอแนะและคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการปรองดอง ซึ่งมีองค์ประกอบที่ขาดความเป็นอิสระและความเป็นกลาง

2. เมื่อคณะกรรมการอิสระได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้เผยแพร่รายงานและข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณชนพร้อมกับการเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ย.ป.และรัฐบาลโดยจะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อเสนออันเป็นสาระสำคัญของคณะกรรมการอิสระ

3. ความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระจะต้องมีการนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมและผูกพันผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ รวมถึงประชาชนทุกภาคส่วน

4. ในระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระ คสช.และรัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยโดยเปิดโอกาสให้นักวิชาการ สื่อมวลชน องค์กรภาคประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง ได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นได้อย่างเสรี ปราศจากการคุกคามในทุกรูปแบบ และยกเลิกคำสั่งและประกาศของ คสช.หรือหัวหน้า คสช.ที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด

พรรคเพื่อไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านในฐานะประธานอนุกรรมการรังฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองจะได้นำหลักการและข้อเสนอของพรรคเสนอต่อผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องและรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการด้วย ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากประชาชนและคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ
พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์
รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย